playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                                                     บทความโดยสุวัฒน์  คงแป้น

IMG_3568.JPG

          ตำบลป่าคลอกอ.ถลางจ.ภูเก็ตประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามแต่ก็มีพี่น้องชาวพุทธอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่นสภาพทางภูมิศาสตร์จะมีลักษณะผสมผสานทิศเหนือเป็นเทือกเขาพระแทวที่มีความอุดมสมบรูณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งชะนีแต่เมื่อการทำเหมืองแร่รุ่งเรืองป่าถูกตัดไปจำนวนมากเพื่อใช้ไม้เป็นหลักค้ำรางแร่ฯลฯ

          ถัดลงมาเป็นที่ราบสลับเนินเหมาะแก่การทำสวนและทำไร่จากนั้นก็เป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบรูณ์ไปด้วยป่ายชายเลนและสัตว์น้ำนานาพันธุ์ซึ่งจากภูมิประเทศดังกล่าวทำให้ป่าคลอกเป็นพื้นที่อุดมสมบรูณ์และมีเศรษฐกิจค่อนข้างดี

          อย่างไรก็ดีในอดีตราว 30-40 ปีก่อนจะมีการสัมปทานตัดไม้ป่าชายเลนเพื่อเผาถ่านทำให้ป่าชายเลนจำนวนมากถูกทำลายและส่งผลต่อความอุดมสมบรูณ์ของสัตว์น้ำไปด้วยต่อมาเมื่อมีการยกเลิกสัมปทานชาวบ้านก็รวมกลุ่มกันอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนให้มีความสมบรูณ์กลับมารวมทั้งการรวมกลุ่มเพื่ออนุรักษ์เขาพระแทวและสัตว์ป่า

          ในยุคแรกๆก็ตั้งกลุ่มอามานะต์(กลุ่มออมทรัพย์)ขึ้นที่บ้านบางโรงโดยอาศัยหลักศาสนาอิสลามในการทำงานเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างชุมชนกับมัสยิดถึงวันนี้กลุ่มอามานะต์มีอยู่ทุกหมู่บ้านเป็นกองทุนที่สำคัญที่สมาชิกพึ่งได้ทั้งด้านเศรษฐกิจเช่นนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพซื้อของจำเป็นการดูแลด้านสังคมเช่นดูแลผู้สูงอายุทุนการศึกษาเด็กก่อนวัยเรียนตลอดจนนำไปเกื้อกูลกิจการของมัสยิดและต่อมาในช่วงที่ชาวบ้านได้ร่วมกันฟื้นฟูปกป้องทรัพยากรธรรมชาติกลุ่มอามานะต์ก็เป็นแหล่งทุนสำคัญในการหนุนเสริมการทำงานด้านนี้ของชุมชน

          ในปีพ.ศ. 2542 คนป่าคลอกได้ร่วมกับจัดทำข้อมูลและปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นไปสู่การจัดทำแผนแม่บทชุมชนซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านคือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนการพัฒนาความเข้มแข็งองค์กรและการพัฒนาคนรุ่นใหม่จาก 4 แผนงานดังกล่าวได้พัฒนาไปสู่แผนงานกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมโดยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการรักษาป่าของชุมชนไปสู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนขึ้นที่บ้านบางโรงและบางลาซึ่งเกื้อหนุนกับแผนงานด้านเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างลงตัว

          สำหรับแผนงานด้านเศรษฐกิจและทุนชุนชนนั้นมีอยู่หลายลักษณะด้วยกันโดยอาศัยกองทุนอามานะต์เป็นฐานสำคัญขยายไปสู่กลุ่มอาชีพแม่บ้านกลุ่มเลี้ยงแพะการแปรรูปจากนมแพะกลุ่มโฮมเสตย์กลุ่มปลูกพืชเศรษฐกิจพอเพียงหมู่ที่ 2 ซึ่งเป็นต้นแบบในการปลูกพืชแบบเป็นมิตรกับธรรมชาติมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการกว่า 30 รายและที่ได้ร่วมกันทำในระยะหลักคือการซื้อที่ดินมาจัดสรรขายให้กับชาวบ้านโดยเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ภูเก็ตมีพื้นที่น้อยลงมีการกว้านซื้อที่จากต่างชาติมากขึ้นที่ดินก็มีราคาแพงในอนาคตคนภูเก็ตจะหาที่สร้างบ้านบนที่ดินของตัวเองได้ยากขึ้นจึงทำเรื่องนี้ขึ้นมาซึ่งนอกจากจะทำให้คนภูเก็ตที่มีดินสร้างบ้านแล้วกลุ่มอามานะต์ก็มีผลกำไรไปทำประโยชน์อื่นๆให้กับชุมชนอีกด้วย

          แผนงานการพัฒนาความเข้มแข็งองค์กรชุมชนซึ่งมีอยู่จำนวนมากกว่า 35 กลุ่มก็เป็นภารกิจที่สำคัญเพราะงานชุมชนจะเดินได้ดีถ้ามีกลุ่มที่เข้มแข็งกลุ่มที่เข้มแข็งจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับงานชุมชนที่ตรงกับเป้าหมายได้ซึ่งการสร้างกลุ่มให้เข้มแข็งที่ป่าคลอกจะให้หลักศาสนาเป็นแนวทางในการทำงานส่วนการพัฒนาแกนนำคนรุ่นใหม่ก็เป็นภาระกิจสำคัญที่คนรุ่นปัจจุบันจะต้องส่งต่อทั้งความคิดอุดมการณ์และวิธีการทำงานโดยนอกจากจะมีการชักนำให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานกับกลุ่มองค์กรแล้วยังให้คามสำคัญกับการศึกษาโดยการให้ทุนแก่ลูกหลาน  ซึ่งเมื่อจบแล้วคนเหล่านี้จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมและยังสละเวลามาช่วยงานส่วนรวมได้อีกด้วยดังนั้นในป่าคลอกเมื่อมีกิจกรรมของชุมชนจะเห็นคนรุ่นใหม่มารับผิดชอบหน้าที่ที่แต่ละคนถนัดเช่นเป็นพิธีกรทำเอกสารต่างๆเป็นต้น

          ในปีพ.ศ. 2551 ได้มีการรวมกลุ่มองค์กรชุมชนกว่า 30 องค์กรในป่าคลอกมาจดแจ้งจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตามพรบ.สภาองค์กรชุมชนพ.ศ. 2551 โดยสภาองค์กรชุมชนจะเป็นพื้นที่กลางที่ชาวบ้านและองค์กรต่างๆในตำบลนำข้อมูลปัญหาความต้องการมาพูดคุยแลกเปลี่ยนตลอดจนจัดทำแผนพัฒนาตำบลร่วมกันอย่างมีสถานะเนื่องจากเป็นเวทีที่มีกฎหมายรองรับซึ่งหากนับวันเวลากว่า 30 ปีที่คนป่าคลอกสะสมประสบการณ์งานพัฒนามิใช่มีแต่ความสำเร็จเพียงอย่างเดียวแต่มีปัญหาอุปสรรคทั้งภายนอกและภายในมากมายแต่ก็สามารถหยัดยืนมาได้จนถึงวันนี้เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังชุมชนคือพลังหลักที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน

          เมื่อปลายเดือนมกราคม 25560 ผมได้มีโอกาสเดินทางไปป่าคลอกอีกครั้งเพราะถูกเชิญไปร่วมงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคลอกโดยตำบลป่าคลอกตั้งกองทุนสวัสดิการตำบลมาตั้งแต่ปี 2549 ถึงวันนี้ก็ตั้งมาครบ 10 ปีและเป็นหนึ่งในไม่กี่กองทุนที่ทำให้รัฐบาลยอมรับและให้เงินสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนในปี 2553 และสมทบต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

          กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตั้งขึ้นบนหลักการที่ชาวบ้านซึ่งเข้าไม่ถึงสวัสดิการขอรัฐสมทบเงินเพียงวันละบาทและรัฐบาลก็สมทบให้อีกหนึ่งบาทเพื่อนำเงินมาจัดเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกดำเนินการโดยชุมชนเองโดยปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการตำบลแล้วกว่าหกพันตำบลซึ่งที่ป่าคลอกก็เป็นหนึ่งในนั้น

          กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคลอกปัจจุบันมีสมาชิกหนึ่งพันกว่าคนมีเงินกองทุนกว่า 7 ล้านบาทนำเงินไปจัดสรรเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตายซึ่งในวาระครอบรอบ 10 ปีคณะกรรมการกองทุนก็ได้ออกระเบียบใหม่จ่ายเงินบำนาญให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกครบ 10 ปีและมีอายุครบ 60 ปีรายละ200 บาททุกเดือนซึ่งอาจจะเป็นเงินไม่มากแต่มันคือรูปแบบความเอื้ออาทรที่มีให้แก่กัน

          นอกจากเงินบำนาญแล้วการก้าวสู่ปีที่ 11 ของกองทุนสวัสดิการตำบลป่าคลอกที่มีความสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการจัดสรรเงินจากกองทุนไปดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกองทุนอามานะต์อื่นๆในตำบลทั้งนี้บนฐานของความตระหนักร่วมกันว่าฐานทรัพยากรธรรมชาติคือที่มาของอาหารและที่อยู่อันมั่นคงดินแดนที่อุดมสมบรูณ์อย่างป่าคลอกคงมีไม่มากนักในประเทศนี้ควรที่จะรักษาเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานต่อไปอย่างสมบูรณ์

          เพราะหากระบบเศรษฐกิจของประเทศยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่อย่างนี้ต่อไปภูเก็ตอาจมีที่ยืนให้กับคนภูเก็ตไม่มากนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกหลานจะต้องมั่นใจว่าจะมีอนาคตที่มั่นคง 

IMG_3570.JPG

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter