ชุมชนสะพานไม้ 2 เขตหลักสี่ / สิระ เจนจาคะ ร่วมมือ กทม.- พอช.นำสมาชิกกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลองเข้ารื้อบ้านสมาชิกที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม. 1 หลัง ก่อนนัดประชุมสมาชิกกว่า 900 ครัวเรือนเพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจการเข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนคนริมคลองในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ขณะที่รักษาการ ผอ.พอช.ชี้เป็นนิมิตหมายอันดีที่ประชาชนริมคลองทุกกลุ่มจะพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกัน
กลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง ซึ่งมีนายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีสมาชิกเป็นชาวชุมชนคนริมคลองประมาณ 900 ครัวเรือนเศษ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวเขตบางเขน หลักสี่ ดอนเมือง สายไหม ฯลฯ รวมประมาณ 16 ชุมชน ซึ่งแต่เดิมปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองที่ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นั้น แต่ในภายหลังได้มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจ โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม เช่น คสช. ตำรวจ และเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายสิระและสมาชิกบางส่วนได้เข้าพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยยืนยันว่ากลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลองพร้อมที่จะเข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวทางของรัฐบาล
ล่าสุดวันนี้ (2 พฤษภาคม) เวลา 9.00 น. นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายสิระ เจนจาคะ ประธานกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลองพร้อมสมาชิก ได้เดินทางมาที่ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (สะพานไม้ 2) เขตหลักสี่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้รื้อถอนบ้านเรือนของสมาชิกกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลองจำนวน 1 หลังที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม. โดยมีนายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ นำเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตและทหารประมาณ 30 เข้าร่วมรื้อถอนบ้าน
นายสิระ เจนจาคะ ประธานกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง กล่าวว่า การเข้าพบกับรัฐมนตรีกระทรวง พม.เมื่อวานนี้ได้ข้อสรุป คือ ให้มีการตั้งคณะทำงานทุกภาคส่วนเพื่อทำงานร่วมกัน เป้าหมายคือต้องเอาคนในคลองขึ้นมาเพื่อทำแนวเขื่อนได้หมด นอกจากนี้ตนได้ยื่นข้อเสนอไป 3 ข้อ ข้อแรก คือการหาที่อยู่ใหม่ให้กับชาวชุมชนคนริมคลอง ข้อที่สอง จะขอเงินเยียวยาชดเชยสำหรับสมาชิกกลุ่มที่ไม่เข้าร่วมโครงการ โดยเสนอรัฐมนตรีเพื่อนำเข้าสู่ ครม. และข้อที่สาม จะคุยกับคนในพื้นที่เพื่อให้เสียสละ หากชุมชนใดมีพื้นที่ว่างก็จะให้คนที่ปลูกบ้านในคลอง ซึ่งเป็นญาติเป็นเพื่อนบ้านได้ขึ้นมาปลูกบ้าน เพื่อเปิดทางให้สร้างเขื่อนได้
“ผมรับปากกับท่านรัฐมนตรีว่า ภายใน 90 วัน ในเขตหลักสี่จะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่อยู่ในแนวเขื่อน เพื่อให้ตอกเสาเข็มได้ทั้งหมด ส่วนการหาที่ดินใหม่มารองรับ ตัวแทนสมาชิกกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลองได้ไปดูที่ดินที่บึงนายพล เขตมีนบุรีแล้ว และมีความพอใจ แต่ที่ดินสามารถรองรับสมาชิกได้ประมาณ 160 ครัวเรือน ซึ่งยังไม่พอ เพราะสมาชิกกลุ่มมีอยู่ประมาณ 923 ครัวเรือน ดังนั้นจะต้องมีการจัดหาที่ดินเพิ่ม โดยในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมสมาชิก เพื่อชี้แจงแนวทางในการจัดหาที่อยู่อาศัยร่วมกัน ส่วนข้อเสนอเรื่องเงินชดเลยและเงินเยียวยา รัฐมนตรียังไม่รับปาก เพราะจะต้องนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี” นายสิระกล่าว
นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในการสร้างเขื่อน โดยแนวเขื่อนในคลองลาดพร้าวมีความกว้าง 38 เมตร ขณะนี้เขื่อนได้สร้างบางส่วนแล้ว แต่ในเขตหลักสี่มีเกี่ยวข้องอยู่ 4 ชุมชน ระยะทางสร้างเขื่อนประมาณ 4 กิโลเมตร โดยเฉพาะชุมชนสะพานไม้ 2 แห่งนี้ แนวเขื่อนมีความเกือบ 1 กิโลเมตร
ส่วนความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงชุมชนสะพานไม้ 2 ที่ พอช.ดำเนินการทั้งหมด 206 หลัง ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้เหลือเพียง 11 ครัวเรือนที่ยังไม่เข้าร่วม ซึ่งหากพี่น้องเปลี่ยนใจเข้าร่วมก็จะทำให้โครงการคืบหน้ามากว่านี้ โดยทางสำนักงานเขตหลักสี่พร้อมที่จะช่วยเหลือ โดยส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมรื้อย้ายบ้าน ใช้เรือขนย้ายบ้านที่รื้อแล้ว เพราะทางเดินในชุมชนมีความคับแคบ
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผอ.พอช. กล่าวว่า การเข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยของกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลองที่มีสมาชิกเกือบ 1,000 ครัวเรือน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนริมคลองทุกกลุ่มจะมาร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีกลุ่มสถาบันการจัดการที่ดินชุมชนแนวใหม่ 5 ภาค หรือ สกทช.ที่มีสมาชิกประมาณ 1,500 ครัวเรือนได้เข้าร่วมโครงการแล้ว ขณะนี้กำลังรื้อย้ายและก่อสร้างบ้าน เช่น ที่ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร
ดังนั้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อที่มีทุกฝ่ายเข้าร่วมจะเป็นไปตามเป้าหมายในปี 2560 คือ 3,672 ครัวเรือน โดยขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 9 ชุมชน จำนวน 738 ครัวเรือน ส่วนการก่อสร้างบ้านที่ชุมชนสะพานไม้ 2 ขณะนี้สร้างไปแล้วประมาณ 150 หลัง และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งชุมชนภายในปลายปีนี้เช่นกัน
“สำหรับการเข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยของกลุ่มต่างๆ นั้น จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามเงื่อนไขของ พอช. โดยแต่ละชุมชนจะต้องรวมตัวกันเป็นสหกรณ์ แล้วเสนอโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเข้ามาที่ พอช. เพื่อให้คณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองพิจารณาอนุมัติโครงการ” นายสมชาติกล่าว
งานสื่อสารองค์กร พอช. รายงาน





