playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

17475415 10208994063428200 5171679 o

มหาสารคาม/ วันนี้ (23 มีนาคม 2560) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2560 ณ ห้องประชุมแก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยมีคณะอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม ประมาณ 30 คน เพื่อหารือแนวทางในการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ภาคอีสาน 

นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข ประธานอนุกรรมการ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์สภาองค์กรชุมชนตำบล ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ 4 ปี 2560-2563 มุ่งการเป็นจังหวัดจัดการตนเองภายใต้แนวคิด 1 พื้นที่ 1 แผนพัฒนา 4 ยุทธศาสตร์ 1) เสริมสร้างสภาองค์กรชุมชนตำบลให้มีความเข้มแข็ง 2) สร้างความเป็นพลเมืองใน 5 พื้นที่ (บึงกาฬ, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม และสุรินทร์) 3) จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้เต็มพื้นที่ 4) จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น 1 จังหวัด 1 แผนพัฒนาภายใต้ขบวนอีสาน 1 เดียว 4 ปี เราจะทำได้ถึงไหน การประชุมวันนี้ว่าด้วยเรื่องใหญ่ 4 เรื่องนี้

ผศ.ดร.สถาพร เริงธรรม ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า ภาพปรากฏการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบมากมายในภาคอีสาน สิ่งสำคัญของการที่คิดไปต่อ ต้องถามว่าเรื่องนี้ทำไมถึงเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคของ คสช. แต่เราต้องไล่ย้อนดูประวัติศาสตร์ไปตั้งแต่ยุคจอมพล ป. เรื่อยมาถึงปัจจุบัน สภาพปัญหาเดิมคืออะไร ทำไมปรากกฏการณ์นี้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายเรื่องคนชายขอบไม่มีสิทธิในการตัดสินใจ เราจะตัดวงจรอุบาทว์นี้ได้ไหม วงจรที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจแบบรวมศูนย์อำนาจ บางเรื่องดี เด็ดขาดรวดเร็ว แต่เป็นการตัดสินใจบนข้อมูลชุดเดียว แต่ข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบจะเข้าไปถึงการรับรู้และมีส่วนต่อการตัดสินใจอย่างไร

ถ้าจะกล่าวถึงการจัดการตนเอง ต้องพูดถึงสตอรี่ ต้องมีเรื่องราวที่สร้างให้เกิดพลัง ให้เห็นสถานการณ์ความเป็นไปในปัจจุบันและอนาคต จะเกิดผลอะไรบ้างถ้ากระบวนการคิดการตัดสินใจยังอยู่ที่ส่วนกลางสิ่งที่เรากำลังเดินหน้าคือผลักดันให้เกิดการร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันรับผิดชอบต่อผลประโยชน์สาธารณะที่ทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่ลัทธิรับเหมาทำแทน รัฐบาลทำเอง แต่ประชาชนในพื้นที่ ภาคส่วนต่างๆ ต้องอยู่บนโต๊ะอย่างมีศักดิ์ศรี มีส่วนตัดสินใจ เป็นการสร้างพลังในการต่อรองพลังอำนาจที่มาจากส่วนกลาง เพราะเราไม่แน่ใจว่าอำนาจที่ผูกขาดส่วนกลางจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริงหรือไม่

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ เราต้องการเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การกำหนดโครงสร้างความสัมพันธ์ใหม่ จากการทำเรื่องการกำหนดแผนพัฒนาจังหวัด อย่างที่อำนาจเจริญได้ทำที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ ถ้าเราพูดถึงเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง เราจะมองข้ามปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ การทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบล ต้องเอาประเด็นปัญหามาแก้ไข พร้อมกับเป็นกระบวนการในการสร้างขบวน และเติมกระบวนการจัดทำแผน อีกทั้งผลักดันการร่วมกำหนดแผนร่วมกับรัฐในทุกระดับ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ กล่าว

และมีเรื่องแจ้งเพื่อทราบว่า จะมีการเปิดกลุ่มวิจัยนโยบายสาธารณะ เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในทุกมิติ จะมีพิธีเปิดกลุ่มวิจัยในวันที่ 20 เมษายนนี้ เพื่อจะเป็นศูนย์ข้อมูลลภาคประชาชน และจะพัฒนาเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ข้อมูลในง่ายต่อการเข้าถึง รวมทั้งจะมีเรื่องการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สกว. พื้นที่วิจัย 20 พื้นที่ เรื่องของ อบต.กับการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ขอให้แต่ละจังหวัดช่วยเสนอพื้นที่จังหวัดละ 1 อบต. จะเป็น อบต.ที่มีสภาฯ หรือไม่มีสภาฯ ก็ได้ เป็นการเช็คสถานะบ้าน วัด โรงเรียน เพื่อเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อการเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น  

นายชูชาติ ผิวสว่าง อนุกรรมการฯ ภาคประชาสังคม กล่าวถึง โครงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพแกนนำภาคอีสานนั้นมีกระบวนการปรึกษาหารือตั้งคุยเรื่องนี้กันมา 4 ครั้ง มีการประเมินสถานการณ์ การถกเถียงแลกเปลี่ยน และออกแบบกระบวนการทำงานภายใต้งบประมาณที่ พอช.ให้การสนับสนุนในวงเงิน 2 ล้านบาท โดยมีมีกลไกภาควิชาการ ประชาสังคม และองค์กรชุมชน โดยหลักสูตรแบ่งออกเป็นสามส่วน 1) ผู้นำระดับภาค 2) ผู้นำในระดับจังหวัด และ 3) หลักสูตรผู้นำระดับตำบล

เป้าหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรในภาคอีสานประมาณ 700 คน สร้างแกนนำทางความคิด นักเคลื่อนไหวในภาคให้ได้ ทีมชบวนภาคจะเป็นผู้ดูแลหลักสูตร ที่สภาองค์กรชุมชนรับผิดชอบ คือระดับจังหวัด และตำบล เนื้อหาเป็นการเรียนรู้กระแสที่ถาโถมในภาคอีสาน สถานการณ์ โลกกาภิวัฒน์ ส่วนที่สองคือการใช้ พ.ร.บ.สภาฯ เป็นเครื่องมือในการคานงัดกับกระแสอย่างไร เป็นการวิเคราะห์หลักคิด มีการให้หลักคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และเรื่องการกระจายอำนาจ ประมาณ 6 วิชาเป็นการสนทนาเชิงลึกอย่างเข้มข้น และเข้าสู่การออกแบบแผน การประสานงาน การออกแบบ และลงมือสร้างรูปธรรมในระดับตำบล รวมทั้งให้แกนนำกลับไปขยายผลให้เกิดแกนนำอีกจังหวัดละ 20 คน  



ซึ่งได้มีการกำหนดปฏิทินเวทีอบรมผู้นำเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป  โดยครั้งต่อไปจะจัดในวันที่ 27-28 มีนาคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน ซึ่งแต่ละจังหวัดต้องคัดเลือกแกนนำจังหวัดละ 3 คนมาเข้าร่วม ซึ่งต้องเป็นคนที่สามารถออแกนไนซ์ ออกแบบการทำงานในจังหวัดได้เป็นอย่างดี ระดับภาคตั้งเป้าหมายไว้ 90 คน ระดับจังหวัด 200 คน ระดับตำบล 400 คน และ5 จว.นำร่อง 100 คน(บึงกาฬ, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม และสุรินทร์)เป้าหมายใหญ่คือประเด็นร้อน ที่จะนำเข้าสู่เวทีสมัชชาภาคอีสาน และการแก้ไขพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน  

นายวิเชียร พลสยมผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคฯ กล่าวว่า งานขบวนองค์กรชุมชนเราเคลื่อนตามที่ขบวนองค์กรชุมชนกำหนดเมื่อประมาณปลายปี 2558 ที่กำหนดยุทธศาสตร์ “อีสานหนึ่งเดียว” ซึ่งการจัดงบประมาณปี 2560 มี 3 ระดับ ทั้งระดับตำบล จังหวัด และแผนพัฒนาภาค มีหลักการไม่หารเฉลี่ย ต้องมีผลงานประจักษ์ และโครงการสอดคล้องกับการจัดการตนเองหรือไม่ การพัฒนาผู้นำก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ได้วางงบประมาณไว้เรื่องพัฒนาผู้นำ และพอช.ส่วนกลางก็กำลังจะจัดสรรงบประมาณสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะเพื่อสร้างผู้นำเพิ่มมากขึ้น เป็นการจัดงบประมาณแบบองค์รวม เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพของขบวน

การเชื่อมโยงจะผ่านกลไก คณะอนุกรรมการภาคอีสาน ซึ่งมีคณะทำงาน 5 คณะ บ้านมั่นคง พัฒนาผู้นำ กลั่นกรองโครงการ ธรรมาภิบาล ติดตามประเมินผล ทั้ง 5 คณะจะลงไปทำงานกับขบวนจังหวัด  และจะมีคณะเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน ที่จะตั้งขึ้นมาทำงานร่วมกัน มุ่งไปสู่เวทีสมัชชาคนอีสาน ที่เติบโตจากข้างขึ้นมาเป็นเวทีสมัชชา

ปี 2563 สภาฯ เต็มพื้นที่ ปีนี้เป้าหมายในการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนของภาคอีสาน ตั้งเป้าไว้ 348 สภาฯ  จากเดิมที่จดแจ้งแล้ว 1,895 สภาฯ แต่ยังไม่แนบไฟล์เอกสาร 714 สภาฯ มีสภาฯครบวาระ 4 ปี 1,326 สภาฯ มีการทบทวนแล้ว 482 แห่ง ยังเหลือ 843 แห่งที่ต้องทบทวน เราจะว่าอย่างไรในเรื่องนี้ ลองไปทบทวนเจตนารมณ์สภาองค์กรชุมชน ซึ่งได้กำหนดไว้เป็นภาระร่วมกัน

ส่วนเรื่องการทำข้อเสนอ ไม่เฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดจัดการตนเอง เรื่องการพัฒนาแกนนำระดับจังหวัดแล้ว กลับไปขยายที่ระดับตำบลอย่างไร ซึ่งมีงบที่สอดคล้องและได้รับการสนับสนุนไปแล้วที่จังหวัดทั้งเรื่องตำบลทำแผน และตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน ที่สามารถหนุนเสริมได้ข้อเสนอสัมชชาระดับชาติ ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้อง 1 จังหวัดจัดการตนเอง 2 ว่าด้วยภัยคุกคาม 3 เครือข่ายสภาฯลุ่มน้ำโขง (เชิงภูมินิเวศ)

อย่างไรก็ตาม การก่อตั้งคณะเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีเจ้าภาพ เราอาจเริ่มจากขบวนสภาฯ ที่มีสถานะในการประชุมและจัดทำข้อเสนอประเด็นสาธารณะที่เสนอเชิงนโยบาย การจัดตั้งสภาฯใหม่ ปล่อยตามยถากรรมไม่ได้แล้ว อาจมีการแบ่งทีมคณะอนุสภาฯ ลงพื้นที่กัน โดยที่ไม่นั่งรอ  

อย่างไรก็ดี วิธีการจดแจ้ง แต่ละจังหวัดมีวิธีการไม่เหมือนกัน และลองคำนวนพื้นที่ที่ต้องจัดตั้ง วิธีที่1 การจัดตั้งแบบภูมินิเวศ คือมีประเด็นที่จะขับเคลื่อนและสร้างพลังไปพร้อม วิธีที่ 2 ตั้งเป้าทั้งจังหวัดใช้วิธีการรวมกันแล้วจัดตั้งไปทีละจังหวัด แบบที่ 3 ทำไปแบบค่อยเป็นค่อยไปในแบบของแต่ละจังหวัด และแบบที่ 4 มีทีมลงไปช่วยกันจัดตั้งในพื้นที่ และมีข้อเสนอให้ทางเจ้าหน้าที่เซ็ตทีมพร้อมออกแบบวิธีการหนุนเสริมการลงจัดตั้งด้วย โดยเราจะทำงานแบบมียุทธศาสตร์ ในการจดแจ้งจัดตั้ง 348 สภาฯ ตามเป้าหมายที่วางไว้ 

 

17407680 10208994063948213 871713755 o

17431046 10208994064148218 582851698 o17453253 10208994063708207 2000913205 o17454778 10208994063388199 1301543240 o

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter