
เมื่อวันที่ 21- 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชน 6 อำเภอ จ.แม่ฮ่องสอน ประกอบไปด้วย เครือข่ายองค์กรชุมชนอำเภอเมือง, ปางมะผ้า, แม่ลาน้อย, ขุนยวม, สบเสย, แม่สะเรียงจับมือร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องการมหาชน) หรือ พอช. และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรวมกันหาแนวทางในการขับเคลื่อน “บุก”พืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง

"บุก" หรือ Konjac (คอนจัค) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มักขึ้นอยู่ในป่า หรือในไร่ สวนของชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันบุกหรือหัวบุกได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาดเนื่องจากเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพเพราะหัวบุกมีสารเส้นใยที่สำคัญคือกูลโคแมนแนซึ่งมีองค์ประกอบเป็นน้ำตาลกูลโคสและแมนโนส เมื่อนำมาสกัดออกมาจะได้เป็นผงบุกแห้งเมื่อนำไปละลายน้ำจะได้วุ้นใยอาหารธรรมชาติหรือที่เรารู้จักในนาม “วุ้นบุก” เหมาะสำหรับเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยน้ำหนักเกิน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการคุมน้ำหนัก นอกจากนี้แล้วยังมีงานวิจัยพบว่าเมื่อนำผงบุกสกัดไปผสมกับสมุนไพรตัวอื่น เช่น แก่นขี้เหล็ก แก่นกันเกรา ชุมเห็ดเทศ ฝักราชพฤกษ์ นำมาต้มดื่มเป็นประจำเป็นยากษัยเส้นโรคเลือดและน้ำเหลือง


ดังนั้นบุกจึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอสบเมย และอำเภอแม่สะเรียงซึ่งมีพืชชนิดนี้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ดำเนินการสำรวจพบว่าปริมาณบุก 3 อำเภอซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีประมาณ 5,000 ตันต่อปี โดยที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เปิดให้เอกชนสัมปทานการเก็บเกี่ยวหัวบุกจำนวน 2,500 ตันต่อปี และยังมีเหลืออีก 2,500 ตันที่ยังไม่ได้มีการสัมปทานเพื่อการเก็บเกี่ยว แต่มีการลักลอบขุดบุกไปขาย ดังนั้นนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้หารือกับผู้อำนวยการภาคเหนือ (นายปฏิภาณ จุมผา) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), คณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ,นักพัฒนาธุรกิจชุมชน, บริษัทประชารัฐรักสามัคคีแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางการสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่โดยเฉพาะชุมชนในสี่อำเภอข้างต้นรวมกลุ่มยื่นสัมปทานเก็บเกี่ยวบุกในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและสนับสนุนให้ชุมชนมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และป้องกันปัญหาไฟป่า ผู้อำนวยการ พอช.ภาคเหนือ จึงรับอาสาจัดเวทีเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้


จากการหารือในเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อน "บุก" "Break Through" สู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามแนวทางประชารัฐ มีสาระสำคัญและเป็นข้อเสนอเพื่อร่วมกันผลักดัน ดังนี้
1) สิ่งดีๆ ที่สามารถสร้างรายได้และสร้างความสุขของคนในท้องถิ่น
- แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองด้านการเกษตรกรรม มีพืชที่เป็นผลผลิตสำคัญ คือ บุก กล้วย ข้าว
- แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว
- มีสมุนไพรและของป่าที่หลากหลาย เช่น ไพล กวาวเครือ ขมิ้น น้ำผึ้ง รางจืด กำลังช้างเผือก หญ้าขัดปล้อง หวาย สมอ เป็นต้น
- มีสิ้นค้าชนเผ่า และหัตถกรรมพื้นบ้าน
2) คนแม่ฮ่องสอน มีเป้าหมายโดยใช้เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากร่วมกับประชารัฐ ในการ
- การแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตรแบบครบวงจร และได้มาตรฐาน
- สร้างและพัฒนาผลผลิตการเกษตรที่ปลอดภัย ลด ละ เลิก การใช้ สารเคมี ตามแนวทางที่ว่า “คนแม่ฮ่องสอนสุขภาพดี มีความสุข”
- มีการร่วมกลุ่มสร้างเครือข่ายการทำงาน จัดกลไกการทำงานร่วมจากทุกภาคส่วน
- มีตลาดรองรับผลผลิตการเกษตรที่เชื่อมโยงเครือข่ายด้านการตลาดร่วมกัน
- การฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมสู่ป่าที่สร้างรายได้
- การใช้ทรัพยากรดิน น้ำ ป่า อย่างถูกต้องและบูรณาการร่วมกัน
- ประกันราคาผลผลิต และการสร้างโรงงานแปรรูป สหกรณ์ในชุมชน
- พัฒนาระบบการขนส่งจากชุมชน สู่ คู่ค้าให้มีความคล่องตัว
3) ข้อจำกัดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีอยู่
- ปัญหาเรื่องไม่สิทธิในที่ดินทำกิน ทำให้เพาะปลูกพืชผลได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากติดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน และอยู่ในเขตป่า
- ระยะทางในการขนส่งมีความยากลำบาก ส่งผลทำให้มูลค่าของผลผลิตลดลง
- ขาดทุนทรัพย์ในการสร้างโรงงานแปรรูปผลผลิต
- การรวมกลุ่มของคนในชุมชนมีน้อย และขาดความเข้มแข็ง
- ขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการในการเพาะปลูก ทำให้ผลผลิตได้น้อยและขาดทุน
- ขาดแกนนำที่มาร่วมเป็นแกนหลักในการพัฒนา
๑. แนวทางสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากร่วมกัน
- สร้างแนวร่วมในการพัฒนาประชารัฐกับผู้นำและตัวแทนชุมชน
- เน้นให้มีการรวมกลุ่มในชุมชน โดยมีการจัดเวทีประชารัฐทำแผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การเกษตร การแปรรูป และการท่องเที่ยว
- รวมกลุ่มด้านเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด และให้มีการประชุมอย่างต่อเนื่องและนำสู่การปฏิบัติ พร้อมขยายผล
- สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนให้มีความต่อเนื่อง
- สำรวจข้อมูลตามต้นทุนที่มีในชุมชน เพื่อพัฒนาสู่เศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ
- การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ระหว่าง ชุมชน – ชุมชน / ชุมชน – รัฐ / ชุมชน – เอกชน
- ศึกษาวิจัยความรู้ที่ขาด เพื่อเติมเต็มให้กับชุมชน
- ผลักดันความรู้ของชุมชน นำไปสู่หลักสูตรของท้องถิ่น โดยใช้พื้นที่เป็นชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ และมีผู้รู้ในชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอด
- ยกระดับเครือข่ายที่มีอยู่แล้วให้มีพลังในการขับเคลื่อนงาน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ
4) ข้อเสนอต่อระดับนโยบาย
- ระดับนโยบาย ควรให้มีการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วมจากชุมชน
- เพิ่มจำนวนสัมปทานพื้นที่ป่าให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อประโยชน์จากผลผลิตจากป่า โดยมีการหนุนเสริมจาก บ.ประชารัฐรักสามัคคีแม่ฮ่องสอน
- ควรมีข้อยกเว้น ในเรื่อง “บุก” โดยให้ชุมชนสามารถเก็บผลผลิตจากป่าได้ และแก้ไขกฎหมายให้ “บุก” ไม่เป็นพืชป่า
- จัดกลไกการตลาดเพื่อรับซื้อผลผลิตในราคามาตรฐาน ตามกลไกการตลาด
- สร้างโรงงานแปรรูปผลผลิตการเกษตรในท้องถิ่น
- ผลักดันให้คนในชุมชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เพื่อพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต
- แก้ไขข้อกฎหมาย ที่ว่าด้วยเรื่องที่ดินทำกินและป่าไม้ ที่จะส่งผลให้ชุมชนในด้านการประกอบอาชีพ
- ให้มีการจัดการที่ดินในเขตป่าอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นฐาน
- เพิ่มหลักสูตรศึกษาชุมชน เด็กและเยาชนในเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ส่งเสริมการตลาดสินค้าทางการเกษตรที่มีอยู่ในป่า ได้อย่างถูกต้อง มีความสมดุลและมีความยั่งยืน



ปุณญภัส กมลเนตร : รายงาน





