playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

community__Zone_3_1_resize.JPG

ซอยสายไหม 46/  รัฐมนตรี พม. เดินหน้าโครงการบ้านประชารัฐริมคลองหลังจากที่ คสช.ใช้มาตรา 44 ยกเว้นกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคาร ผังเมือง  และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างบ้านเร็วขึ้น  โดยตั้งเป้ารื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อให้เสร็จภายในปี 2561 จำนวน  52  ชุมชน   รวม7,081  ครัวเรือน  เผยยังมีชาวบ้านที่ไม่เข้าร่วมกว่า 1,435 หลังคาเรือน  ขณะที่ กทม.เตรียมใช้ไม้แข็งกับชุมชนที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายทำให้การก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมมีความล่าช้า

            ตามที่รัฐบาลมีโครงการจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง  โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง และก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล  โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการบ้านประชารัฐริมคลองเพื่อรองรับชาวบ้านที่รุกล้ำคลอง  แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาความล่าช้าเนื่องจากติดขัดระเบียบการขออนุญาตก่อสร้าง  กฎหมายผังเมือง  และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม  ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ให้มีการยกเว้นการบังคับใช้บทบัญญัติบางมาตรา  เพื่อให้โครงการบ้านประชารัฐริมคลองเดินหน้าต่อไปได้

community__Zone_3_2_resize.JPG

ล่าสุดวันนี้ (23 กุมภาพันธ์) เวลา 10.30 น. ที่ซอยสายไหม  46  เขตสายไหม  มีการจัดงาน “สร้างชุมชนใหม่เลียบคลองสอง โซน 3  บ้านประชารัฐริมคลอง”  โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในงาน   มีผู้ร่วมงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวง พม.  นายณรงค์  เรืองศรี  รองผู้อำนวยการ  สำนักการระบายน้ำ กทม.  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  รวมทั้งชาวบ้านจากเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองประมาณ 200 คนเข้าร่วมงาน   ภายในงานมีการจัดนิทรรศการการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  มีพิธียกเสาเอกเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่  และผู้แทน กทม.ฯ ได้มอบใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ตัวแทนชาวชุมชน

community__Zone_3_3_resize.JPG

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม. กล่าวว่า  ชุมชนเลียบคลองสอง  โซน 3 เป็นชุมชนแรกในคลองลาดพร้าวที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่เนื้อที่ 4 ไร่เศษ  รองรับชาวบ้านได้ 112 หลังคาเรือน  เนื่องจากชุมชนเดิมมีความคับแคบและอยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร  จึงไม่สามารถรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้  แต่ชุมชนใหม่ก็อยู่ห่างจากชุมชนเดิมเพียง 3 กิโลเมตร  และใช้ระยะเวลาก่อสร้างเพียงไม่กี่เดือน  ชาวบ้านก็จะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงให้แก่ลูกหลาน  

“นอกจากชาวชุมชนริมคลองที่ลงเสาเอกสร้างบ้านใหม่ในวันนี้แล้ว   ภายในสิ้นปีนี้จะดำเนินการอีก 33 ชุมชน  รวม 3,672  ครัวเรือน   ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการซึ่งมีอยู่ประมาณ 1,000 ครัวเรือน  เราก็จะใช้วิธีการเจรจา  และจะใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นหนทางสุดท้าย   แต่ผมหวังว่าเมื่อชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมเมื่อได้เห็นความสำเร็จของชุมชนต่างๆ แล้วก็คงจะเข้าร่วมโครงการ ”  รมว.พม.กล่าว  และบอกว่าภายในปี 2561 นี้  กระทรวง พม.และ พอช.มีเป้าหมายที่จะดำเนินการรวม 52 ชุมชน  จำนวน 7,081 ครอบครัว

community__Zone_3_4_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  หรือ พอช. กล่าวว่า  ที่ผ่านมาโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองมีอุปสรรคเกิดปัญหาความล่าช้า  เนื่องจากโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารหลายฉบับ  และต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างจากกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตในพื้นที่ที่มีโครงการ  เช่น  มีข้อบังคับเรื่องระยะแนวร่นของอาคารกับถนนสาธารณะ   ข้อบังคับการเว้นที่ว่างด้านหน้าและด้านหลังอาคาร  ฯลฯ  แต่เนื่องจากชุมชนริมคลองส่วนใหญ่มีพื้นที่คับแคบ  ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารได้  ดังนั้นเมื่อ คสช.มีคำสั่งยกเว้นการบังคับใช้บทบัญญัติตามกฏหมาย  จะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองมีความรวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้คำสั่งของ คสช.ให้ยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522   ยังช่วยให้ชาวชุมชนริมคลองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้  เพราะตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ( ข้อ 42)  กำหนดให้การก่อสร้างอาคารริมแหล่งน้ำสาธารณะที่มีความกว้างตั้งแต่  10 เมตรขึ้นไป  ต้องเว้นระยะห่างจากแหล่งน้ำนั้นอย่างน้อย 6 เมตร  ซึ่งในกรณีของชุมชนริมคลองนั้น  หากนำข้อบังคับดังกล่าวมาใช้จะทำให้ชุมชนต่างๆ ไม่เหลือพื้นที่พอที่จะสร้างบ้าน  ดังนั้น คสช.จึงมีคำสั่งให้ร่นแนวอาคารให้ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า 2 เมตร 

ส่วนการยกเว้นการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือ EIA  โดยให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้าง  และต้องรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวต่อหน่วยงานอนุญาต  และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ปีละสองครั้ง  ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้   นายสมชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมา พอช.ได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อให้จัดทำแผนงานดังกล่าวแล้ว  และจะนำเสนอต่อ สผ.ได้ภายในต้นเดือนมีนาคมนี้  ซึ่งหากผ่านการพิจารณาก็จะทำให้การขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองมีความรวดเร็วขึ้น

นายณรงค์  เรืองศรี  รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ  กรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า  นโยบายการจัดระเบียบริมคลองลาดพร้าว  กทม.ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมคลอง  ระยะทาง 2 ฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร  ครอบคลุม 8 เขต  โดยมีแผนการดำเนินการใน 50 ชุมชน  ประมาณ 7,000 ครัวเรือน  ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 2562  ขณะนี้ได้ก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าวแล้ว  เป็นระยะทางกว่า  5  กิโลเมตร  มีความคืบหน้า 10 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้  เนื่องจากติดปัญหาชุมชนไม่ยอมรื้อย้ายออกจากพื้นที่  ทำให้มีอุปสรรคในการทำงาน

“เพื่อให้แผนการก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จตามกำหนด  กทม.จะลงพื้นที่เจรจาและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน  ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  หากผลการเจรจาไม่สำเร็จ  ชุมชนไม่ยอมรื้อย้าย  ในขั้นตอนสุดท้ายอาจใช้มาตรการทางกฎหมายมาดำเนินการ”  นายณรงค์กล่าว

community__Zone_3_5_resize.JPG

นายโสภณ  นิเวศธนาวร  ประธานสหกรณ์เคหสถานริมคลองพัฒนา  กล่าวว่า  ที่ผ่านมาชาวบ้านชุมชนเลียบคลองสอง  โซน 3 ได้เตรียมแผนการในการสร้างชุมชนใหม่  เพราะรู้ว่าที่ดินที่ปลูกสร้างบ้านเลียบคลองสองมีความคับแคบ  และอยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมของ กทม.  ไม่สามารถรื้อย้ายเพื่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิมได้  ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนสร้างบ้านตั้งแต่ช่วงกลางปี 2558  มีสมาชิกเข้าร่วมในช่วงแรกประมาณ  50 คน  ออมเงินขั้นต่ำเดือนละ 300-500 บาท   ปัจจุบันมีสมาชิกทั้ง 3 ชุมชน  รวม 112  คน (114 ครัวเรือน) มีเงินออมรวมกัน 1,458,756 บาท  แยกเป็นเงินออมเพื่อสร้างบ้าน 1,400,046 บาท  เงินออมหุ้น 54,300 บาท  และเงินออมสวัสดิการ 13,410 บาท

“หลังจากลงเสาเอกในวันนี้แล้ว  บริษัทรับเหมาก็จะเข้ามาตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างบ้าน  แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส  คือ  เฟส 1 จำนวน 43 หลัง   เฟส 2 จำนวน 34 หลัง  และเฟสที่ 3 จำนวน  35  หลัง  ตามแผนงานจะก่อสร้างเฟสแรกให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม  และจะสร้างบ้านเสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้  ซึ่งระหว่างการก่อสร้าง  ชาวบ้านยังอาศัยอยู่ในชุมชนเดิม  เมื่อบ้านที่ชุมชนใหม่สร้างเสร็จก็จะย้ายเข้ามาอยู่  ส่วนชุมชนเดิมก็จะรื้อถอนเพื่อให้ กทม.เข้ามาสร้างเขื่อนระบายน้ำต่อไป”  นายโสภณกล่าว

สำหรับบ้านที่จะสร้างใหม่มี  2 แบบ  คือ  1.บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4X7 ตารางเมตร  ราคา 322,399 บาท  ผ่อนชำระเดือนละ 1,952 บาท  2.บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 6X7  ตารางเมตร  ราคา 478,255 บาท   ผ่อนชำระเดือนละ 2,991 บาท ระยะเวลาผ่อนส่ง 15  ปีทั้ง 2 แบบ

community__Zone_3_6_resize.JPG

ประธานสหกรณ์ฯ กล่าวด้วยว่า  นอกจากการก่อสร้างบ้านทั้ง 112 หลังแล้ว  ยังได้แบ่งพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสร้างเป็นสถานที่ทำการของสหกรณ์  มีพื้นที่สวนหย่อม  สนามเด็กเล่น  บ่อบำบัดน้ำเสีย  ฯลฯ  รวมทั้งยังได้เตรียมประสานงานกับสำนักงานเขตและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อฝึกอบรมอาชีพต่างๆ ให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่มีอาชีพหรือว่างงาน  เพื่อให้ชาวชุมชนมีอาชีพและมีรายได้ต่อไป

ชุมชนเลียบคลองสองโซน 3 เป็นส่วนหนึ่งของคลองลาดพร้าว  ตั้งอยู่ในเขตสายไหม  ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่บนพื้นที่ริมคลอง (ริมถนนในซอยพลโยธิน 54/1 ขนานไปกับรั้วกองทัพอากาศ) ระยะความยาวของชุมชนประมาณ 3.7 กิโลเมตร  บ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพทรุดโทรม  ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลำน้ำสาธารณะคลองลาดพร้าวมานานหลายสิบปี  บนที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ดูแลอยู่   ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  

ในช่วงปลายปี 2559  ชาวบ้านได้รวมตัวกันไปจัดหาที่ดินแปลงใหม่เพื่อก่อสร้างบ้านและที่ดินใหม่   ได้ที่ดินบริเวณซอยสายไหม  46 (อยู่ห่างจากชุมชนเดิมประมาณ 3 กิโลเมตร)  เนื้อที่  4  ไร่  2 งาน  ราคา 17,480,000 บาท  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  สนับสนุนสินเชื่อจำนวน 16,606,000 บาท  และชุมชนสมทบจำนวน 874,000 บาท  นอกจากนี้ยังสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค  รวม 8,785,000 บาท  งบอุดหนุน  รวม  2,800,000 บาท  งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างแนวเขื่อนระบายน้ำ  รวม  8,064,000 บาท

สินเชื่อปลูกสร้างบ้าน (112 หลังคาเรือน)  รวม  20,594,000 บาท  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี  ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี  รวมงบประมาณในการพัฒนาโครงการดังกล่าว  เป็นเงิน 53,814,000 บาท   มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 112 หลังคาเรือน (114 ครัวเรือน) มาจากชุมชนเลียบคลองสองโซน 3 จำนวน 72 หลังคาเรือน  เลียบคลองสองโซน 1 จำนวน 20 หลังคาเรือน  และชุมชนหลังซอยแอนแน๊กซ์ 20 หลังคาเรือน

community__Zone_3_7_resize.JPG

community__Zone_3_8_resize.JPG

 

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter