playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
                                                                                                                   โดยสุวัฒน์  คงแป้น
144059.jpg

 

          หากพูดถึงทะเลอันดามัน คนทั่วไปจะจินตนาการถึงชายหาดทรายขาวสวยงาม และน้ำทะเลใสบริสุทธิ์ นึกถึงร้านอาหารและโรงแรมหรูซึ่งเป็นของคู่กันกับการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ในความเป็นจริงอันดามันไม่ได้มีเฉพาะสิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน อันดามันยังมีป่าชายเลนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่จำนวนมาก มีวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่น่าค้นหาไปพร้อมๆ กับขนบธรรมเนียม ประเพณีวิถีชุมชนที่มีเสน่ห์ มีสินค้าชุมชนตามธรรมชาติทั้งของกินและของใช้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากแก่ญาติมิตร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ เป็นได้ทั้งการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแนวนี้ คือ ตำบลขอนคลาน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล

144052.jpg

ตำบลขอนคลาน  มีอาณาเขตติดกับทะเลอันดามัน  ลักษณะภูมิประเทศมีสภาพเป็นที่ราบ  ประกอบด้วยพื้นที่ทำการเกษตร  และพื้นที่ป่าชายเลนตลอดแนวถนนและแถบชายฝั่ง การปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน  ประชากรจำนวนทั้งสิ้น 2,547 คน นับถือศาสนาอิสลามกว่า 90 เปอร์เซ็นต์  ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง รองลงมาคือ ทำนา (เพื่อการบริโภคในครัวเรือน) ทำสวนมะพร้าว  สวนปาล์ม  ปลูกพืชหมุนเวียน  เลี้ยงสัตว์  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น เลี้ยงกุ้ง  เลี้ยงปลาในกะชัง  ค้าขาย  รับจ้าง  โดยมีอาชีพที่พึงพิงฐานทรัพยากรหลัก  3 ส่วน คือ  ทะเล  ,  ป่าชายเลน  และชายหาด  

แหล่งทรัพยากรที่สำคัญ ได้แก่ ชายหาดราไว ยาว 4.5 ก.ม. ในหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 และมีป่าชายเลน

มีเนื้อที่ 5,654 ไร่ มีการจัดระเบียบในการดูแลป่าชายเลนเหล่านี้ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีลำคลองสายหลัก 3 สาย คือ คลองดุกัง คลองวังวน คลองราไว ทั้ง3 คลองเชื่อมโยงกัน และยังเชื่อมกับพื้นที่ตำบลทุ่งบุหลัง ตำบลนาทอน และตำบลแหลมสนอีกด้วย

144051.jpg
          คนตำบลขอนคลานมีอาชีพที่สัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรทางธรรมชาติตลอดทั้งปี  แสดงถึงคุณค่าทางทรัพยากรที่เอื้อประโยชน์ต่อคนในชุมชน  แต่ที่ผ่านมามีการทำประมงเชิงพาณิชย์โดยนายทุนต่างถิ่น ใช้เครื่องมือประมงที่ผิดประเภทและผิดกฎหมายมุ่งสร้างแต่กำไรโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  สร้างความเสื่อมโทรมและความล่มสลายต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล มีการลักลอบ ลาก/คราดหอย    การรุกล้ำแนวเขตของเรืออวนลากขนาดใหญ่  (เรือประมงพาณิชย์ประเภทอวนลากคู่และลากเดี่ยว) เป็นการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน  และยังทำลายเครื่องมือของพี่น้องประมงชายฝั่งอีกด้วย  นอกจากนั้น ยังมีการทำโป๊ะน้ำลึก   โพงพาง     อวนล้อมประกอบเครื่องปั่นไฟ   ยาเบื่อ  กากชา  การปล่อยน้ำเสียและของเสียจากบ่อกุ้งลงสู่แม่น้ำ ลำคลองที่ไหลออกสู่ทะเลเหล่านี้เป็นต้น  ล้วนเป็นกระบวนการทำลายความมั่นคงและทำลายแหล่งอาหารของชุมชนและอาจนำมาสู่การล่มสลายของชุมชนประมงชายฝั่ง

          ปี 2541 ชาวบ้านจึงมีการรวมตัว  เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยความร่วมมือของชาวบ้านใน “ชุมชนกับชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล” มีการเปิดเวทีทำความเข้าใจกับแกนนำชุมชนกระบวนการรวมกลุ่มและประโยชน์ที่จะได้และในปี  2549 มีการรวมตัวเพื่อทำกลุ่มสวัสดิการชุมชน  โดยเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านสมทบทุนสมาชิกจำนวน 10  บาท ต่อคน  ต่อเดือน ขณะที่รัฐจ่ายเงินอุดหนุนในอัตรา 10  บาท ต่อคนต่อเดือน  เพื่อเป็นกองทุนในการดูแลซึ่งกันและกัน ตั้งแต่เกิดจนตายตลอดจนนำเงินบางส่วนมาดูแลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

          ปี 2551 ได้เริ่มจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) โดยมีกลุ่มองค์กรที่มาจดแจ้ง เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มแพชุมชน กลุ่มอาชีพ และอื่นๆ  มีสมาชิกสภาจำนวน 34  คน จาก 4 หมู่บ้าน มาเป็นกรรมการดำเนินงาน ขยายการดำเนินงานสู่การจัดการที่ดิน  ซึ่งเป็นการหาทางออกกรณีพื้นที่ชาวบ้านทับซ้อนกับพื้นที่ป่าชายเลน การจัดการที่อยู่อาศัย การรับมือภัยพิบัติ การจัดการทะเลเพื่อเป็นแหล่งความมั่นคงทางด้านอาหาร

          ที่ผ่านมา มีอาสาสมัครราษฎร์ร่วมรัฐช่วยดูแลทรัพยากร อาทิ การดูแลทรัพยากรทางทะเลมีราษฎรอาสาพิทักษ์ทะเลและชายฝั่ง(รสทช) หมู่บ้านละ 10 คน จำนวน 4 หมู่บ้าน ทำหน้าที่เฝ้าระวังทะเลและชายฝั่ง ตรวจลาดตระเวน มีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ, มีกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม) หมู่บ้านละ 9 คน  มีอาสาสมัครพิทักษ์ป่าชายเลนหมู่ที่ 1 จำนวน 9 คน ทำหน้าที่ลาดตระเวน ตรวจตรา ปลูกป่าเนื่องในวันสำคัญ

          นอกจากนี้ยังมีการสำรวจข้อมูลทางทะเล เช่น พื้นที่ที่มีสัตว์น้ำชุกชุม (ดอหมัน) พบว่ามีอยู่ถึง 16 ดอหมัน มีการจัดทำข้อมูลสัตว์น้ำที่จับได้มูลค่าปีละ 25 ล้านบาท (เฉพาะประมงของชาวบ้าน) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นำไปสู่การสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชนในการตระหนักต่อการร่วมกันรักษาทรัพยากรทางทะเลซึ่งเป็นเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงของชุมชน

          นอกจากนี้ ต.ขอนคลาน ยังมีชายหาดราไว ติดกับทะเลอันดามัน เป็นพื้นที่ชายหาดที่มีความยาว 4.5 กิโลเมตร มีทิวสนบริเวณชายหาด ที่เหมือนชายหาดทั่วไปในพื้นที่จังหวัดสตูล คนในพื้นที่มีการดำเนินกิจกรรมพัฒนาชายหาดแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง การปลูกต้นไม้เพื่อเป็นร่วมเงา การเก็บขยะจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ และการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย โดยได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลก่อสร้างอาคารรองรับนักท่องเที่ยว ใช้สำหรับการประชุม มีลาน มีห้องน้ำ ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2543 การใช้ประโยชน์พื้นที่ ชุมชนจะเข้าไปทำกิจกรรม หรือการประชุมระดับตำบล และรองรับนักท่องเที่ยวแบบเช้ามาเย็นกลับ รวมถึงการจัดกิจกรรมของหน่วยงานในบางโอกาส

          อย่างไรก็ดีอาคารที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสร้างขึ้นนั้น ชุมชนไม่มีส่วนร่วมเข้าไปจัดการ ไม่มีอำนาจจัดการพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งก่อสร้างอาคารดังกล่าวก็ยังทรุดโทรม และเป็นแหล่งมั่วสุม เป็นปัญหาของคนในตำบลมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ในการประชุมสมัชชาคนสตูล ทางเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสตูลได้จัดทำข้อเสนอต่อจังหวัด ในเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อ สร้างรายได้เสริม และส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน

          จากกรณีข้างต้นตำบลขอนคลานมีทั้งทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เป็นชายหาด ทะเล ลำคลอง ภูมิปัญญา และมีสถานที่ที่สามารถให้บริการนักท่องเที่ยว ส่งเสริม “การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน”    จะเป็นการพัฒนาตำบล ในด้านการบริการนักท่องเที่ยว เช่น เรือนำเที่ยว อาหาร ที่พัก มัคคุเทศก์ อาหารแปรรูป และการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น    ชายหาด ทะเล ลำคลอง ภูมิปัญญา  อันเป็นการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ “การท่องเที่ยว”ที่ช่วยสร้างกฎระเบียบ สร้างคนรุ่นใหม่ ดูแลประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดการพื้นที่  เชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากร การจัดการเรื่องทะเล แหล่งอาหาร

          เพื่อก้าวไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนอย่างสมบูรณ์ คนขอนคลานโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลานจึงได้มีการดำเนินกิจกรรมในหลายๆอย่าง เช่น การสร้างเยาวชนให้มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว การพัฒนาหาดราไว การทำแผนที่ท่องเที่ยวโดยเน้นจุดที่เป็นธรรมชาติทางทะเล การพัฒนาสินค้าชุมชนที่แปรรูปมาจากอาหารทะเล ฯลฯ

          การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลขอนคลาน จึงเป็นการขยับเชื่อมกับยุทธศาสตร์ตำบลที่ประกาศในสมัชชาคนสตูลปี 2557 ว่าด้วย “การพัฒนากลุ่มองค์กรทางสังคม ให้สามารถจัดการสถานการณ์ทางสังคม โดยมีแผนป้องกัน,แก้ไข,ฟื้นฟู และพัฒนา   ภายในตำบลขอนคลานอย่างมีส่วนร่วมและสอดคล้องกับฐานวัฒนธรรมศาสนา ผ่านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน  (Community  Base Tourism)”   เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากร วิถีชีวิต วัฒนธรรม และจัดตั้งกลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ดำเนินการการให้บริการการท่องเที่ยวในด้านการบริการที่พัก อาหาร นำเที่ยว โดยให้กลุ่มองค์กรในตำบลมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการ

          วันนี้ด้วยการสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช) สกว. ท้องถิ่น มูลนิธิสยามกัมมาจล องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสตูล และภาคีพัฒนาภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากพี่น้องคนขอนคลานเองที่ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลานเป็นพื้นที่กลาง นำของดีที่มีอยู่ในชุมชน แม้ว่าจะเป็นแค่การเริ่มต้น แต่ด้วยศักยภาพของพื้นที่และความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่ายเชื่อว่า “ขอนคลาน” จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เพิ่มความสุข เติมความรู้ ดูแลชุมชน และเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง 

 

144058.jpg

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter