เมื่อวันที่ 25-26 มีนาคม 60 ณ วัดทรงธรรมบรรพต บ้านวังสำราญ ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายธนาคารต้นไม้อำเภอนาวัง ร่วมมือกับ ธ.ก.ส.สาขานาวัง จัดงานทอดผ้าป่าเมล็ดพันธุ์ และจัดตั้งกองทุนป่าธนาคารต้นไม้ ครั้งที่ 2สายใยวัฒนธรรมชุมชนชาวนาวัง พร้อมใจสานสัมพันธ์ร่วมใจกันนำเมล็ดพันธุ์ไม้พื้นบ้านในชุมชนท้องถิ่น เมล็ดพันธุ์ชีพผัก เมล็ดพันธุ์ต้นไม้นานาชนิดจากป่าชุมชน ซึ่งในช่วงเดือนสามเดือนสี่การเจริญเติบโต ชีพผัก ต้นไม้ สู่ช่วงฤดูกาลออกดอกออกผล จากแนวคิดของพระครูประทีปธรรมธร น้อมนำกระแสพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช(รัชกาลที่9) น้อมนำมาปรับใช้ให้เกิดความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยมอบหมายให้กับสมาชิกที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในอำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู จุดประกายแนวคิดร่วมกันภายใต้กรอบที่ว่าส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ปลูกต้นไม้พันธุกรรมพื้นบ้าน ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างวัฒนธรรมชุมชนเกื้อกูลต่อระบบนิเวศน์ในที่ดินทำกินของตนเอง พร้อมสร้างมูลค่าต้นไม้ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมให้อยู่เคียงคู่ชุมชน
พระครูประทีปธรรมธร เจ้าอาวาสทรงธรรมบรรพต เปิดเผยว่า วิถีชีวิตชาวนาวัง ตำบลวังทอง เป็นชาวไร่ชาวนาชาวสวน ปลูกพืชผัก ทำไร่ปลูกข้าวโพด ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ตนชอบอ่านหนังสือศึกษาแนวทางจากปราชณ์ชาวบ้าน ในสภาพปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชาวบ้านดั่งเดิม ชาวบ้านมีหนี้สิน มีหนี้เพิ่มขึ้น หลายอย่างที่เห็นวันนี้ เศรษฐกิจชุมชนเติบโตในเชิงระบบโครงสร้างนายทุน ชุมชนไม่สามารถจัดการตนเองได้ ขาดการวางแผนชุมชน ชาวบ้านไม่รู้รักสามัคคี ในเมื่อมีสภาองค์กรชุมชน มี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน เราสามารถจัดการตนเอง จัดการชุมชนโดยที่เราร่วมมือกันวางแผนจัดการชุมชนได้เอง เราจะต้องพึ่งพาตนเอง ชุมชนจัดการตนเองแต่ทำไหมเราไม่นำมาใช้ คนเราจะต้องพัฒนาปรับปรุงตนเอง จึงจัดงานขึ้นภายใต้ “คืนชีวิตให้แผ่นดิน ปลดเปลื้องหนี้สินให้เกษตรกร "พอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เราจึงต้องหาทางออกให้ชุมชนและชีวิตครอบครัวตนเอง จะทำอย่างไรชุมชนพออยู่พอกิน มีที่ดินทำกิน มีพื้นที่อากาศเป็นของตนเอง ช่วยกันปลูกป่าชุมชน ปลูกต้นไม้ไว้พื้นที่หัวไร่แปลงนา“ทางเลือก ทางรอดของเกษตรกรไทย”
ทำไหมเราได้ยินอยู่เสนอว่า แพทย์ทางเลือก การศึกษา ทางเลือก การเกษตรทางเลือก เพราะอะไรสังคมทำไหมมีทางเลือกเกิดขึ้น หรือว่าทางรอดชุมชน บ้านเมืองจะต้องเลือกทางใหม่ เราจะต้องช่วยกันคิดหาทางเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน เขาว่าในปัจจุบันบ้านเราดินตาย ป่าก็ตาย สายน้ำต้นน้ำก็ตายไม่มีอะไรอีกแล้ว โดยพื้นฐานกลุ่มคน ชุมชน ชาวบ้านจะต้องมีพื้นฐาน สังคมมีพื้นฐานมีระบบธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ที่เป็นพื้นฐานชีวิต หากเราไม่ศึกษาวิเคราะห์ชุมชน ครอบครัว วันนี้รายจ่ายมากเพิ่มกว่ารายรับ ชุมชนจะต้องมีความรักสามัคคี มีสุขภาพที่ดีแข็งแรง คนเราจะเปลี่ยนแปลงหลักวิธีคิดตนเองก่อน พลังสามารถจะก้าวข้ามปัญหาอุปสรรค มองหาความสุขความสำเร็จให้ตนเอง มีจุดยืนให้ตนเอง มีเป้ามีจุดมุ่งหมาย รู้การแบ่งปันให้กันและกัน
นายภูมิชัย ราชพิตรภักดีวิเศษ อดีตนายอำเภอนาวัง และที่ปรึกษาธนาคารต้นไม้อำเภอนาวัง เปิดเผยว่า ในประเทศไทยบ้านเรา ประชาชน ชาวบ้านเป็นโรคมะเร็งมากที่สุดในโลก และเป็นผู้สั่งนำเข้ายาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้ามาที่สุด วิถีชีวิตชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปลูกชาวนาทำนาปลูกข้าวไม่เป็น ราชการก็ไม่ใช่ว่าจะทำนาเป็นมาสอนวิธีการทำนาให้ชาวนา แต่ชาวนาประเทศญี่ปุ่นภาครัฐบ้านเขาส่งเสริม สนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา ทางเลือกทางรอดเกษตรกรไทย เกษตรกรจะต้องรู้ตนเองพอเพียงเดินรอบบ้านรอบสวนหลังบ้านมีกินแล้ว ใช่ว่าหาอาหารแต่ล่ะครั้งแต่ล่ะมื้อจะต้องไปตลาดไปสู่เมือง แต่อย่างไรเราจะต้องรู้การพัฒนาตนเองปรับเปลี่ยนตนเอง เกษตรกรจะมีทางรอดเพิ่มรายได้อะไรให้ตนเองมีรายได้ ผลิตปลูกอะไรมีอยู่มีกิน กำหนดสินค้าตนเอง ปัญหาอยู่ที่การปลูกมาแล้วจะนำสินค้าตนเองไปขายที่ไหน ขายอย่างไรมีราคาที่ตนเองกำหนด มีกรรมวิธีการพัฒนาเชิงระบบ คิดการค้าการขายแนวความคิดแบบเก่าๆ สมัยปัจจุบันบ้านเรา
เกษตรกรจะต้องมีผู้ผลิต มีผู้จำหน่าย คนที่ทำหน้าที่ขายจะต้องมีเทคนิคมีวิธีการขายสู่ตลาด ต่อไปเราจำหน่ายเอง คุณภาพ ผลผลิตคงเดิมเท่าเดิมคงที่รักษาระบบปริมาณเท่าเดิม พร้อมนำธุระกิจการท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชน พัฒนาสินค้าชุมชน เทคนิคเสนอราคาการขายที่พอเหมาะสมควร ควบคู่การท่องเที่ยว เรามีสถานที่ท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบล พัฒนาให้เป็นสถานที่สำคัญของตำบล อีกอย่างเรื่องพืชเมล็ดพันธุ์ ทุกๆชนิดบ้านเรา พืชที่บ้านเราปลูกทุกวันนี้ แต่ไม่มีเมล็ดพันธุ์เขาทำหมันพืชเกษตรแล้ว เกษตรกรจะปลูกพืชแต่ล่ะครั้งจะต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ในตลาดเฉพาะนั้นเกษตรกรจะต้องเรียนรู้การพัฒนาสายพันธุ์พืช มีกรรมวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ในขณะนี้ที่ต่างประเทศเขามีการก่อตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรบ้านเราจะต้องเรียนรู้หลายอย่าง การสร้างเสริมองค์ประกอบเชื่อมโยงการตลาด การท่องเที่ยวโดยชุมชน สินค้าเกษตรกรของดีในชุมชน ซึ่งอนาคตเกษตรกรบ้านเรา ชุมชนจะต้องจัดการเองทุกๆอย่าง บริการจัดการเอง
นายสุกิตติ พรหมทอง รองผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาลูกค้าและชนบท ธกส.ส่วนกลางสำนักงานใหญ่เปิดเผยว่า หน้าที่ การทำงานยอมรับการทำงานแตกต่างกันในส่วนภูมิภาค ส่วนกลางจะต้องเชื่อโยงการทำงาน ทุกๆคนค้นหาการเปลี่ยนแปลงตนเอง อนาคตข้างหน้าเกษตรกรจะต้องรวมกลุ่มเป็นทีมงานทำงานขับเคลื่อนร่วมมือกัน สร้างเครือข่ายชุมชนจะต้องมีกลุ่มทีมงานพัฒนากลุ่มมีการแบ่งปันการทำงาน มีระบบการจัดการ ระบบการตลาด มีความเก่งทางคอมพิวเตอร์ใช้อินเตอร์เน็ต ยกตัวอย่าง ส้มตำที่บ้านเราซื้อขายกินประจำจะพัฒนาอย่างไรบ้าง การขายส้มตำพัฒนาระบบการตลาดสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำอย่างไรชักชวนลุกค้า เช่น ฟางข้าว สามารถพัฒนาทำอะไรได้หลายอย่าง นั่งเล่น ทำปุ๋ย ทำอาหารสัตว์ เพาะเห็ดฟาง แปรรูปผลิตไปต่อให้ได้ กากกะลา กากปาร์ม กากอ้อย เมื่อก่อนทางโรงงานนำทิ้ง แต่เวลานี้ตอนนี้โรงงานส่งเข้าโรงไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า ตัวอย่างในอำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ดจะมีกลุ่มเลี้ยงโค แบ่งพื้นที่นาปลูกหญ้า เลี้ยงโค มีพื้นที่ คือแบ่งส่วนการทำงานเชื่อมโยงกันในกลุ่มยางคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมมือสร้างเครือข่าย สร้างพลังอย่างเป็นเชิงระบบให้หมุนครบวงจร ผลิต ซื้อ ขาย จำหน่าย การตลาด เราจะต้องมีทีมงานที่มีความรู้ความชำนานร่วมแลกเปลี่ยน ค้นหาตัวตนพัฒนาอยู่ตลาด
ทั้งนี้ คณะทำงานสภาองค์กรชุมชน นายมานะ เมืองคุณ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดหนองบัวลำภู,กำนันคำแสน แสนค้อม คณะกรรมการขบวนจังหวัดหนองบัวลำภู, ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลทุกตำบลในเขตอำเภอนาวังนายพิทักษ์ จ่าพันนา ผู้จัดการ ธกส.สาขานาวัง,นายเพียงใจ จนท.ธกส.สาขานาวัง,ประธานธนาคารต้นไม้ 21 ชุมชนในเขตอำเภอนาวัง พร้อมนำคณะเข้าร่วมทอดผ้าป่าในครั้งนี้ การรวบรวมเมล็ดพันธุ์ เบี้ยพันธุ์พืช (เมล็ดพันธุ์พืช 3 ประเภท กินได้, สวยงาม,ใช้สอย/ไม้เศรษฐกิจ) ร่วมใจกัน ก่อตั้งกองทุนป่าได้ร่วมมือกันทอดผ้าป่าเมล็ดพันธุ์และผ้าป่าสามัคคี และกองทุนป่าเพื่อการบริหารจัดการต่อไป
ทางด้าน นายคง จันปลิว เลขานุการเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนอำเภอนาวัง เปิดเผยว่า หลักคิดการทำงานชุมชนในสภาองค์กรชุมชนปัจจุบัน ประสบเจอปัญหาเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐชอบสั่งการมายังชุมชน แต่ละหน่วยงานรัฐมีหลายโครงการลงพื้นที่ในตำบลจะมาทำงานร่วมกับชุมชนก็เอาตามโครงการตนเอง ซึ่งมันไม่ใช่แนวความคิดขบวนการคิดเชิงระบบชุมชน ชาวบ้านไม่ได้เสนอตามความต้องการของชุมชน จึงทำให้ชุมชนบ้านเราแบ่งแยกกันเป็นกลุ่มเล็กๆกลุ่มน้อย แผนจัดการตนเองชุมชนตำบลเลยไม่ได้มีความสำคัญ กลไลชุมชนยังอยู่ภายใต้เชิงนโยบายขอภาครัฐเจ้าหน้าที่
ตำบลวังทอง เป็นตำบลที่อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอนาวัง ประกอบด้วย 12 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านโนนภูทอง หมู่ 2 บ้านวังสำราญเหนือ หมู่ 3 บ้านผาอินทร์แปลง หมู่ 4 บ้านสวนสวรรค์ หมู่ 5 บ้านไทยนิยม หมู่ 6 บ้านโคกสง่า หมู่ 7 บ้านนาสุรินทร์ หมู่ 8 บ้านนาเจริญ หมู่ 9 บ้านไทยสามัคคี หมู่ 10 บ้านแสงทองพัฒนา หมู่ 11 บ้านวังไผ่ หมู่ 12 บ้านวังสำราญใต้
ทิศเหนือ ติดกับ ต.นาแก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู
ทิศใต้ ติดกับ ต.ผาสามยอด กิ่ง อ.เอราวัณ จ.เลย
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.นาเหล่า อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ผาอินทร์แปลง กิ่ง อ.เอราวัณ จ.เลย
จำนวนครัวเรือนที่มี 1,728 ครัวเรือน การเดินทางสามารถเดินทางตามเส้นทางถนนลาดยางเชื่อมระหว่างจังหวัดอุดรธานี - เลย ห่างจากจังหวัดหนองบัวลำภู 45 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยวภายในตำบล
1.วัดป่าภูฝางสันติธรรม เป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้ติดยาเสพติด ตั้งอยู่ที่หมู่ 11 บ้านวังไผ่ ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู
2.ถ้ำเอราวัณ เป็นศูนย์รวมสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด ต้นกำเนิดมาจากนางผมหอม ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านผาอินทร์แปลง ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู
3.อ่างผาวัง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีแพแบบขึงเชือกสำหรับชักแพออกไปชมบรรยากาศและรับประทานอาหารกลางอ่างเก็บน้ำ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านไทยนิยม ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู
ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าที่นี่ ผลไม้ มีคุณภาพดีขึ้นชื่อ กล้วยหอมทอง มะม่วง มะละกอ ส้มโอ มะขามหวานชาวบ้านปลูกพืชผักสวนครับในร่มส่งขายตลาด สร้างรายได้ครอบครัว ฐานเศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียงรอบอำเภอนาวัง ผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมือง ที่ทอจากฝีมือเป็นผืนด้วยความประณีต เนื้อผ้าดี ลวดลายสวยงาม มีให้เลือกมากมาย เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าหมี่ขิด
การทอดผ้าป่าสามัคคี ทอดผ้าป่าแบ่งปันเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านยังไม่สูญหายไปไหน ยังมีผู้คนเห็นความสำคัญเก็บรักษาความมั่งคั่งความหลากหลายของพืชผักไว้ เมื่อถึงยามวิกฤติ ดิน ฟ้า อากาศ แปรปรวนหลายพื้นที่ผลผลิตเสียหายหนัก เป็นหนี้เป็นสิน ข้าวยากหมากแพง หากจะลงทุนเริ่มเพาะปลูกกันใหม่เมล็ดพันธุ์ในตลาดก็ราคาแพง มีแต่พี่น้องในชุมชนทางจะช่วยเหลือแบ่งปันกัน ขนข้าวขนผักมาสู่ก็ล้วนแต่เป็นผักเป็นข้าวพื้นบ้าน ในสังคมชุมชนให้มีกินมี มีใช้อิ่มท้อง นอนอุ่นทุนมีปลดหนี้ปลดทุกข์ บ้านเราจะน่าอยู่สร้างวัฒนธรรมชุมชนเกื้อกูลพึ่งอาศัยกันต่อไป
ศูนย์ข่าวทุ่งกุลา มานะ เหนือโท รายงาน








