playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 0254

สุรินทร์/ ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเวทีสรุปบทเรียนขบวนองค์กรชุมชนอีสานใต้ ณ มูลนิธิพัฒนาอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจาก 6 จังหวัด สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ เข้าร่วมประมาณ 60 คน เพื่อร่วมทบทวนการทำงานปี 2559 สรุปการทำงาน 6 เดือนที่ผ่านมา และวางแผนการทำงานครึ่งปีหลัง

นายวิรัตน์ สุขกุล ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ  กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญของลูกหลานผู้มีบุญอีสานใต้ ถ้าพูดถึงเรื่องการจัดการตนเอง ชุมชนเราจัดการตนเองมาก่อนแต่หน่วยงานรัฐเข้ามาจัดการแทนชาวบ้าน เราคุยกันว่าอย่างไรชุมชนถึงจะลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ในภาคอีสานมีหลายขบวนหลายกลุ่มหลายองค์กร แต่เฉพาะที่ พอช.สนับสนุนก็มีในหลากหลายประเด็น เมื่อก่อนมีการรวมกลุ่ม 19 จังหวัด ต่อมาได้แบ่งภาคอีสานออกเป็น 3 โซน ตอนบน ตอนกลาง และตอนใต้ ซึ่งพี่น้องได้ร่วมกันผลักดันเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด อย่างศรีสะเกษ คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง, อำนาเจริญเมืองธรรมเกษตร, ธรรมราชบุรีรัมย์ หรือจากหลานย่าสู่มหานคร เป็นโคราชหนึ่งเดียว เป็นวาทะหรือเป้าหมายที่เราต่างมุ่งหวัง

ขณะที่ปัจจุบันเรามุ่ง “อีสานหนึ่งเดียว” ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน มีการจัดโครงสร้างคณะทำงานออกเป็นชุดต่างๆ หลายคณะ มุ่งพัฒนาคนมาร่วมขับเคลื่อนขบวน ต่อไปอีสานใต้คงมีการจัดความสัมพันธ์แบบใหม่ จัดเป็นกลุ่มจังหวัดที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น อย่าง นครชัยบุรินทร์ อำนาจราชธานีศรีโสธร

นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า ในการจัดงานครั้งนี้เพื่อ 1) ทบทวนสรุปบทเรียนในการทำงานปี 2559 มีบทเรียนมาแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนางานในปี 2560 ซึ่งยังเหลือเวลาอยู่ 6 เดือน เราจะใช้บทเรียนที่ผ่านมาเพื่อกำหนดการเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่แต่ละจังหวัดได้กำหนดไว้ และตอบตัวชี้วัดร่วมกับ พอช. เป็นโอกาสที่เราจะได้มาทบทวนว่าสิ่งที่เราทำนั้นสอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่ กำหนดไว้อย่างหนึ่งแต่ทำอย่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าตอบโจทย์โครงการที่กำหนดไว้แต่ทีแรกหรือไม่ และส่วนสุดท้ายจะมาช่วยกันพิจารณางบประมาณในส่วนของอีสานใต้ที่ยังคงเหลืออยู่ ในโอกาสนี้มาช่วยกันกำหนดแนวทางดำเนินการ

นายสามารถ นามโยธา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมาอีสานใต้ มี 9 เรื่องหลักที่ร่วมกันคือ 1) การทบทวนของแต่ละจังหวัด ปรับกลไกเซ็ตคน มีการออกแบบวางแผนงานระดับอำเภอ อย่างโคราช 3 อำเภอ บุรีรัมย์ 1 อำเภอ อำเภอบูรณาการพี่น้องจะไปสู่สิ่งไหนการคุยยังไม่ได้มีการนำเสนอ การแปลงยุทธศาสตร์เป็นแผนงาน เช่นศรีสะเกษ แปลงมาเป็นแผนปฏิบัติการ 2) การขยายหมู่ จัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 6 เดือนที่ผ่านมา ได้ 4 ตำบล/ การขยายความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ อย่าง สสส. ประชารัฐ การท่องเที่ยวชุมชน 3) เรื่องการสนับสนุนความเข้มแข็ง พัฒนาองค์กร ออกแบบระบบ อย่าง สุรินทร์ ที่ทำเรื่องวิสัยทัศน์ ดิน ป่า นา สวน คน การสำรวจทุนในตำบล 4) สวัสดิการชุมชน การสอบทาน การขยับต่อเรื่องบ้านพอเพียง กระบวนการพัฒนาให้กองทุนยั่งยืนทำอย่างไร

5) การโยงกลุ่มจังหวัด นครชัยบุรินทร์ ได้มีการออกแบบกันแล้วในเบื้องต้น 6) เรื่องท่องเที่ยวโดยชุมชน 5 แผนงาน ตัวชี้วัด 100 ข้อ 7) การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน 8) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ โรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวลพิษภัยจากสารเคมีในการผลิต และ 9) ระบบการติดตามประเมินผล ซึ่งการบริหารจัดการ 6 เดือนที่เหลือ สิ่งที่เราจะทำเพื่อตอบตัวชี้วัดหน่วยงานหรือตอบโจทย์เป้าหมายจังหวัดตนเอง ทำอย่างไรจะให้วินวินไปด้วยกัน

นายศุภนิมิตร ศิลา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน สำนักงานเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและภาคี พอช. ให้ข้อสังเกตว่า การทำงานที่จะประสบความสำเร็จลองทบทวนในเรื่องราวเหล่านี้  “8 G เพื่อความสำเร็จของขบวนชุมชน” 1) ผู้นำที่ดี มีวิสัยทัศน์ เป็นแบบอย่างที่ดี คิดยุทธศาสตร์ มีภาวะผู้นำ มีคุณธรรม มีความสามารถ สร้างคนรุ่นใหม่มาทดแทนหรือไม่ 2) สมาชิกดี ร่วมประสานมวลมิตร สื่อสารที่ดี สัมพันธ์กับกลุ่มองค์กร มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย 3) มีการบริหารจัดการที่ดี 4) เครือข่ายดี 5) การสื่อสารที่ดี 6) แผนงานดี 7) วิธีการดี  และ 8) ผลลัพธ์ที่ดี พี่น้องสามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ เพิ่มเติมในแต่ละด้านที่ยังขาด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านนายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่รุมเร้า ทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน เรากำลังพยายามตั้งลูกของขบวนองค์กรชุมชนที่ทำงานทั้งทวนกระแสและตามกระแส แต่เราทำเพื่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชุมชน จังหวัด ประเทศชาติ หลายนโยบายก็เอื้ออำนวยอย่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เรื่องใหญ่คือการลดความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ซึ่งโยงกับทาง พอช. และ พอช.ก็เชื่อมโยงกับองค์กรชุมชน

อย่างนโยบายการพัฒนาที่อยู่อาศัย พัฒนาความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเกี่ยวโยงกับพวกเรา ทั้งบ้านพอเพียงชนบท บ้านมั่นคง เราสร้างระบบการทำงานโดยใช้งบประมาณเพียงนิดเดียว แต่สร้างการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ สร้างการมีส่วนร่วม หรือการสร้างระบบสวัสดิการที่เชื่อมโยงกับแผนในระดับชาติ หรือนโยบายประชารัฐ ถ้าเรามองเป็นโอกาส และเราตั้งลูกตั้งฐานเพื่อให้เอื้อต่อองค์กรชุมชน รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจฐานราก ที่สร้างความมั่นคงที่เริ่มจากฐานล่างขึ้นมาเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน เราจะทำแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับตำบลอย่างไร

ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวต่อว่า ในเรื่องระบบงบประมาณที่รัฐบาลจะกระจายมาที่พื้นที่ โดยผ่านทางกลไกจังหวัด ผู้ว่าฯ ต่อไประบบงบประมาณจะใช้พื้นทีเป็นตัวตั้ง และโยงมาที่กลุ่มจังหวัด ขณะนี้ยังคงสนับสนุนในโครงการขนาดใหญ่ ถ้าเราสามารถตั้งลูกและทำแผนเสนอโครงการเกาะกลุ่มจังหวัดก็เป็นทิศที่สำคัญในช่วงต่อไป วันนี้เรามาออกแบบการทำงานที่เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นแนวทางที่เรากำลังช่วยกันออกแบบวางระบบ ทั้งในกลุ่มจังหวัด และทั้งในระดับภาค เป็นยุทธศาสตร์ร่วมที่เกี่ยวโยงกัน

ทิศทางใหญ่ยังเป็นเรื่องชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง งบประมาณที่สนับสนุนลงไปก็ไปสู่ทิศทางนี้ที่อยากเห็นจังหวัดจัดการตนเอง เพื่อมุ่งเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ไม่เพียงแค่การเปลี่ยนในระดับตำบลเท่านั้น อย่างเรื่องสวัสดิการชุมชน ก็เป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของตำบลไปพร้อมกันด้วย 16-17 ปีที่ผ่านมา เรามีส่วนเข้าไปพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมของภาคอีสาน เป็นยุทธศาสตร์กลางที่หนุนเสริมขบวนในภาคอีสาน เป็นอีสานหนึ่งเดียว ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของคน องค์กรชุมชน พร้อมเปิดประตูก้าวเข้าสู่อาเซียน การสร้างพื้นที่กลางผ่านกลไกสภาองค์กรชุมชนที่มีสถานะในทางกฏหมายรองรับ เป็นทิศทางที่เราจะสานต่อให้เกิดรูปธรรม ยกระดับมาที่กลุ่มจังหวัดเพื่อต่อยอด

การสร้างรูปธรรมในการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับเมืองและชนบท รูปธรรมนี้จะเป็นจุดคานงัดที่ใช้พื้นที่รูปธรรมในการต่อสู้ อย่างไรก็ตามพื้นที่ปฏิบัติการของภาคอีสาน 20 จังหวัด 233 อำเภอ 2,947 ตำบล 31213 หมู่บ้าน มีองค์กรชุมชน 62,297 กลุ่ม/องค์กร มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน 2,176 กองทุน สภาองค์กรชุมชนจดแจ้งจัดตั้งไปแล้ว 1,892 โครงการบ้านมั่นคง 278 พื้นที่ ที่ดิน 589 ตำบล เศรษฐกิจและทุน 196 ตำบล และตำบลแผน 447 ตำบล  

เรื่องสวัสดิการเป็นเรื่องที่เราจะสร้างฐานให้เต็มพื้นที่ เรื่องสภาองค์กรชุมชน เป็นโจทย์ท้าทาย และหน่วยงานที่สนับสนุนงบประมาณก็หนุนให้มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนเกิดขึ้นเต็มพื้นที่ทั่วประเทศ เราจะใช้เรื่องพวกนี้กับการเปลี่นแปลงอย่างไร บางจังหวัดอาจตั้งแล้วเต็มพื้นที่ บางจังหวัดอาจยังเหลือ ถ้าเราตรึงฐานข้างล่างได้เยอะ เวลามีปัญหาหากมีการระดมกำลังจะเป็นไปได้หรือไม่ ถ้ายังไม่สามารถรวมกันได้นั่นก็หมายความว่ายังไม่มีความเข้มแข็งจริง

ส่วนทิศทางการบริหารจัดการและงบประมาณนั้น พอช.จะมีการกระจายอำนาจมาที่พื้นที่จังหวัดมากขึ้น เน้นการสร้างเครือข่าย สร้างพื้นที่ของภาคประชาชนในระดับจังหวัดขึ้นมา โดยมีคณะอนุกรรมการภาคที่มาจากตัวแทนที่หลากหลายเป็นกลไกที่มาร่วมกันออกแบบ ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนในขบวน ข้อมูล ความรู้ การสื่อสาร อย่างที่สุรินทร์จะมีการทำศูนย์ข้อมูล มีการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย สกว. เพื่อทำการศึกษาวิจัย และนำไปสู่การสื่อสาร และเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการบริหารจัดการที่ดีของขบวน สร้างระบบธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่ดีของขบวนเพื่อป้องกันไม่ให้ก่อปัญหาขึ้นมาในอนาคต      

กรณีตัวอย่างบทเรียนจากการทำงานขององค์กรชุมชน

อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร ประสานความร่วมมือราษฎร์รัฐและภาคี พี่น้องอำนาจเจริญดีใจที่กำหนดวิสัยทัศน์ของเมืองอำนาจเจริญได้ แต่พอเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ ก็มีนโยบายการแปรรูปผลผลิตการเกษตร จะมีการจัดตั้งโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นเรื่องที่เข้ามากระทบ การพัฒนาพื้นที่รูปธรรมการจัดการตนเอง ด้านเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันกำลังก่อสร้างโรงสีข้าวอินทรีย์ ตำบลรูปธรรมด้านการกำหนดธรรมนูญ 7 ตำบล มีการประกาศแล้ว 4 ตำบล ดำเนินการการทบทวนสภาองค์กรชุมชน  63 ตำบล ปัจจุบันทบทวนได้ 55 ตำบล มีการเคลื่อนเรื่องเรื่องป่าชุมชน เครือข่ายเด็กและเยาวชน 12 พื้นที่ การพัฒนาสวัสดิการชุมชน การสร้างนโยบายสาธารณะบุญปลอดเหล้าทั้งจังหวัด เป็นนโยบายของจังหวัด

โดยมีกลไกในการทำงาน ใช้ตำบลเป็นตัวตั้ง 63 พื้นที่ 7 อำเภอ เราเลือกตัวแทนระดับตำบลละ 1 คน แกนประสานงาน 3 ตำบล ต่อผู้ประสานงาน 1 คน มีคณะทำงาน 21 คน และมีแกนจังหวัดอีก 6 คน รวม 27 คน ซึ่งมีตัวแทนจากภาคีทุกภาคส่วน นอกจากนั้นจะมีสภากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ที่มาช่วยกันกำหนดการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ

บทเรียนข้อค้นพบ ที่สำคัญก็คือ สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่ในการพูดคุยงานในตำบล สวัสดิการชุมชนเป็นส่วนหนึ่งในงานสภาองค์กรชุมชน การจัดการตนเอง รู้จักตนเอง ใครมีเรื่องอะไรก็นำเสนอเล่าสู่กันฟัง มีผู้นำจากพื้นที่หลากหลาย มีความถนัดกันคนละแนว มีธรรมนูญเป็นกติกาที่พากันทำตามที่กำหนดไว้ในธรรมนูญ

คนอำนาจเจริญมีความตื่นตัว มีองค์กรภาคประชาชนที่เป็นหลักแหล่ง มีตัวมีตนในแต่ละตำบล มีการบูรณาการงาน คน งบประมาณ คนอำนาจเจริญประสานงานได้ง่ายไม่ต้องมีหนังสือเป็นทางการ หน่วยงานภาครัฐให้การยอมรับภาคประชาชน มีพื้นที่รูปธรรมในตำบล จังหวัดที่สามารถอ้างอิงได้ และมีองค์กรที่เป็นนิติบุคคลที่สามารถรับงบประมาณจากหน่วยงานสนับสนุนได้โดยตรง

อีก 6 เดือนที่เหลือ จะดำเนินการในเรื่อง 1) ข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติ ป่า สมุนไพร น้ำ เกษตรอินทรีย์ เพื่อทำผังชีวิตของคนอำนาจเจริญ 2) นโยบายสาธารณะว่าด้วยเรื่องสารเคมี เป้าหมายพื้นที่ปลอดสารเคมี

ขยายพืน้ที่เกษตรอินทรีย์ให้ได้ 1 แสนไร่ จากเดิม 6 หมื่นไร่ 3) การจัดการที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ และจัดพิธีมอบบ้านร่วมกับหน่วยงาน 4) พัฒนาผู้นำให้มีความหลากหลายมากขึ้น 5) พัฒนาสภาองค์กรชุมชนให้เป็นกลไกในการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ 6) เพิ่มนักสื่อสารชุมชมภาคประชาชน 7) ทบทวนธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ 8) การยับยั้งมารที่มาคุกคามอำนาจเจริญ และ 9) เสริมศักยภาพให้กับกลไกพื้นที่ลำน้ำเซบาย และกลไกการตลาดเกษตรอินทรีย์

คนเมืองศรียู่ดีมีแฮง (ศรีสะเกษ) มุ่งเป้าหมายเป็นสำคัญ ประเด็นงานเป็นกุศโลบาย เป็นเครื่องมือในการมุ่งสู่คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง จากคณะผู้ก่อการดี คิดยุทธศาสตร์เพื่อก่อให้เกิดการรวมคน ที่ทำคู่ขนานกับแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด เริ่มจากการก่อตัวจากคณะบุคคลที่ทำงานพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่ เป็นต้นทุนทางสังคมที่มีอยู่ จากชาติพันธุ์ เยอ ส่วย ลาว เขมร การออกแบบงานพัฒนาในพื้นที่ที่คิดจากส่วนกลางจะไม่สอดคล้องกับวิถีของคนในพื้นที่

งานที่สำคัญช่วงที่ผ่านมาสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 153 แห่ง การสนับสนุนการจัดตั้งสวัสดิการชุมขน แผนชุมชน 18 ตำบล พื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชน 2 พื้นที่ ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ เป้าหมายสำคัญ ไปสู่จังหวัดจัดการตนเอง การออกแบบการทำงานมีการปรับกลไกโครงสร้างของคนจาก 22 อำเภอ มีทีมสนับสนุกลาง 5 ทีม 5 โซน ให้ทำงานทันสถานการณ์ ที่จัดตังสภาองค์กรชุมชน และมีการสอบทานสวัสดิการชุมชน โดยจะแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ และกำลังทำความเข้าใจยุทธศาสตร์คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮงให้กับคนศรีสะเกษได้รู้มากขึ้น

การพัฒนาฐานข้อมูลช่วงเมษายน การประชุมสภาจังหวัดและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน และกองทุนสวัสดิการชุมชนใหม่ นอกจากนั้นจะมีการพัฒนาแกนนำ 22 อำเภอๆ ละ 10 คน ร่วมกับกองเลขานุการจังหวัด โดยจะขยายการเชื่อมโยงภาคีและเครือข่าย การแปลงยุทธศาสตร์คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮงสู่การปฏิบัติ รวมทั้งมีการจัดตั้งสมาคมในระดับจังหวัด 2 แห่ง และจะสรุปงานในช่วงเดือนกันยายน

สุรินทร์ โนวเจียเมียนเซาะ กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้ลด การดำเนินการช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินการค้นหาศักยภาพและทุนภายในชุมชน การลงพื้นที่ดูฐานทรัพยากร อย่างที่บ้านทัพไทยที่มีต้นทุนเรื่องข้าวเป็นอย่างดี ต่อจากนั้นจึงทำเวทีกำหนดแผนกลยุทธ์ในหลายตำบล เกิดเครือข่ายตำบล และเครือข่ายอำเภอ อย่างอำเภอปราสาท “เมืองอาหารปลอดภัย ท่องเที่ยวและเรียนรู้ได้ทุกวัน” หรือที่อำเภอสังขะ มีการค้นหาศักยภาพทุนชุมชน มีกระบวนการถอดความรู้ และบูรณาการกับท้องที่ มีการลงพื้นที่ดูฐานทรัพยากร

และมีการขับเคลื่อนเครือข่าย 5 อำเภอ มีการจัดงานคัสเตอร์ผ้าไหมที่ตำบลสวาย จังหวัดสุรินทร์ และมีการขยับเส้นทางลายไหมใน 11 อำเภอ 80 ตำบล และจัดงานสรุปบทเรียนที่ตำบลทมอ ศูนย์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ที่มีขบวนองค์กรชุมชน ประชาคมวิจัย สมัชชาสุขภาพ หน่วยงานรัฐ ภาคี ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทยที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น สุรินทร์ 4.0

พื้นที่ทั้งหมด 157 ตำบล จัดตั้งแล้ว 113 ตำบล ปี 2560 ตั้งเป้าหมายไว้ 30 แห่ง 6 เดือนที่ผ่านมา หาทุนในพื้นที่เพื่อมุ่งไปสู่โนวเจียเมียนเซาะ ตอนนี้มีการขยับเรื่องบ้านพอเพียงเพื่อให้เกิดแรงเหวี่ยงในพื้นที่ 117 ครัวเรือน ที่กำลังซ่อมสร้างอยู่ การที่สถาองค์กรชุมชนขยับบ้านพอเพียงที่เห็นเป็นรูปธรรม

6 เดือนที่เหลือ พัฒนาแกนนำ ตั้งสภาองค์กรชุมชนใหม่เป้าหมาย 30 ตำบล พัฒนาระบบข้อมูล แผนตำบล ติดตามบ้านพอเพียง เตรียมคีย์ข้อมูลสวัสดิการ พัฒนากองเลขาฯ  ขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มอำเภอ ติดตามงานเศรษฐกิจและทุน รวบรวมรายงาน เตรียมจัดกิจกรรมจังหวัดจัดการตนเอง เดือนกันยายนจะมีการสรุปบทเรียน เตรียมโครงการในปี 2561

ทั้งนี้มีการสรุปทิศทางการหนุนเสริมการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนอีสานใต้ในรูปแบบกลุ่มจังหวัด โดยมีการปรับงบประมาณของอีสานใต้ที่เหลือ 400,000 บาท จะมีแนวทางดังนี้ 1) หนุนเสริมการเชื่อมโยงภายในกลุ่มจังหวัด 2 กลุ่ม ๆ ละ 40,000 บาท 2) หนุนเสริมการพัฒนาศักยภาพแกนนำกลุ่มจังหวัด 2 กลุ่ม ๆ ละ 30,000 บาท 3) หนุนเสริมการเคลื่อนงานประเด็นร่วม กลุ่มละ 80,000 บาท และ 4) สมทบกองทุนตุ้มโฮมอีสานใต้ (60,000 บาท) 100,000 บาท โดยระบบการบริหารจัดการจะใช้บัญชีภาคอีสานใต้เดิม และการจัดการงบประมาณจะใช้การคิดแผนร่วมกันของแต่ละกลุ่ม และตั้งแผนในการขอรับงบประมาณสนับสนุน ส่วนกลุ่มนครชัยบุรินทร์ได้ตั้งกลุ่มผู้ประสานแล้วงาน ส่วนกลุ่มอำนาจราชธานีศรีโสธร ลองคุยกันตั้งกลไกในการประสานการทำงานร่วมกันต่อไป


IMG 0217

IMG 0259

IMG 0213IMG 0225

IMG 0218

IMG 0242

IMG 0240

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter