playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

20170217_091007_resize.jpg

สำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชน และสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ โดยความร่วมมือระหว่างคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน) ระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องประชุม อบต.ไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

         สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15-16 มกราคม 2560 คณะทำงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ ได้จัดเวทีสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนงานขึ้น ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และได้วางเป้าหมายให้มีการจัดเวทีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ในวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2560 ขึ้นที่ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพื้นที่ตำบลที่มีทุนในด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน  40 ตำบลเข้าร่วมเพื่อเป็นการยกระดับการจัดการเศรษฐกิจฐานราก ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงานประกอบไปด้วย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.)  บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และสโมสรโรตารีสากล  โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ดังนี้

1.       เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มงานตามกลุ่มคลัสเตอร์ประเด็นงานต่างๆ และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้องทุกระดับของพื้นที่ตำบลรูปธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนใต้

2.       เพื่อกำหนดแนวทาง เป้าหมาย ภารกิจร่วมของการขับเคลื่อนงานการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร และอุบลราชธานี

3.       เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างมีทิศทางและระบบการบริหารจัดการโดยชุมชนอย่างแท้จริง



ข้อสรุปที่ได้จากกระบวนการในเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ พบว่า สภาพการณ์ก่อนหน้านี้ในด้านการท่องเที่ยว ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นไปในรูปแบบของการท่องเที่ยวชุมชนซึ่งคนในชุมชนเองไม่ได้เป็นเจ้าของ ขาดการมีส่วนร่วม รวมถึงการบุกรุกทำลายทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน อย่างเช่น ทรัพยากรธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเข้ามาใช้โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าและความสำคัญหรือมีความรู้สึกหวงแหนทรัพยากร อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญจากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในชุมชนทำให้วิถีชุมชนหายไปเพราะที่ผ่านมาชุมชนเองต้องปรับตัวตอบสนองตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะในเรื่องของสถานที่พักที่ต้องทำการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวจนบางครั้งกลับกลายเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการพักอาศัยตามวิถีชีวิตเดิม หรือการที่คนในชุมชนต้องปรับเวลาการอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามา เช่น การตื่นนอน การเข้านอน ที่บางครั้งเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบางกลุ่มส่งเสียงดังรบกวนในตอนกลางคืน หรือมีบางกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมตอนกลางคืน ย่อมส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ในชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          การท่องเที่ยวชุมชนที่ผ่านมาหลายพื้นที่คนในชุมชนไม่ได้เป็นเจ้าของ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าว ระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นผลประโยชน์ที่เกิดกับคนเพียงไม่กี่คน หรือคนไม่กี่กลุ่มซึ่งเป็นนายทุนทำธุรกิจ โดยอาศัยแอบอ้างอัตลักษณ์ของพื้นที่เป็นจุดขายจนบางครั้งเป็นการบั่นทอนทำลายวิถีวัฒนธรรม ส่งผลกระทบต่อคนในชุมชนที่ไม่ได้มีส่วนในผลประโยชน์จากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเหล่านั้นเลย

          ดังนั้นการท่องเที่ยวโดยชุมชนถือเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากการท่องเที่ยวโดยชุมชนเกิดขึ้นมาจากการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่มาจากฐานความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งทุกคนจะมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของร่วมกัน ร่วมทั้งแรงในกิจกรรม ร่วมทั้งรายได้และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันรักษาไว้ซึ่งวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน

          ผู้เข้าร่วมได้มีการระดมความคิดเห็นจนเกิดเป็นแนวคิดร่วมกันถึงหลักการทำงานการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ดังนี้

          1.ต้องมาจากความต้องการของชุมชน

          2.สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วม

          3.มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม / ชมรม

          4.มีรูปแบบกิจกรรมโดยชุมชน

          5.มีกติการ่วมกัน

          6.มีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้มาเที่ยวกับชุมชน

          7.มีมาตรฐานที่มาจากข้อตกลงร่วมกัน

          8.มีรายรับร่วม รวยกระจาย

          9.ไม่ใช่อาชีพหลักของชุมชน

          10.สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้

ซึ่งหลักการที่ได้จากการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเวทีสัมมนานั้นสอดคล้องกับแนวทางหลักการท่องเที่ยวโดยชุมชนของ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ดังที่ว่า

          - ชุมชนเป็นเจ้าของ

          - ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจ

          - ส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง

          - มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม

          - ยกระดับคุณภาพชีวิต

          - คงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

          - ก่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม

          - เกิดผลตอบแทนที่เป็นธรรมแก่คนท้องถิ่น

          - เคารพในวัฒนธรรมที่แตกต่างและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

          - มีการกระจายรายได้สู่สาธารณประโยชน์ของชุมชน



การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน “ความสุขของคนในชุมชน และคนมาเที่ยว” ซึ่งคนในชุมชนจะต้องร่วมกัน ดังนี้ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมจัดการ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับผลประโยชน์ โดยนอกกระบวนการมีส่วนร่วมแล้วยังต้องมีประเด็นที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง คือ

          1.เรามีอะไรดี ๆ ที่จะให้เขามาเที่ยว

          2.คนมาเที่ยวมีความสุขแล้ว “คนในชุมชนมีความสุข”?

          3.เที่ยวแล้วความเป็นชุมชนเราหายไปหรือไม่

          4.ทำอย่างไรคนมาเที่ยวแล้วอยากมาอีก

          5.ปลอดภัยหรือไม่ ? / มาตรฐานสินค้ามีหรือไม่ ?

          6.คนในชุมชนได้ประโยชน์ทั่วถึงหรือไม่ หรือได้ประโยชน์เฉพาะกลุ่ม

          7.คนในพื้นที่ลุกขึ้นมาจัดการเองหรือไม่

          8.เน้นเรื่องธุรกิจเกินไปจนลืมความสุขของคนในชุมชนหรือไม่

          กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพื้นที่รูปธรรม (คุณเชิด สิงห์คำป้อง ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ จ.เลย  /  คุณปองเลิศ  เฉลิมสิริโรจน์ ชมรมส่งเสริมท่องเที่ยวโดยชุมชน เมืองเก่าสุโขทัย) ทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และสามารถจับประเด็นการทำงานที่ประสบผลสำเร็จได้โดยหลักสำคัญ คือ “สืบค้นคุณค่าอัตลักษณ์ชุมชน”  ดึงคนให้เข้าถึง ดึงคนมาพัฒนาแล้วกล้านำเสนอสิ่งที่มี ถ้าให้ดีต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เดินเครื่องจัดการท่องเที่ยวที่เที่ยวนี้ต้องไม่เหมือนเดิม

          นอกจากประเด็นดังกล่าวคณะวิทยากรยังได้ให้ข้อคิดทิ้งท้ายเพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่สำคัญไว้ด้วย ดังนี้

          1.อย่าเลียนแบบ   เพราะการเลียนแบบนั้นไม่ยั่งยืนเพราะไม่ได้มากจากความเป็นตัวเอง ไม่มีอัตลักษณ์ของตนเอง

          2.ทำไปทำไม เพื่อใคร 

          3.ลองทำ สู่ ประสบการณ์   การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการได้ลงมือทำเพื่อให้เกิดเป็นประสบการณ์การลงอผิดลองถูก

          4.พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่องหรือเพื่อแก้ปัญหา

          5.อย่าลืมเรื่อง Social Media  ปัจจุบันการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้

          6.พัฒนาไปข้างหน้า แล้วอย่าลืมหันกลับมาพัฒนากลุ่ม / ชุมชน

          7.มีการนำเสนอต่อเนื่องเมื่อมีการประกวด

          8.ไม่ลืมต่อยอดกลุ่มเดิม เพิ่มเติมกลุ่มใหม่



สรุปแนวทางการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ได้จากเวทีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้ง ซึ่งถือเป็นหลักการดำเนินงานที่สำคัญโดยให้พื้นที่นำไปปรับใช้ตามบริบท โดยยึดหลักตามเกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน 5 ด้าน 100 ข้อขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) แต่อย่างไรก็ตามให้ถือเป็นหลักการแนวทางในการปฏิบัติที่จะนำไปสู่ประสิทธิผลไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่ตายตัว ไม่ยืดหยุ่น

          หลักการดำเนินงานที่ได้นั้นต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ 5 ด้าน 100 ข้อเพื่อเป็นแนวทาง ดังนี้

          - ให้มองหาเครือข่าย / คิดเสมอว่าใครหรือองค์กรใดที่จะมาทำงานร่วมกับเราได้บ้าง หาเพื่อนคิด เพื่อนร่วมทำ เสริมส่วนขาดซึ่งกันและกัน

          - กลไกร่วม ท้องที่ / ท้องถิ่น / ท้องทุ่ง / ภาครัฐ / ภาคเอกชน / เยาวชน  โดยรวมกันในระดับตำบล และคลัสเตอร์

          - รวบรวมข้อมูล สิ่งดี ๆ ของชุมชนของดี ๆ ที่มีในชุมชนที่พิจารณาว่าเป็นของดี และของแท้จริง ๆ

          - จัดทำแผนพัฒนา สร้างกิจกรรม โดยพิจารณาจากเกณฑ์ 5 ด้าน 100 ข้อ  กิจกรรมที่นำเสนอต้องสร้างสรรค์ให้เกิดความทรงจำ ทำให้ประทับใจเพราะการท่องเที่ยวเป็นการสร้างประสบการณ์

          - การขับเคลื่อนแผนงาน กิจกรรม ต้องขับเคลื่อนในระดับภาคี กลุ่ม ท้องที่ ท้องถิ่น ภาครัฐ ประชารัฐ

          - “การจุดกระแส”  จุดกระแสการท่องเที่ยวให้เป็นที่สนใจ ดำเนินการตามแผนบนความคิดสร้างสรรค์ เช่น การท่องเที่ยวที่ว่า “ปั่น กิน เที่ยว ชมความเฟี้ยว เลี้ยวดูควาย ผ่อนคลาย ดูธรรมชาติ”

          - “เวทีสรุปบทเรียน“  ให้มีการสานเสวนาอย่างต่อเนื่อง พบปะ แลกเปลี่ยน พูดคุยกับทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสม่ำเสมอ

          - “Social Media” ช่องทางต่าง ๆ ที่ใช้ในการส่งสาร สื่อสารให้ถึงว่าเรามีของดี  ของเด่น จะทำให้ดังได้  หรือ เป็นการหาว่าเขาคือใครใจตรงกัน A

20170217_160039_resize.jpg

20170218_152914_resize.jpg

20170219_123859_resize.jpg

โดยสำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชน 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter