คลองลาดพร้าว/ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมและการจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่ชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนในคลองลาดพร้าวที่ชุมชนบางบัว สะพานไม้ 2 และศาลเจ้าพ่อสมบุญ
วันที่ 14 มีนาคม เวลา14.00 น. พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้เดินทางมาที่ชุมชนบางบัว เขตบางเขน เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม และการจัดสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่ชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อน โดยมีนายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์ชุมชน (องค์การมหาชน) ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชาวชุมชนริมคลองกว่า100 คนให้การต้อนรับ ทั้งนี้ผบ.ทบ.ได้ฟังบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจึงได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่การก่อสร้างเขื่อนและที่อยู่อาศัยในชุมชนบางบัว และสะพานไม้ 2
ชุมชนบางบัวถือเป็นชุมชนริมคลองแห่งแรกที่ชุมชนได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงในปี2547 โดยชุมชนแห่งนี้มีทั้งหมด 229 หลัง (264 ครัวเรือน) บ้านเรือนมีสภาพทรุดโทรม และบางส่วนได้ปลูกสร้างบ้านรุกล้ำลำคลอง เมื่อเข้าร่วมโครงการฯ ชาวบ้านได้ร่วมกันรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลอง เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม มีการปรับผังชุมชนใหม่เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้ แบ่งพื้นที่เฉลี่ยครอบครัวละ12.5 ตารางวา มีทั้งบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บ้านเดี่ยว2ชั้น บ้านแถวและบ้านแฝด 2ชั้น โดยพอช.ได้สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อก่อสร้างบ้าน ระยะเวลาผ่อนส่ง 15ปี และกรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินระยะยาว30ปี ทั้งนี้ชุมชนบางบัวสร้างบ้านใหม่เสร็จทั้งชุมชนตั้งแต่ปี 2554
ส่วนชุมชนเชิงสะพานไม้ 2 ตั้งอยู่ตรงข้ามชุมชนบางบัว มีทั้งหมด 206 ครัวเรือน ขณะนี้ก่อสร้างบ้านเสร็จไปแล้วกว่า 100 หลัง ส่วนที่เหลือ กำลังก่อสร้าง โดยมีชาวบ้านที่ไม่ร่วมโครงการจำนวน 14 หลัง
นายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์ชุมชนกล่าวว่า การนำเสนอข้อมูลต่อผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในวันนี้ พอช.ได้เสนอให้เห็นแผนงานภาพรวมของคลองทั้งหมดรวมทั้งนำเสนอปัญหาหลักในตอนนี้คือเรื่องของคนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มแกนนำ กลุ่มเจ้าของบ้านเช่า และกลุ่มชาวบ้านที่ถูกชักชวน รวมทั้งหมดประมาณ 1,400 คนเศษ ซึ่งในที่ประชุมในวันนี้ก็มีความเห็นที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มแกนนำและกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำแผนงานรองรับด้านที่อยู่อาศัยแก่ชาวบ้านและชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม โดยได้ดำเนินโครงการไปแล้วตั้งแต่ปี2559 จนถึงขณะนี้มีบ้านเรือนที่รื้อย้ายออกจากแนวคลองและสร้างบ้านเสร็จไปแล้วจำนวน 675 ครัวเรือน ทั้งนี้พอช.มีเป้าหมายจะพัฒนาที่อยู่อาศัยชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อให้แล้วเสร็จภายในปี2561 รวม 52 ชุมชน จำนวน 7,081 ครัวเรือน
ส่วนตัวแทนกรุงเทพมหานครซึ่งรับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ บริษัทริเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้านบาท เริ่มสัญญามกราคม 2559–มิถุนายน2562ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) และคลองบางซื่อ จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม9 เขตวังทองหลาง ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม เพื่อระบายน้ำเข้าสู่อุโมงค์พระราม 9 และอุโมงค์บางซื่อ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและลงทะเลต่อไป
ส่วนรูปแบบการก่อสร้างเป็นเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.(สมอยึดด้านหลัง) ความยาว40,000 เมตร และ5,300 เมตร รั้วเหล็กกันตกความยาว 43,000 เมตร และประตูระบายน้ำ1 แห่ง ระยะเวลาก่อสร้าง1,260 วัน ตามแผนงานจะก่อสร้างเขื่อนให้มีความกว้างประมาณ 25 - 38 เมตร และจะมีการขุดลอกคลองให้ลึกจากเดิมอีก3 เมตร
ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนในขณะนี้ บริษัทริเวอร์ฯ ตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างเขื่อนได้ประมาณ 7,000 ต้น จากจำนวนทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น หรือคิดเนื้องานประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือล่าช้ากว่าแผนงาน เนื่องจากติดปัญหาเรื่องชุมชนที่ยังไม่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน และบางชุมชนมีพื้นที่คับแคบทำให้การขนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างมีอุปสรรค
นอกจากการตรวจเยี่ยมที่ชุมชนบางบัวแล้ว ผู้ช่วย ผบ.ทบ.และคณะ ได้เดินทางไปที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ริมคลองลาดพร้าว ซอยพหลโยธิน54 เขตสายไหม โดยผู้ช่วย ผบ.ทบ.ได้ฟังการบรรยายสรุป และแวะพูดคุยทักทายกับชาวบ้าน
ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเพิ่งก่อสร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชนจำนวน65 ครัวเรือน ขนาดบ้าน 4X6และ6X6 ตารางเมตร เริ่มก่อสร้างบ้านตั้งแต่เดือนเมษายน2559 ขณะนี้เหลืองานก่อสร้างเฉพาะสาธารณูปโภค เช่น การติดตั้งเสาไฟฟ้า น้ำประปา และระบบบำบัดน้ำเสีย อย่างไรก็ตาม ชาวชุมชนส่วนใหญ่ได้เข้าอยู่อาศัยในบ้านใหม่แล้ว
งานสื่อสารองค์กร พอช. รายงาน





