ราชบุรี/ เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักอำนวยการกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ประมาณ 15 คน ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกจังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ริมถนนสายบางแพ-ดำเนินสะดวก ภายในที่ทำการมีห้องจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้ งานหัตกรรม ผ้าทอ รวมทั้งสินค้าที่ระลึกต่างๆ นอกจากนี้ภายในบริเวณเดียวกันยังมีลานบรรจุผลไม้ และห้องเย็น เพื่อเตรียมจัดส่งผลไม้ออกไปจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
นายประยูร วิสุทธิไพศาล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เล่าว่า จังหวัดราชบุรีเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะที่ อ.ดำเนินสะดวก เป็นแหล่งปลูกองุ่น ฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม ฯลฯ แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้มักจะโดนพ่อค้าที่รับซื้อผลผลิตกดราคา เพราะต่างคนต่างแข่งกันปลูก ไม่มีการรวมกลุ่ม ทำให้ไม่มีอำนาจต่อรอง เมื่อมีผลผลิตออกมามากจึงขายไม่ได้ราคา เกษตรกรชาวสวนผลไม้จึงตกอยู่ในฐานะย่ำแย่ แต่พ่อค้าร่ำรวยขึ้น เป็นเช่นนี้มานานปี
“หลังจากนั้นผมจึงได้รวบรวมชาวสวนผลไม้ในอำเภอดำเนินสะดวกจัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมา ตอนแรกมีสมาชิกประมาณ 29 คนพอถึงปี 2547 สมัยรัฐบาลทักษิณ ทางกลุ่มได้มีโอกาสไปออกบูธจำหน่ายผลไม้ที่จัดขึ้นที่เกาะสมุย ได้รู้จักกับผู้รับซื้อผลไม้จากต่างประเทศ แต่ติดปัญหาที่การผลิตผลไม้ของเรายังใช้สารเคมีกันเยอะ ส่งไปขายที่ตลาดต่างประเทศไม่ได้ เมื่อกลับมาที่ราชบุรีจึงได้ปรึกษากับเกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ปลูกผลไม้แบบปลอดสารพิษ” นายประยูรเล่าถึงความเป็นมาของกลุ่ม
หลังจากนั้นจึงเป็นช่วงการแสวงหาความรู้การปลูกผลไม้ที่ปลอดภัยจากสารเคมี โดยมีเกษตรอำเภอเป็นพี่เลี้ยง พาไปศึกษาดูงาน ฝึกอบรม รวมทั้งการลองผิด ลองถูก เพื่อเปลี่ยนจากการใช้สารเคมี มาเป็นการใช้สารชีวภาพ การใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ และปุ๋ยที่ทำขึ้นเอง หรือในบางช่วงที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีก็ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP(Good Agricultural Practice : GAP)หรือ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช โดยเกษตรกรจะต้องผ่านการอบรมจากเจ้าหน้าที่เกษตร และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อความปลอดภัยต่อเกษตรกร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ผลผลิตมีคุณภาพปลอดภัยจากการปนเปื้อนของสารเคมีและเชื้อโรค เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ
เมื่อผลผลิตมีคุณภาพ และปลอดภัยจากสารเคมี ผลไม้จากการรวมกลุ่มของนายประยูรจึงเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งภายในและต่างประเทศ ประกอบกับเมื่อมี พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้น ในปี 2550 กลุ่มเกษตรของนายประยูรจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผักและผลไม้ปลอดภัยสารพิษอำเภอดำเนินสะดวก” และต่อมากลุ่มวิสาหกิจฯ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการยุทธศาสตร์จังหวัดราชบุรี ให้งบประมาณมาจัดสร้างห้องเย็นขนาดเล็ก และจัดซื้อรถบรรทุกผลไม้ ใช้โฟมห่อผลไม้ เพื่อป้องกันการกระแทก และบรรจุลงในกล่องเก็บไว้ในห้องเย็นก่อนการส่งออก จึงทำให้การขนส่งเป็นไปด้วยความสะดวก ผลไม้มีความสดใหม่
ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจฯ ได้ขยายสมาชิกไปทั่วจังหวัดราชบุรี จำนวนเกษตรกรเพิ่มขึ้นเป็น 200 กว่าราย และเปลี่ยนชื่อเป็น “วิสาหกิจชุมชนผลิตผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อส่งออกจังหวัดราชบุรี” ผลไม้ส่งออกที่สำคัญ คือ มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิก ส่วนใหญ่ส่งออกไปจำหน่ายที่ยุโรปและอเมริกา รวมทั้งประเทศในเอเชีย ประมาณปีละ 3-5 ล้านผล (ราคาผลละ 25-30 บาท) ชมพู่ทับทิมจันทร์ และฝรั่งกิมจู เน้นประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะจีนนิยมชมพู่ทับทิมจันทร์ซึ่งมีสีแดง ถือเป็นผลไม้มงคล รสชาติหวาน กรอบ (ราคากิโลกรัมละ 50-180 บาท) รวมมูลค่าส่งออกผลไม้ทั้งปีกว่า 100 ล้านบาท
สำหรับเคล็ดลับในการปลูกผลไม้ให้ได้ราคาดีนั้น นายประยูรกล่าวว่า หลักสำคัญคือ ต้องผลิตผลไม้ให้ปลอดภัย มีคุณภาพสดใหม่ ส่งตรงจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค ที่สำคัญคือจะต้องมีการพัฒนาเทคนิคในการปลูก การดูแลผลไม้ และการวางแผนในการผลิต เช่น การบังคับให้ผลไม้ออกนอกฤดูจะทำให้ได้ราคาดีกว่าผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล
นายประยูรได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชสวน ปี 2554 เพราะมีความรู้หรือเป็นปราชญ์ด้านการผลิตไม้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกมะพร้าวน้ำหอมแบบออร์แกนิก และการปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์ให้ออกผลนอกฤดู ทำให้มีผู้มาศึกษาเรียนรู้ตลอดทั้งปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่กลุ่มวิสาหกิจก็มีความเข็มแข็ง สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิก เมื่อมีผลกำไรกลุ่มวิสาหกิจฯ ก็จะนำไปช่วยเหลือสังคม เช่น บริจาคเงินให้แก่วัด โรงเรียน ฯลฯ เป็นการคืนกำไรสู่สังคม
งานสื่อสารองค์กร พอช. รายงาน





