
ตำบลพนมวังก์ มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเชิงเขา ชาวบ้านประกอบอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาเลี้ยงสัตว์ และทำสวนยางพาราบ้างเล็กน้อย ร้อยละ 60 และรับราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทและอื่นๆ ร้อยละ 40 ทรัพยากรฯในตำบล มีลำคลองขนาดเล็กคือ คลองท่าแนะคลองตลิ่งชัน มีวิถีชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่าย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
ในปี พ.ศ. 2547 ตำบลพนมวังก์ ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนาข้าว ชาวนาในพื้นที่เกิดความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก แม้น้ำใช้ในครัวเรือนยังต้องขนมาจากที่อื่นเพื่อใช้ดำรงชีพของคนในตำบล ทั้งที่สมัยก่อนทุกครัวเรือนจะมีบ่อน้ำใช้ แต่นานไปกลายเป็นบ่อน้ำเน่าเสียบ้าง บ่อน้ำร้างบ้าง บางบ้านอาจจะเหลือเพียงร่องรอย เนื่องจากมีการถมดินและทำเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน ทำให้ปัจจุบันวิถีการใช้น้ำจากบ่อน้ำเลือนลางจนแทบจะไม่มีความรู้สึกแบบนั้นลงเหลืออีกเลย จึงเป็นจุดเริ่มของภาคประชาชน ผู้นำชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น เกิดการตื่นตัวกับปัญหาที่พี่น้องประสบอยู่ จึงรวมกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มผู้ใช้น้ำประปาบ้านสี่แยกไสยวน” โดยมีสมาชิกเริ่มแรก จำนวน 15 คน มานั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาของการใช้น้ำของคนตำบลพนมวังก์

กลุ่มผู้ใช้น้ำประปาบ้านสี่แยกไสยวน ตั้งอยู่ที่ บ้านไสยวน หมู่ที่ 7 ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลพนมวังก์ ให้ถังเก็บน้ำกับกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาบ้านสี่แยกไสยวน ขนาดถังเก็บน้ำ 12 ลูกบาศก์เมตร หรือ ประมาณ 12,000 ลิตร คิดเป็นเงินประมาณ 100,000 บาท และในปี 2560 ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างเพื่อขยายถังเก็บน้ำเพิ่มเป็น 30 ลูกบาศก์เมตร หรือ ประมาณ 30,000 ลิตร งบประมาณ 250,000 บาท คาดว่าจะเปิดใช้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2560 นี้

เป้าหมายกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาบ้านสี่แยกไสยวน เพื่อสนับสนุนให้การบริหารการใช้น้ำประปา เป็นไปอย่างมีระบบ การอุปโภค บริโภค การเกษตร การซ่อมแซม บำรุงรักษาประปา และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับการใช้น้ำของกลุ่ม มีระเบียนกติการ่วมของกลุ่มไว้อย่างชัดเจน ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาบ้านสี่แยกไสยวน มีองค์ประกอบจากผู้แทนสมาชิกแต่งตั้งเป็นกรรมการ 9 คน ที่ปรึกษา 3 คน ซึ่งมาจากผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชน กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และนักกฎหมาย มีการประชุมทุก 6 เดือน มีการวางระเบียนกลุ่ม
ผู้ที่สนใจที่จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ต้องเสียค่าสมัครเป็นสมาชิกเริ่มแรก คนละ 500 บาท เป็นการจ่ายค่าเครื่องมิเตอร์ พร้อมติดตั้งให้ครัวเรือนละ 1 ตัว ส่วนผู้สมัครที่ต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาฯจะไม่เรียกเก็บค่าเครื่องมิเตอร์ และจะติดตั้งเครื่องโดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อเป็นการส่งเสริมเกษตรกรของคนในตำบล โดยอัตราการจ่ายค่าน้ำ อยู่ที่ ลิตรละ 3 บาท (น้ำใช้ในครัวเรือน/น้ำใช้ทางการเกษตร) จะมีบิลเรียกเก็บ ไปยังไปบ้านของสมาชิกทุกวันที่ 3 ของทุกเดือน
ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 125 ครัวเรือน (ส่วนใหญ่อยู่ที่หมู่ 7) เงินกองทุนรวมกว่า 200,000 บาท รายได้ที่ได้จากค่าใช้น้ำในแต่ละเดือนจะหักออกมา 10 เปอร์เซ็นต์ นำฝากเข้าบัญชีธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อใช้เป็นค่าบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้น้ำฯ และใช้ในการกุศสาธารณะในวันสำคัญต่างๆของตำบลรวมทั้ง ให้เป็นทุนการศึกษาแก่เด็กผู้ด้อยโอกาส ต่อไป
นายมิตร รักจุ้ย ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลพนมวังก์ เล่าว่า นอกจากมีกลุ่มผู้ใช้น้ำฯแล้ว คนพนมวังก์ยังได้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการตำบลขึ้นในปี พ.ศ. 2550 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 700 ราย เงินกองทุนหกแสนกว่าบาท เพื่อนำไปจัดสรรเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกครบวงจรชีวิต
จนปี พ.ศ. 2558 ได้มีการจัดตั้ง “สภาองค์กรชุมชนตำบลพนมวังก์” เพื่อเป็นเวทีกลางให้ชาวบ้านมีพูดคุยถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในตำบล พร้อมหาแนวทางแก้ไข ส่งเสริมงานพัฒนาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากร เช่น มีการพัฒนาแหล่งน้ำ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การส่งเสริมการการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เป็นต้น
ด้านเศรษฐกิจ การนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาสร้างคุณค่าให้มากขึ้น ในรูปแบบต่างๆที่สามารถทำได้ เช่น การทำน้ำให้สะอาดที่สามารถใช้เป็นน้ำดื่มได้ ไม่ต้องไปเสียเงินมากนัก เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง และที่ผ่านมาล่าสุดได้มีการสำรวจข้อมูลการใช้น้ำของประชากรในตำบลพนมวังก์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีน้ำในการบริโภค (น้ำดื่ม) มีครัวเรือนที่ซื้อน้ำบริโภค จำนวน 1,745 ครัวเรือน จาก 1,799 ครัวเรือนที่มีทั้งหมดในตำบล คิดเป็นร้อยละ 97 เฉลี่ยครัวเรือนที่ต้องจ่ายค่าน้ำบริโภค ครัวเรือนละประมาณ 10-12 บาท ต่อวัน ถ้าคิดเป็นตัวเลขทั้งตำบลอยู่ที่ จำนวน 19,195 บาท ต่อวัน คิดเป็นเดือน 575,850 บาท ต่อเดือน คิดเป็นปี จำนวน 6,910,200 บาท ต่อปี
“พอเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว รู้สึกตกใจ ที่คนในตำบลต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำ เป็นจำนวนไม่น้อยเมื่อเทียบกับตัวเลขรายปีที่ต้องเสียไป จึงเกิด โครงการพัฒนาสามน้ำ”เกิดขึ้น ในปี 2560 นี้ โดยการต่อยอดจากกลุ่มผู้ใช้น้ำตำบลพนมวังก์ ดังกล่าวข้างต้น” นายมิตรกล่าว
ทำไมต้อง “สามน้ำ” นายกมล เนตินานนท์ หรือคนในพื้นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า “โกกิ้ม” ผู้ทรงคุณวุฒิ สภาองค์กรชุมชนตำบลพนมวัง ได้บอกให้เราฟังต่อว่า จากการสำรวจข้อมูล ได้จึงนำข้อมูลเข้าหารือในที่ประชุมของสภาองค์กรชุมชนตำบลพนมวังก์ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำบริโภคของคนในตำบลพนมวังก์ เพราะที่ผ่านมาเป็นเวลาหลายปี ที่กลุ่มผู้ใช้น้ำประปาฯดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคหรือน้ำใช้ในครัวเรือน และน้ำใช้เพื่อการเกษตรมาแล้ว และมีการบริหารจัดการโดยชุมชนเกิดการยอมรับ ดูได้จากสมาชิกในตำบลพนมวังก์เพิ่มขึ้นทุกปี
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เราดำเนินการมาแล้ว 2 น้ำ คือ น้ำใช้ในครัวเรือน และน้ำใช้เพื่อการเกษตร ซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะพัฒนาน้ำที่ 3 คือ น้ำบริโภค(น้ำดื่ม) จึงมี “โครงการพัฒนาสามน้ำ” เป็นแผนพัฒนาตำบล จากการพัฒนาและขยายผลการดำเนินงานเรื่องน้ำที่ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาบ้านสี่แยกไสยวนได้ทำมาก่อนแล้วนั้น ในปีนี้ภายใต้ข้อตกร่วมของสภาองค์กรชุมชนตำบลพนมวังก์ ได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชน ระยะ 3 ปี มีวิสัยทัศน์ “พนมวังก์ เป็นตำบลเกษตรกรรมยังยืน ก้าวหน้าทางสุขภาพของประชาชน” เน้นการพัฒนาให้องค์กรเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ เกิดการเรียนรู้ในทุกมิติ โดยการร่วมกับเครือข่ายชุมชน ผู้รู้ ผู้นำตามธรรมชาติ รวมถึงหน่วยงานต่างๆในพื้นที่
สภาองค์กรชุมชนตำบลพนมวังเล็งเห็นถึงความสำคัญของปากท้องพี่น้องในตำบล ให้ชุมชนอยู่อยู่ดีกินดีและมีความสุข จึงได้มีการระดมความคิดของคนในตำบล สู่การจัดทำแผนพัฒนาตำบล ระยะ3ปี (ตั้งแต่ปี 2560 –2563) มีแผนดำเนินการ 7 ประเด็น ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การจัดการน้ำ 3 น้ำ คือ การสร้างน้ำสะอาด(น้ำดื่ม) 100 แห่งภายในสามปี มีคณะกรรมการบริหารจัดการ มีอุปกรณ์เครื่องทำกรองน้ำ จำนวน 90 ชุด เพื่อใช้ในการสาธิต และนำไปใช้ประโยชน์ สร้างฝายดิน/ฝายไม้ในพื้นที่ ให้ได้ 6 แห่ง และมีการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว /พืชสมุนไพร หรือการใช้น้ำในครัวเรือน ใช้น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำดื่น นั้นเอง
ปัจจุบัน เรื่องน้ำ ไม่ได้มีปัญหาสำหรับชาวตำบลพนมวังก์อีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มจากอาชีพหลักคือเกษตรกรรม การทำนาข้าว สามารถผลิตได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต น้ำใช้ก็มีเพียงพอหล่อเลี้ยงคนในตำบลโดยชุมชนบริหารจัดการเอง ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าน้ำดื่ม แถมดื่มน้ำบริสุทธิ์จากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์พนมวังก์ จึงได้ชื่อว่าเป็นตำบลที่ไม่แล้งน้ำ เพราะตำบลพนมวังก์ มีสามน้ำ อีกทั้งยังมีน้ำใจให้แก่กันอีกด้วย






