วันนี้ (29 เมษายน) เวลา 9.00 น. นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น นายสมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักการระบายน้ำ ผู้อำนวยการเขตบางเขน ฯลฯ ได้เดินทางมาที่ชุมชนร้อยกรอง เขตบางเขน เพื่อร่วมงาน “รื้อบ้าน สร้างเขื่อน สร้างชุมชนให้คนคลอง” โดยมีชาวบ้านและผู้เข้าร่วมงานจากเครือข่ายต่างๆ ประมาณ 100 คน โดยในงานวันนี้จะมีการรื้อย้ายบ้านเฟสแรกจำนวน 8 หลัง จากทั้งหมด 147 หลังคาเรือน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ กทม.และบริษัทรับเหมาก่อสร้างเขื่อนเข้าไปตอกเสาเข็ม และหลังจากนั้นจึงจะเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่
นางเรียม ดวงกระโทก ประธานกลุ่มออมทรัพย์ที่อยู่อาศัยชุมชนร้อยกรอง กล่าวว่า ชุมชนอาศัยอยู่ริมคลองบางบัว (คลองลาดพร้าว) มานานกว่า 40 ปี มีบ้านเรือนทั้งหมด 147 หลัง ขณะนี้มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการจำนวน 129 หลัง ส่วนที่เหลือเป็นหอพักและชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมจำนวน 18 หลัง โดยในวันนี้จะมีการรื้อย้ายบ้านจำนวน 8 หลังออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อน หลังจากนั้นจะทยอยรื้อย้ายเพื่อให้ กทม.เข้ามาสร้างเขื่อน ส่วนการก่อสร้างบ้านได้รับงบประมาณสนับสนุนและสินเชื่อจาก พอช.เฟสแรก จำนวน 64 หลัง
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อระบายน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อว่า เป้าหมายของกรุงเทพมหานครมีความต้องการที่จะตอกเข็มจำนวน 60,000 ต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560 นี้ ขณะนี้สามารถตอกเสาเข็มได้แล้วจำนวน 9,000 ต้น ส่วนชุมชนที่มีการรุกล้ำลงไปในคลอง จากตัวเลขล่าสุดขณะนี้มีอยู่ประมาณ 3,000 หลังคาเรือน ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตนได้เชิญผู้อำนวยการเขตทั้ง 8 เขตมาพูดคุยแล้ว โดยสรุปว่า ประมาณ 90% ในจำนวน 3,000 หลังคาเรือน ประชาชนมีความตั้งใจและยินยอมที่จะให้รื้อถอนบ้านที่อยู่ในคลองตามโครงการดังกล่าว หลังจากนั้นก็จะพยายามพูดคุยกับชาวบ้านที่เหลืออยู่อีก 10% ให้มีความร่วมมือในการพัฒนาริมคลองลาดพร้าวต่อไป
“ในขณะนี้กรุงเทพมหานครยังไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมายกับประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วม เพราะเนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ ผมก็ขอวิงวอนว่า ประชาชนอีกประมาณ 10% ที่อยู่ริมคลองลาดพร้าวขอให้เห็นกับประโยชน์ของท่านเองและประโยชน์ส่วนใหญ่ของชุมชนและประเทศชาติ ขอให้มาร่วมกิจกรรมด้วยกัน เราเน้นย้ำว่าจะไม่พยายามใช้กฎหมาย แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วมาตรการทางกฎหมายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กรุงเทพมหานครจะพิจารณาขึ้นมาดำเนินการต่อไป” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว
“กระทรวงพัฒนาการสังคมฯ โดยท่านรัฐมนตรี พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านมีความห่วงใยจึงบอกให้พวกเรามาช่วยตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจชาวบ้านที่กำลังสร้างบ้านมั่นคง ซึ่งภายในสิ้นปี 2560 นี้ จะสร้างเสร็จประมาณ 3,672 หลังคาเรือน ตอนนี้เราสร้างไปได้ 926 หลังคาเรือน แล้วจะคืบหน้าไปเรื่อยๆ กันยายนนี้จะได้ 2,025 ครอบครัว แต่ทั้งหลายทั้งปวงเราต้องมีแผนที่จะร่วมมือกับ กทม.ในการตอกเสาเข็ม เพราะถ้าสร้างบ้านแล้วมาตอกเสาเข็มทีหลัง จะทำให้บ้านร้าวได้ ซึ่งเราก็ต้องสานสัมพันธ์กับ กทม.ด้วย ตอนนี้มีแผนเรียบแล้ว คือ รื้อบ้าน ตอกเสาเข็ม แล้วสร้างบ้าน โดยระหว่างการก่อสร้างบ้านใหม่ พี่น้องก็จะได้ค่าเช่าบ้านจาก พอช. เดือนละ 3,000 บาท 6 เดือน รวมแล้ว 18,000 บาท เมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาอยู่ใหม่” ปลัดกระทรวง พม.กล่าว
ในช่วงบ่ายนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้บริหาร พอช. โดยนางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก รองผู้อำนวยการ ได้เดินทางไปที่ชุมชนหลังโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น เขตห้วยขวาง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่ โดยชุมชนได้รื้อบ้านเฟสแรกไปแล้วและกำลังก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 20 หลัง จากจำนวนทั้งหมด 85 หลัง เป็นบ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างงานวางฐานรากบ้าน ตามแผนงานจะก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปี 2560 นี้
อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างบ้านเฟสแรกในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมามีอุปสรรคความล่าช้า เนื่องจากเจ้าของบ้านรายหนึ่งซึ่งไม่เข้าร่วมโครงการและไม่ยอมรื้อย้ายบ้าน จึงทำให้การก่อสร้างติดปัญหาบ้านที่ไม่ยังไม่รื้อ นายไมตรีจึงนัดหมายเจ้าของบ้านเพื่อให้มาเจรจาพูดคุยในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมภายในชุมชน จนท้ายที่สุดเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้ลงชื่อยินยอมให้มีการรื้อบ้าน และมีการรื้อบ้านในเวลาต่อมา ทำให้ชาวชุมชนหลายสิบคนที่มาร่วมฟังผลต่างปรบมือแสดงความดีใจที่จะเดินหน้าก่อสร้างบ้านต่อไปได้
งานสื่อสารองค์กรพอช. รายงาน





