
ระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2560 สภาองค์กรชุมชนตำบลวังคีรี จ.ตรัง ร่วมกับกรมการข้าว ศูนย์วิจัยข้าว จ.พัทลุง และหน่วยงานพัฒนาร่วมจัดงาน “เทิดไท้องค์ราชัน สืบสารวัฒนธรรมข้าว และวิถีชาวนา “ที่หมู่ 2.ตำบลวังคีรี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยมี รองอธิบดีกรมการข้าว (ดร.กฤษณะพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองผู้ว่าราชการจ.ตรัง (นายสายัณห์ อินทรภักดิ์) ผู้นำชุมชนจ.ตรัง ผู้แทน พอช. ท้องถิ่น ท้องที่ นักเรียน และ ผู้นำชาวนาในพื้นที่ร่วมงานกว่า 300 คน


ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองในภาคใต้ การเปิดโรงเรียนชาวนา การแสดงชุดข้าวของพ่อ การสมโภชแม่โพสพ ฯลฯ ทั้งนี้ในพื้นที่ตำบลวังคีรี เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนฐานราก โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริม และยกระดับการทำนา การสืบทอดการทำนาไปยังอนุชนคนรุ่นหลัง โดยมีสภาองค์กรชุมชนตำบลวังคีรี ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนาตำบลวังคีรี สนับสนุน ซึ่งดำเนินการมาแล้วกว่า 8 ปี โดยในปี 2560 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. เพื่อต่อยอดกิจกรรมของเกษตรกรชาวนา ที่ได้ดำเนินการมาก่อนนี้หลายปี

นายวิรัตน์ หลักเพชร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนาตำบลวังคีรี เปิดเผยว่า ตนได้ทำนาบนพื้นที่ 5 ไร่ เป็นอาชีพที่ตนเองรักและต้องการสืบทอดอาชีพทำนาไปยังอนุชนคนรุ่นลูกหลาน จึงผลักดันให้มีโรงเรียนชาวนา มีแผนที่จะลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และสืบทอดพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ในตำบลวังคีรีส่วนใหญ่เรานิยมพันธุ์ข้าวเบายอดม่วง และรับพันธ์ข้าวพื้นเมืองเล็บนกจากจ.พัทลุงด้วยในช่วงหลัง ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวน 63 คน ทำนาในพื้นที่ของตนเองรวมกว่า 338 ไร่ เป้าหมายของเราคือปลูกข้าวไว้กินเองด้วย วิรัตน์ กล่าว
นายวิเชียร เมืองมีศรี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลวังคีรี กล่าวว่า สภาองค์กรชุมชนมีแผนพัฒนาที่ดำเนินการในตำบลอยู่สามด้านคือ การร่วมดูแลรักษาและพัฒนาป่าชุมชน บนพื้นที่ 150 ไร่ การจัดการน้ำส่งเสริมฝายน้ำ ซึ่งทำมาแล้ว 5 จุด และการส่งเสริมการทำนา โดยอาชีพหลักๆของคนในตำบลคือการทำสวนยาง สวนปาล์มและทำนา การยกระดับการทำนาในปีนี้ เราได้รับการสนับสนุนในการทำจีไอข้าวพันธุ์เบายอดม่วง (ให้เป็นข้าวที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) บนพื้นที่ 40 ไร่ จากกรมการข้าว
เกษตรกรชาวนา ที่ร่วมงานกล่าวว่า ตนอยากเห็นการฟื้นฟูนาร้าง ขยายพื้นที่นาให้มากขึ้น เพราะตำบลวังคคีรี ยังเป็นพื้นที่ๆเหมาะกับการทำเกษตร มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ และต้องการอนุรักษ์การทำนาแบบดั้งเดิมไม่ให้สูญหาย มีการทำนาข้าวที่ปลอดสารพิษไว้กินเอง วันนี้รู้สึกดีใจที่เรามีโรงเรียนของชาวนา ที่จะเป็นจุดเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชนที่ยังรักในอาชีพการทำนาต่อไป




รายงานโดย อุดมศรี ศิริลักษณาพร





