โดย สุวัฒน์ คงแป้น/นางสาวฟาริด้า ยะหรี่

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นหนึ่งใน 8 กองทุน ที่ได้รับรางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน : ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ปี 2560” ซึ่งเป็นรางวัลยกย่อง เชิดชู องค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินงานช่วยเหลือ ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างโดดเด่นในด้านต่างๆ มีทั้งสิ้น 9 ประเภท ในส่วนของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า ได้รับรางวัล “ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดี และมีธรรมาภิบาล”
นางศศิธร เกลือกลิ่น ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า เล่าว่า ก่อนจะเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า เราเริ่มจากชาวบ้านกลุ่มเล็กๆบ้านบนไสเพียง 4-5 ครัวเรือนได้ร่วมกันจัดตั้ง “กลุ่มสุขภาพสมสิบ” ขึ้น (คำว่า “สุขภาพสมสิบ” มาจากการให้สมาชิกออกกำลังกายและออมวันละ 10 บาท/คน ) เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้เวลาออกกำลังกายร่วมกัน หลังออกกำลังกายมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาหารือกัน โดยใช้หลัก 4 ทำ คือ “ทำดู ทำดี ทำได้ ทำให้จริง”ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของการบริหารจัดการอย่างมีธรรมมาภิบาล เริ่มแรกมีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกเพียง 17 คนเท่านั้น ปัจจุบันมีสมาชิก 1,374 คน

จากการพูดคุยเมื่อทำงานร่วมกันได้ระยะหนึ่งพบว่า สมาชิกไม่ได้มีปัญหาด้านสุขภาพอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีปัญหาด้านอาชีพและเรื่องอื่นๆจึงคิดว่าควรจะขยายการทำงานให้กว้างขวางขึ้นกว่าการออกกำลังกายจึงเห็นร่วมกันว่าควรจะได้มีการจดทะเบียนกลุ่มสุขภาพสมสิบเป็น “กลุ่มวิสาหกิจออมทรัพย์ชุมชนบ้านบนไส” กับเกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อให้สามารถมีงบประมาณจากหน่วยงานภายนอกหนุนเสริมด้านอาชีพ ด้านสุขภาพ และด้านวัฒนธรรมให้กับสมาชิก และยังเป็นการเผยแพร่กิจกรรมของกลุ่ม ให้กลุ่มสามารถช่วยเหลือสมาชิกได้มากยิ่งขึ้น
ต่อมาพบว่าในคราวที่สมาชิกเสียชีวิตต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพค่อนข้างสูงดังนั้น เดือนตุลาคม 2548 จึงมีการจัดตั้ง “กองทุนฌาปนกิจ-วางหรีด” เพิ่มขึ้น เพื่อระดมทุนช่วยเหลือสมาชิกเมื่อถึงแก่กรรมลงโดยให้สมาชิกสมทบ 120 บาท/คน สมาชิกเริ่มต้นเพียง 38 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 1,126 คน
ในปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สมัย อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นรัฐมนตรีได้มีนโยบายด้านสังคม 3 ประการ หนึ่งในนั้น คือ นโยบาย “สังคมไม่ทอดทิ้งกัน”มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ซึ่งหนุนเสริมชุมชนเรื่องการจัดสวัสดิการชุมชนอยู่แล้วส่งเสริมให้เกิดกองทุนสวัสดิการระดับตำบลขึ้นทั่วประเทศ โดยรัฐสมทบงบประมาณก้อนแรกให้กองทุนละ 55,000 บาท ตำบลบางเป้าจึงได้ยกระดับต่อยอดจากกองทุนเดิมไปสู่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า เพื่อขอรับงบประมาณหนุนเสริมจากภาครัฐมาจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกซึ่งกล่าวได้ว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้าเกิดจากหลักการทำงาน “4 ทำ” ดังกล่าวข้างต้น
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเป็นแนวคิดที่ชาวบ้านสะสมเงินเพียงคนละบาทต่อวันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรัฐบาลสมทบให้เท่ากับที่ชาวบ้านสมทบ โดยตั้งอยู่บนหลักคิด “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” เป็นการเอื้ออาทรต่อกันระหว่างคนกับคน คนกับสังคมและธรรมชาติ
ตำบลบางเป้าเมื่อใช้หลัก 4 ทำจนเกิดเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้าซึ่งเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นครอบคลุมทั้งตำบล จึงจำเป็นต้องมีหลักในการบริหารจัดการที่เป็นระบบมาขึ้น โดยบางเป้าได้นำหลัก “3 มี” ไปใช้ในการบริหารจัดการกองทุน
ประการแรก คือ การมีส่วนร่วม โดยคณะทำงานมาจากแกนนำชุมชนที่ครอบคลุมทั้งตำบล เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อบต. คณะทำงานทุกท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ มีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือน ประชุมสมาชิกทุก 3 เดือน และประชุมใหญ่สามัญประจำปี นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผนพัฒนาสังคมตำบลที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จนได้รับการยอมรับให้บรรจุเข้าข้อบัญญัติขององค์การบริหารส่วนตำบลบางเป้าให้มีการสมทบงบประมาณเข้ากองทุนทุกปี
ประการถัดมา คือ หลักการมีความโปร่งใส โดยมีสมุดบัญชีรับจ่ายให้สมาชิกทุกคน การเบิกจ่ายทุกครั้งมีการจัดทำบัญชีทุกครั้งและเป็นปัจจุบัน มีการรายงานผลการดำเนินงานของกองทุนให้คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดตรัง และองค์การบริหารส่วนตำบลบางเป้าทุกเดือน มีการรายงานสถานะการเงินให้กับสมาชิกและภาคีเครือข่ายทุก 3 เดือน มีการรายงานต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุก 6 เดือน
ต่อไป คือ หลักมีความเป็นธรรม มีการทำงานเป็นทีม มีระเบียบกฎเกณฑ์ กติกาที่ชัดเจน โดยใช้หลักการจากสมาชิกสู่สมาชิก ขจัดลัทธิพรรคพวกเส้นสาย ขจัดความคิดเก่งคนเดียว ร่วมตัดสินใจในปัญหาที่สำคัญ กรรมการและสมาชิกมีความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติตามระเบียบ มีการจัดสวัสดิการที่หลากหลายและทั่วถึง คณะกรรมการและสมาชิกมีความสื่อสัตย์สุจริตเสียสละ ไม่มีข้อร้องเรียนใดๆจากสมาชิกหรือบุคคลอื่นในพื้นที่
นอกจากนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้ายังมีการเชื่อมโยงการทำงาน ร่วมกับ กลุ่มองค์กรภายในตำบลและหน่วยงานภายนอก เช่น ผู้นำชุมชนในพื้นที่ กลุ่มวิสาหกิจออมทรัพย์ กองทุนฌาปนกิจ-วางหรีด กองทุนภัยพิบัติ กองทุนผู้นำ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ภาคประชาชน สภาองค์กรชุมชน อบต. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จนได้รับเงินสมทบจากหน่วยงานต่างๆ เข้ากองทุน เช่น กลุ่มวิสาหกิจออมทรัพย์มีการสมทบงบประมาณให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชน 30,000 บาท/ปี และกองทุนฌาปนกิจ-วางหรีดสมทบให้กองทุนสวัสดิการชุมชน 20,000 บาท/ปี ทำให้กองทุนมีเงินเพิ่มขึ้นในการนำไปจัดสรรเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก และยังนำเงินกองทุนบางส่วนไปสนับสนุนงานด้านสังคมตำบลอีกด้วย เช่น ช่วยสวัสดิการการคนทำงานไม่น้อยกว่า 5,000 บาท/เดือน ช่วยกองทุนภัยพิบัติ 5 % ของผลกำไรทุก 6 เดือน

ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า มีสมาชิก 1,821 คน (ณ ตุลาคม 2559) เงินกองทุน2,794,805.30 บาท และยังคงเหลืออีก 942,591.17 บาท ที่จะนำไปจัดเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก โดยที่ผ่านมามีการจัดสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตายมากกว่า 17 เรื่อง มีผู้ได้รับสวัสดิการโดยตรง 419 ราย จ่ายเงินสวัสดิการเป็นเงินรวม 288,580 บาท มีผู้รับสวัสดิการด้านรักษาพยาบาลมากที่สุด 273 ราย จ่ายเงินสวัสดิการด้านรักษาพยาบาลมากที่สุดเป็นเงินรวม 163,800 บาท
จาก 4 ทำสู่หลักการเด่น 3 มี ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า ได้รับรางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน : ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ปี 2560” ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดี และมีธรรมาภิบาล
ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชน6,146 ตำบลทั่วประเทศ มีสมาชิกกว่า 5 ล้านคน เงินกองทุนประมาณ กว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ถึงความเป็นจริงด้านสิทธิชุมชนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะคลอดในไม่ช้านี้ ที่ว่าด้วยชุมชนมีสิทธิในการจัดการด้านสวัสดิการของชุมชนเอง






