
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องประชุม วิทยาลัยการอาชีพอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ข้าว ปลา นา น้ำ คือ ชีวิตสายน้ำ สายป่า วิถีชีวิตชุมชนชาวกุลา สู่อนาคต ข่าวทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอหนองฮี และอำเภอโพนทราย ร่วมกัน วางแผนปฏิบัติ พัฒนาชุมชน "สู่เมืองเกษตร พามี อยู่ดี มีแฮง" กลไกบทบาทการหนุนส่งเสริมขบวนการทำงานภาคประชาชน สู่องค์กรชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ตำบล สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสังคมในสภาวะปัจจุบัน เพื่อให้พี่น้องชาวบ้านชุมชนในพื่นที่ทุ่งกุลาร้องไห้รอบรู้ถึงสถานการณ์นิเวศน์ชุมชน
นายสว่าง สุขแสง เปิดเผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ตั้งแต่มีกระแสการจัดตั้งโรงงานไฟฟ้าชีวมวลโรงงานผลิตน้ำตาลในพื้นที่ ทำให้วิถีชุมชนชาวบ้านเปลี่ยนไปแม้แต่แกนนำ กำนันผู้ใหญ่บ้านแกนนำชุมชนในท้องถิ่น ชาวบ้านเริ่มมีการลงทุนปลูกพืชการเกษตรแบบใหม่คืออ้อย ในตอนนี้ชาวบ้านมีการจับกลุ่มผู้ปลูกอ้อยในแต่ละชุมชน มีหน่วยงานองค์กรเข้ามาส่งเสริมแนะแนววิธีการปลูกอ้อย เข้ามาสอนวิธีการต่างๆในการดำเนินการขั้นตอนการดูแลการรักษาการลงทุนการปลูกอ้อยในพื้นที่แปลงเกษตรของชาวบ้าน ทราบข่าวมาว่า มีบริษัทใหญ่ เข้ามารับซื้อที่ดินแปลงนาชาวบ้านแปลงใหญ่ การเตรียมพื้นที่ 2 พันกว่าไร่ ที่ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เตรียมก่อสร้างเป็นสถานที่ก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาล และโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลซึ่งเป็นขนาดใหญ่ กำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 70 เมกะวัตต์ จะมีเวทีประชาคมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ สถานที่วัดบ้านน้ำคำ ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด มีการหนังสือเชิญหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดร้อยเอ็ดหนังสือเชิญหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอปทุมรัตต์ และเชิญกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านเข้าร่วมเวทีประชาคมในครั้งนี้
แต่ยังสงสัยเรื่องการสำรวจประเมินผลกระทบ ในด้านสิ่งแวดล้อม ภูมินิเวศในชุมชนตำบล ระดับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ คือ การทำสำรวจ EIA เราต้องยอมรับว่าพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แอ่งสำหรับทางเศรษฐกิจเป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่ขึ้นชื่อระดับโลก โดยมีข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของโลกผลิตปลูกขายอยู่ที่พื้นที่บ้านเรา
นายอภิชาติ โพธิสาร เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมาผมอยู่ที่ตำบลเหนือเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับผลกระทบจากโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล 3 โรงงาน โรงสีข้าว 1 โรง พร้อมด้วยกองขยะของเมืองร้อยเอ็ดทั้งเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับชุมชน ทำหน้าที่บทบาทเป็นผู้ใหญ่บ้าน มาตั้งแต่พ. ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน ในสถานการณ์ปัจจุบันพี่น้องชาวบ้านในชุมชนเกิดอาการเป็น ผื่น เกิดภูมิแพ้ อาการคันตามร่างกาย ไปหาหมอตรวจสุขภาพร่างกายหมอก็บอกว่าเราเป็นภูมิแพ้ในร่างกายแต่ไม่รู้สาเหตุมาจากอะไร หมอ นักวิชาการลงพื้นที่สำรวจชุมชน ตำบลเหนือเมือง ยังให้คำตอบอะไรไม่ได้ว่าชาวบ้านเกิดอาการภูมิแพ้ในร่างกายมาจากสาเหตุอะไร ผมเริ่มจากการบริจาคพื้นที่สร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนในชุมชน เพื่อเป็นสถานที่ปฐมภูมิรักษาพยาบาลให้กับพี่น้องชาวบ้านในตำบลเหนือเมืองในระดับเบื้องต้น เพื่อเป็นสถานที่ตรวจสุขภาพร่างกายให้กับชาวบ้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในตำบลเหนือเมือง ทุกวันนี้ชาวบ้านหากุ้ง หาหอย หาปู หาปลาตามแหล่งน้ำ หนองน้ำก็ไม่มีทำให้ระบบนิเวศธรรมชาติในชุมชนหายไป
ไม่เคยมีใครรับผิดชอบความเป็นพี่น้องในชุมชน หน่วยรัฐก็แค่นั้น เวลาเซ็นชื่อลงนามร่วมกันเป็นแถว แต่ถามจริงเมื่อข้าราชการลงนาม อนุมัติเซ็นชื่อนามหนังสือราชการแล้วเคยบ้างไหม มีความรับผิดชอบต่อหนังสือราชการที่ตนเองลงนาม กล้าบ้างไหมเอาตำแหน่งมารับผิดชอบหากมีอะไรเกิดขึ้น กล้าที่จะเอาตำแหน่งมารับประกันความเสียมีบ้างไหม ไม่เคยมีในระบบราชการเมืองไทย มีแต่ลงนามชื่อเซ็นหนังสืออนุมัติเห็นชอบ แต่ไม่เคยรับผิดชอบเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นผลตามมา มีข้อสัญญาอะไรบ้างให้ประชาชน
นายสุทธี ปุราทะกา เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจสังคมวิถีชุมชนชาวบ้านเราเปลี่ยนแปลงไป ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โครงสร้างการพัฒนาในระดับประเทศชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งการคมนาคม กลุ่มทุนข้ามชาติ กลุ่มทุนบริษัทเครือข่ายใหญ่เปลี่ยนแปลงการลงทุนมาในพื้นที่แถบภาคอีสานทุกทุกจังหวัด แม้แต่การพัฒนาในระดับจังหวัดระดับอำเภอก็มีการขยายตัวเมืองไปสู่ชานเมือง สู่หัวเมืองอำเภอทุกอำเภอ
ฉะนั้นพี่น้องชาวบ้าน องค์กรชุมชน ผุ้นำชุมชน เรียนรู้ปรับตัวเองให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวันนี้ มี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน จัดทำแผนพัฒนาตนเองขึ้นในชุมชน แต่ไม่มีหน่วยงานภาครัฐมาสนใจใส่ใจอะไรในแผนของความของประชาชนที่ทำประชามติ แผนพัฒนาที่เราจัดขึ้นเอง ภาครัฐอยู่ภายใต้อำนาจแหล่งทุน กลุ่มทุน กลุ่มเครือข่ายบริษัทเงินเขาร่วมหัวกันออกแบบประเทศไทย แบ่งส่วนพื้นที่ความเป็นอยู่ให้ชุมชนพี่น้องชาวบ้านทุกๆอย่าง ถนนสี่เลน ทางรถไฟ ร้านสะดวกซื้อ โรงงาน สินค้า กฏกติกา ระเบียบ กฏหมายควบคุมทางความคิดพี่น้องวิถีความเป็นอยู่ชาวบ้าน แม้แต่จารีตประเพณีเขาก็เปลี่ยนให้ชุมชน สังคมวันนี้ ชาวอีสานไม่ไช่อยู่ง่ายกินง่าย เดินเข้าป่ามีผลไม้กิน เดินลงน้ำมีปลา มีกุ้ง มีหอยกิน เศรษฐกิจ สังคม มันเปลี่ยนไปสู่ระบบนายทุน บริษัทข้ามชาติยึดสัปทานทุกๆอย่างไปจากวิถีชุมชน
ผู้ใหญ่บ้านทางตำบลศรีโคตร เล่าว่า เรามีปัญหาเรื่องพื้นที่ที่ดินสาธารณะของชุมชน และสภาพของดินเค็ม มีการพัฒนาจากเวทีชุมชนเล่าเรื่องเล่าถึงปัญหาชุมชนร่วมกันแก้ไขหาทางร่วมมือกับชุมชนในส่วนราชการเจ้าหน้าที่นั้นมาทีหลังมาหนุนเสริมความเข้มแข็งให้เรา เราเริ่มการสำรวจพื้นที่ขอบเขตบริเวณสาธารณะ ค้นหาแนวเขตกังกันแนวเขตปักหลักแสดงหลักฐานพื้นที่สาธารณะประโยชน์ชุมชน ชาวบ้านเห็นพ้องพร้อมกัน เรื่องการจัดการน้ำเช่นกัน ชาวบ้านคนในชุมชนจะรู้ดีถนนเส้นทางน้ำทิศทางการไหลของน้ำ การจัดเก็บน้ำใช้เพื่อการเกษตร นั้นคือพลังชุมชนพลังชาวบ้านเรา
ครูมัลลิกา ปาประไพ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีประสบการณ์บทเรียนการต่อสู้ปกป้องสิทธิชุมชน เพราะว่าตนเป็นครูประจำชุมชนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน เห็นชัดเจนว่าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ไม่เคยใส่ใจความเป็นอยู่พี่น้องชาวบ้าน ไม่กล้าลุกขึ้นอยู่ข้างประชาชน ไม่กล้านำเสนอบทบาทจุดยืนตนเอง ยกตัวอย่างโรงงานขนาดใหญ่ โรงสีข้าวที่พยายามตั้งขึ้นข้างหมู่บ้านตนเอง ตนลุกขึ้นรวบรวมข้อมูลนำเสนอหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมนำเสนอแกนนำชุมชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ทำงานในอำเภอ กล่าวถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบๆชุมชน แปลงนาของชาวนา แต่ก็ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่เราเสนอจะต้องรอให้ประสบเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน แต่เมืองไทยยังโชคดีที่มี ศาลปกครอง เป็นที่พึ่งให้เรา เพราะว่าจากที่ตนเองและชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้รวบรวมรายชื่อขอคัดค้านการดำเนินการโรงงาน โรงสีข้าวใหญ่ เพื่อบอกต่อสาธารณะแสดงจุดยืนไม่เอาไม่เอาโรงสีข้าวใหญ่ ทำให้ ศาลปกครอง เห็นใจรับรู้สภาพปัญหาชุมชนวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยร่วมกันคัดค้าน เสนอชื่อไว้ต่อศาลปกครอง มาถึงวันนี้ ขบวนยุติธรรมชุมชนกำลังเกิดขึ้น มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงระหว่างทางความของกลุ่มคนชุมชนกับโรงสีข้าวใหญ่ในอำเภอ พร้อมๆความเสียหายที่เกิดขึ้นรอบๆโรงสีข้าว และสิ่งแวดล้อมของชุมชน ระบบนิเวศน์ธรรมชาติชุมชนหายไปจากเดิม
อย่างไรเวทีกลางความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายแสดงพลังทิศทางแนวคิดเพื่อยกระดับชุมชน "เครือข่ายคนทุ่งกุลา" การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตชุมชน กลุ่มทุนเข้ามาตั้งโรงงานสีข้าว โรงงานผลิตน้ำตาล โรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล ที่จะก่อเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นในพื่นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งผลิตแอ่งอู๋ข้าวที่ดีที่สุดของโลก เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ พืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ทุกครัวเรือน สร้างเศรษฐกิจให้ชุมชน นอกจากอาชีพทำนาผลิตปลูกข้าว ทรัพย์ในดิน ข้าว ปลา นา น้ำ ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้เป็นที่หมายมองจองของกลุ่มบริษัททุนใหญ่ต่างๆบุกเข้ามายึดพื้นที่พร้อม เข้ามาเปลี่ยนวิถีชุมชนอาชีพทำนา ชักชวนชาวบ้านปลูกพืชทางเลือกใหม่ มันสำปะหลัง อ้อย และอื่นๆ เพื่อผลผลิตเข้าสู่โรงงานบริษัท
ผลกระทบจากกลุ่มโรงงานมาเปลี่ยนแปลงอาชีพทำนา ผู้ปลูกข้าว สิ่งที่จะตามมาด้านสภาพสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ สายน้ำ แหล่งหนองน้ำ ป่าชุมชน รวมไปถึงชีวิตครอยครัวความเป็นอยู่แต่ล่ะครัวเรือน เกี่ยวเนื่องจากกลุ่มทุนบริษัทภายนอกทั้งนั้นได้เข้ามาจัดการวิถีชุมชนเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ชุมชนชาวทุ่งกุลา การสะท้อนแสดงจุดยืนรวมพลังชาวทุ่งกุลา "เจตนารมณ์ชาวบ้านสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายคนทุ่งกุลา ยังคงปกป้องพื้นที่ครัวโลก แหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ ข้าว ปลา นา น้ำ ผลิตเพาะปลูก ข้าว ข้าวหอมมะลิชั้นดี อาหารที่สะอาดที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค เพื่อไม่ให้มีสารเคมีสารพิษเจือปนเข้ามาในพื้นที่แผ่นดินทุ่งกุลา"
มานะ เหนือโท ศูนย์ข่าวทุ่งกุลา รายงาน









