playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 0008

ขอนแก่น/ 1 มีนาคม 2560 ในการประชุมคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 3/2560 ณ ห้องประชุม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ตามกระบวนการวิจัยท้องถิ่น ตามที่ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น (สกว.) ได้เสนอ

ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น (สกว.) กล่าวว่า ความจริงงานของ สกว.ลักษณะที่ทำอยู่มีเป้าหมายเดียวกับ พอช. ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งของฐานราก ส่วน สกว.เน้นงานวิจัยท้องถิ่น เป็นการวิจัยฐานชุมชน ซึ่งเป็นการวิจัยแนวใหม่ของไทย เพราะเป็นการวิจัยที่ให้ชาวบ้านได้มีโอกาสลุกขึ้นมาหาความรู้ด้วยตนเอง โดย สกว.มีเป้าหมายให้ชาวบ้านหาความรู้ เพื่อแก้ปัญหาของตนเอง  

แต่งานวิจัยลักษณะนี้มีข้อจำกัดคือชาวบ้านที่ไหนจะลุกขึ้นมาทำวิจัย จึงต้องการพี่เลี้ยง คือศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น มีศูนย์กระจายอยู่ 48 แห่งทั่วประเทศ มีงานวิจัย 70 กว่าหน่วย  เป็นการให้ทุนชาวบ้านไปทำวิจัย ช่วงแรกเป็นเรื่องง่ายๆ ในปัญหาของชาวบ้าน เช่น การวิจัยค้นหาของดีของชุมชน และวิจัยปฏิบัติการที่ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

ผศ.ดร.บัญชร กล่าวต่อว่า งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ค่อยส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเหตุให้เกิด สกว. เพื่อตอบสนองโจทย์การพัฒนา แรกๆ เป็นงานวิจัยด้านเกษตร ด้านนโยบายสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งตอบสนองโจทย์สามารถเอาไปใช้ได้ แต่ก็ยังไม่ถึงชาวบ้านจึงเกิดงานวิจัยท้องถิ่น ต้องให้ชาวบ้านกำหนดเรื่องราวที่อยากทำวิจัย โจทย์ต้องมาจากชาวบ้านเท่านั้นจึงจะอนุมัติโครงการ และชาวบ้านต้องเป็นนักวิจัย ไม่ใช่เพียงแค่มีส่วนร่วม งานวิจัยต้องกินได้ ต้องมีปฏิบัติการ เช่นแก้ปัญหาหนี้สิน ต้องมีทางแก้ปัญหาหนี้สิน ไม่ให้งานวิจัยจบที่กระดาษต้องมีผลทางปฏิบัติ

เราจะเดินร่วมกับ พอช.อย่างไร เพราะต่างคนต่างทำงานกับชาวบ้าน แต่ก็ยังไม่ได้เดินร่วมกัน งานวิจัยท้องถิ่นปีหนึ่งงบประมาณ 100 กว่าล้านบาท ดำเนินการกว่า 250 โครงการ เป็นงานที่ต้องสร้างคน ต้องมีความรู้ วิจัยได้ความรู้อะไรมา ตำบลเกิดการพัฒนาอะไรจากการทำวิจัย เช่น การจัดการน้ำที่แพรกหนามแดง ที่ใช้การวิจัยที่แก้ความขัดแย้ง และมีการออกแบบประตูระบายน้ำที่ออกแบบโดยชาวบ้าน และชลประทานรับรองแบบของชาวบ้าน หรืองานวิจัยแก้หนีสินที่บ้านสามขา ชาวบ้านวิจัยหาทางแก้เอง เกิดบัญชีครัวเรือน ก็มาจากที่นี่

ความจริงงาน พอช.มีเยอะมาก น่าจะเติมการใช้งานวิจัยเข้าไปเติม และสิ่งที่รัฐบาลให้ความสนใจคือการบูรณาการ เราจะเอางานวิจัยไปบูรณาการงานพัฒนาองค์กรชุมชนได้อย่างไร ความจริงหลายพื้นที่ก็ทำงานร่วมกันอยู่ แต่การเซตโจทย์ตรงๆ ยังไม่ได้ทำร่วมกันอย่างจริงจัง ยังไม่ได้ขึ้นโจทย์ร่วมกันอย่างชัดเจน

งานชุมชนข้างล่างต้องการบูรณาการเป็นอย่างมาก ในขณะที่ชาวบ้านกำลังอ่อนล้ามาก ยิ่งทำงานยิ่งโดดเดี่ยว พันธมิตรหายไป เราทอดทิ้งเพื่อนเราไปมาก อาจเพราะเราพึ่งตนเองได้มากขึ้น ยิ่งจะเดินเรื่องประชารัฐ ยิ่งกังวลมาก วันนี้ยังไม่ใช่ประชารัฐของจริง ภาคประชาชนยังเป็นเพียงผู้ตาม จะไปอย่างไรแบบต่อรองได้ เป็นพันธมิตรจริง วันนี้ประชารัฐเข้าทางภาคธุรกิจเสียส่วนใหญ่

พื้นที่ไหนอยากขึ้นโครงการ ที่สอดคล้องกับการเคลื่อนขององค์กรชุมชนก็เป็นแนวทางหนึ่งในความร่วมมือ เดินเร็วสร้างศัตรู เดินช้ามากก็ไม่ได้ ต้องเป็นการเดินแบบบูรณาการที่มากกว่า 2 ฝ่าย มีหน่วยงานอื่นๆ จะมาร่วมในงานวิจัยอย่างไร

จริงอยู่การบูรณาการเกิดขึ้นมาน แต่ยังไม่เป็นจริงซะที ถ้าลองยกตัวอย่างเปรียบเทียบ “ส้มตำ” คือการบูรณาการที่ดี จะใส่พริกมากน้อยแค่ไหน ตำอย่างไร มะละกอ ปลาร้า ต้องรู้ที่ไปที่มา ใช้เรื่องงานแบบนี้เดินเพื่อสร้างระบบบูรณาการ วิธีการบูรณาการที่ดีที่สุดควรจะเดินแบบไหน ใครควรช่วยตรงจุดไหนที่คิดว่าจะทำด้วยกันได้มากที่สุด พื้นที่ไหน ประเด็นแบบไหนจะเดินร่วมกัน งานบ้านมั่นคงจะใช้งานวิจัยเข้าไปหนุนจะร่วมกันอย่างไร สภาองค์กรชุมชนถ้าอยากหาความรู้บางเรื่องงานวิจัยจะไปหนุนอย่างไร หรืองานวิจัยสวัสดิการ ชาวบ้านต้องค้นหาสวสัดิการของตัวเองให้ได้ ในอดีตชาวบ้านทำสวัสดิการกันแบบไหน และยกระบบมาสร้างจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่บวกงานวิชาการผศ.ดร.บัญชรกล่าวในตอนท้าย

ด้านนายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวว่า งานหนึ่งที่สำคัญและต้องมีการพัฒนา คืองานวิชาการ งานวิจัย พอช.มีพื้นที่ทำงานกระจายทั่วภาคอีสาน แนวทางเรื่องนี้ควรจะมีการตั้งวงเล็กปรึกษาหารือถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ใช้งานวิจัยท้องถิ่นมาเสริมความเข้มแข็ง ในการเดินหน้ายุทธศาสตร์อีสานหนึ่งเดียวโดยทางสำนักงานภาคฯ จะเชิญภาคีที่เกี่ยวข้อง มาตั้งวงพูดคุยหารือร่วมกับ สกว. เพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการทำงานวิจัย และมาเสนอในการประชุมคณะอนุฯ ครั้งต่อไป

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาอนุมัติ โครงการสวัสดิการชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2560 พิจาณาปรับวงเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนวันละบาทตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งขบวนองค์กรชุมชนเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือและโครงการศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาเมือง พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม, เมืองนครพนม จังหวัดนครพนม, เมืองธาตุพนม จังหวัดนครพนม และเมืองเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

IMG 0015

IMG 0003

IMG 0019

IMG 0010

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter