เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2560 ที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง มีการจัดงาน “ชุมชนประชาอุทิศร่วมแรงร่วมใจรื้อบ้าน-สร้างชีวิตใหม่ให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” โดยมีนายสมชาติ ภาระสุวรรณ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นางวราภรณ์ เอื้ออารีย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง สมาชิกเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง และชาวชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 100 คน
ภายในงานมีการลงแรงรื้อบ้านเฟสแรกจำนวน 3 หลัง และหลังจากนั้นจะทยอยรื้ออีก 7 หลัง เพื่อเตรียมก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 10 หลังภายในเดือนเมษายนนี้ ทั้งนี้ชาวบ้านเฟสแรกที่รื้อย้ายจำนวน 4 ครัวเรือนจะเข้าพักอาศัยอยู่ในบ้านที่สมาชิกในชุมชนรายหนึ่งยินดีสละบ้านของตนให้เป็นบ้านพักชั่วคราวในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อบ้านใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะให้ชาวบ้านครอบครัวอื่นมาอาศัยที่บ้านพักชั่วคราวหมุนเวียนกันไป
นายฮาซัน แสงจันทร์ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ครอบครัวของตนอยู่อาศัยที่ริมคลองลาดพร้าวมานานหลายสิบปี ตนเองก็เกิดที่นี่ เมื่อรัฐบาลมีโครงการพัฒนาคลองลาดพร้าว ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือ เมื่อเห็นว่าชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองจะต้องไปหาที่อยู่อาศัยใหม่ชั่วคราวจนกว่าบ้านหลังใหม่จะก่อสร้างเสร็จ แต่การหาที่พักชั่วคราวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะไปเช่าอพาร์ทเม้นท์ก็คับแคบสำหรับครอบครัวที่มีลูกหลายคน ข้าวของก็เยอะ ขนย้ายลำบาก
“ครอบครัวผมมีบ้านอยู่ 2 หลัง เดิมหลังหนึ่งเป็นบ้านพักของพ่อ แต่เมื่อพ่อตายไปแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่ เมื่อผมเห็นเพื่อนบ้านที่กำลังจะรื้อบ้านแต่ยังไม่มีบ้านอยู่ ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ผมจึงปรึกษากับแม่ ก่อนที่จะยกบ้านของพ่อให้เป็นบ้านพักชั่วคราว ถือว่าเป็นการทำบุญให้พ่อไปด้วย” นายฮาซันกล่าวและบอกเพิ่มเติมว่า บ้านหลังนี้จะรื้อด้านหน้าออกเพื่อต่อเติมใหม่ โดยใช้ไม้และวัสดุจากบ้านที่กำลังรื้อมากั้นเป็นห้องพักได้ 4 ห้องหรือ 4 ครอบครัว
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผอ.พอช. กล่าวว่า การรื้อย้ายในวันนี้ เป็นการรื้อย้ายเพื่อสร้างชุมชนใหม่ สร้างชีวิตใหม่ให้แก่ลูกหลาน โดยการร่วมแรง ร่วมใจ ของชาวบ้าน และหน่วยงานต่างๆ จากภายนอกที่มาร่วมสนับสนุน เช่น สำนักงานเขตห้วยขวาง ทหาร ตำรวจ กรมธนารักษ์ และ พอช. ถือเป็นตัวอย่างในการพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว โดยเฉพาะการแบ่งปันที่ดินที่อยู่อาศัยให้แก่เพื่อนบ้านเพื่อเป็นบ้านพักชั่วคราว เป็นน้ำใจของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศที่มีให้แก่กัน ซึ่ง พอช.จะนำตัวอย่างที่ดีแบบนี้ไปขยายผลในชุมชนอื่นๆ ต่อไป
ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5 ไร่เศษ มีชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการรื้อย้ายเพื่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 107 ครอบครัว โดยชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน ใช้ชื่อ “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงห้วยขวาง จำกัด” โดยการรวมกลุ่มจาก 3 ชุมชนที่อยู่ติดกัน ได้แก่ ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ ชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย – ญี่ปุ่น และชุมชนลาดพร้าว 80 มียอดเงินออมปัจจุบันเป็นเงิน 4,819,000 บาท มีคณะกรรมการสหกรณ์จำนวน 15 คน
ส่วนแบบบ้านมีทั้งหมด 5 แบบ คือ 1. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 4X7 เมตร จำนวน 70 หลัง ราคาหลังละ 278,537 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,350 บาท 2. บ้านเดี่ยว 1 ชั้น ขนาด 4X7 เมตร จำนวน 3 หลัง ราคาหลังละ 148,722 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,255 บาท 3. บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 6X7 เมตร จำนวน 18 หลัง ราคาหลังละ 300,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,532 บาท 4. บ้านแฝด 2 ชั้น ขนาด 4X7 เมตร จำนวน 12 หลัง ราคาหลังละ 248,372 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,096 บาท 5. บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4X7 เมตร จำนวน 4 หลัง ราคาหลังละ 224,555 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,895 บาท
ทั้งนี้ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศได้รับการสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจาก พอช. จำนวน 107 หลังคาเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 15,996,500 บาท แยกเป็นงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค จำนวน 5,350,000 บาท งบบริหารจัดการปรับปรุงชุมชน จำนวน 267,500 บาท งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 2,675,000 บาท และงบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบการแก้ไขปัญหาริมคลอง จำนวน 7,704,000 บาท โดยชุมชนได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ระยะเวลาการเช่า 30 ปี เนื้อที่ 5-1-21 ไร่ อัตราตารางวาละ 4 บาท/เดือน ซึ่งตามแผนงานการก่อสร้างทั้ง 107 หลังจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560 นี้
นอกจากการเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าวที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศแล้ว นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย – ญี่ปุ่น เขตห้วยขวาง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการลงเสาเข็มเพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรก จำนวน 20 หลัง จากจำนวนทั้งหมด 74 หลัง ซึ่งตามแผนงานจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2560 นี้
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





