playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

18318143 10209370381515917 1340584102 o
ขอนแก่น/ 5 พฤษภาคม 2560 นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พอช. บรรยายหัวข้อ “ความสำคัญเรื่องกองทุนชุมชน และแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนในอนาคต” ในการ สัมมนาทบทวนการบริหารจัดการกองทุนเมือง/กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ที่จัดโดยสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ณ สถาบันพัฒนาเครดิตยูเนี่ยน จ.ขอนแก่น เพื่อสรุปบทเรียน กองทุนเมือง และกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ทบทวนเกณฑ์การช่วยเหลือ และระบบการบริหารจัดการกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน รวมทั้งกำหนดทิศทาง แนวทางพัฒนากองทุนเมือง และกองทุนรักษาดินรักษาบ้านในอนาคต โดยมี ตัวแทนกองทุนเมือง 35 เมือง สอช.ภาคอีสาน ภาคีท้องถิ่น นักวิชาการ อนุกรรมการภาคอีสาน และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมประชุมประมาณ 160 คน

นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พอช. กล่าวว่า การทำงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเริ่มมาตั้งแต่สมัยของ พชม.เมื่อประมาณปี 2535 ต่อเนื่องมาจนถึงช่วง บ้านมั่นคงในปี 2546 ผ่านมาหลาย10 ปี มีเรื่องน่าภูมิใจ 300 กว่าเมืองได้รับการอนุมัติแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย เฉพาะที่อีสานมี 80 กว่าเมือง แต่มีกองทุนเมืองในปัจจุบันทั้งประเทศเพียง 8 เมือง เป็นการปฏิรูปที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของเงิน เป็นเจ้าของโครงการต่างจากโครงการอื่นๆ ในโลกนี้

ที่สำคัญชาวบ้านมาช่วยกันสร้างกองทุน จากระดับชุมชน สู่ระดับเมือง จนถึงระดับชาติ การสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคง การสนับสนุนเงินจะผ่านมาที่กลุ่มชาวบ้าน กลุ่มชาวบ้านเป็นผู้พัฒนาโครงการ โครงการเป็นของ ชาวบ้านที่คิดเอง ชาวบ้านเป็นเจ้าของเอง ทำงานเอง ทั้งบ้านมั่นคง และเรื่องกองทุน

พี่น้องเหมือนจับปูใส่กระด้ง มีเสียงบ่นจากที่เราทำงานกันเอง การบริหารทำงานร่วมกับชาวบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก และมีแต่ชาวบ้านกันเองที่จะทำได้ทั่วถึง เพราะรู้จักคนในชุมชน รู้ว่าใครเป็นอย่างไร นิสัยใจคอเป็นอย่างไร คนอื่นไม่มีทางรู้ แต่คนในชุมชนรู้หมด เป็นพลังที่เราเข้าใจกัน เป็นพลังในการแก้ปัญหา ถึงต้องมีการทำการออมทรัพย์สร้างกองทุน ถ้าเราไม่มีทุนเราจะสู้เขาไม่ได้ ในโลกทุนนิยมเมื่อรวมกัน เงินเป็นแสนเป็นล้านก็มี เมื่อมีเงินก็สามารถจะไปต่อรองกับเขาได้ ถ้าลำพังชุมชนเดี่ยวๆ ไม่มีพลัง เราต้องรวมกลุ่ม ชวนทุกคนเข้ามาในกลุ่ม รวมเงิน บริหารจัดการเงิน ซึ่งเป็นเงินที่เอื้ออารีย์ ไม่ขูดรีดใคร ไม่ใช่ลงเงินเพื่อให้ตนเองรวยขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา เมื่อระบบนี้ไม่ถูกต้อง กองทุนของชาวบ้านก็ไม่เป็นอย่างนั้น

“เป็นการออมเงินแบบเอื้ออาทร แบ่งปัน ให้ชาวบ้านเข้ามาสู่กระบวนการ เมื่อคนจนยึดโยงกับระบบ มีทุนกองกลาง ระบบเราก็จะเป็นระบบแนวใหม่ ไม่เหมือนระบบการเงินข้างนอก ของเราอยากแบ่งปันประโยชน์ให้กับพี่น้อง เป็นปรัชญาของระบบการเงินที่มีความเป็นมนุษย์ เอื้ออารีย์ แบ่งปัน เงินออมคนละนิดคนหน่อย เราสามารถทำได้” กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พอช. กล่าว

คนจนเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ บางวันมี บางวันไม่มี แต่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ สามารถส่งลูกเรียน มีข้าวกิน แต่ในความจนเรากลับรวยความสามารถ รู้จักการผ่อนสั้นผ่อนยาว ช่วยเหลือกัน เราทำกองทุนเราต้องนำวัฒนธรรมเข้ามาสู่ในระบบ ซึ่งในโลกทุนนิยมไม่มี เราต้องสร้างทุน ถ้าต่างคนต่างไปเจ๊งแน่ แต่ถ้าเป็นกลุ่มสู้ได้ เป็นกลุ่มเงินจะมากขึ้น สามารถสร้างบ้านได้ เงินก้อนหมายถึงมีกำลังคน ร่วมกันทำงาน มีพลังต่อรอง มีระบบที่สร้างขึ้นเองเหมือนคณะรัฐบาลเล็กๆ ในชุมชน เราไม่ต้องขึ้นกับรัฐอย่างเดียว แต่เราสร้างเราจัดการเราสร้างเงื่อนไขเอง

วันนี้การรวมกลุ่มไม่มีทุนร่วม เป็นการรวมกลุ่มในกล่องเปล่า มันไม่หนักแน่น ต้องไปขอให้เขาช่วย แต่ถ้ามีทุนของเราเอง เราอยากจะเริ่มทำอย่างนี้ ให้ภาคีมาร่วมทำกันหน่อยได้ไหม การต่อรองของเราก็จะดีขึ้น นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ใหญ่ขึ้น ก็คือที่อยู่อาศัย บ้านเมืองเราลงทุนทุกวัน งบหลายแสนล้านๆ อยากพัฒนาบ้านเมือง 4.0 แต่ถามว่ามาลงที่บ้านเราไหม ถึงไม่โดยตรงก็โดยอ้อม ถ้าเราไม่ขยับตัว เราก็จะถูกเขาแซะออกไป จังหวะนี้ พอช.มีโครงการ เราไม่เปลี่ยนแปลงมันซะเลย มีเงินสนับสนุนให้กู้ยืม ถ้าไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน

เรารวมกลุ่มสร้างกองทุนแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง เมื่อที่อยู่ไม่มั่นคงชีวิตก็ไม่มั่นคง ที่สำคัญในประเทศไทย เริ่มบ้านมั่นคงเมื่อประมาณปี 2546-2547 วันนี้มีการดำเนินการไปแล้ว 1,000 กว่าโครงการ ที่เป็นคนจนเหมือนกับเราทั้งนั้น แต่เขาลุกขึ้นมากัดฟันต่อสู้ ต่อรองที่ดิน ประสานหน่วยงาน เราก็สามารถแก้ได้ ที่อื่นก็สามารถแก้ได้ แต่ต่อไปควรจะทำกันทั้งเมือง ถ้าเราไม่มีทุน เราต้องจ่ายเป็นก้อน แต่บ้านมั่นคงจ่ายคืน 15 ปี ผ่อนชำระไม่เกิน 2,500 บาท ถูกกว่าค่าเช่าห้อง เราเป็นไทสร้างชุมชนใหม่ขึ้นมา ชวนเพื่อนในชุมชนช่วยกันสร้างระบบใหม่ขึ้นมา ช่วยกันดูแลผู้สูงอายุ การสนับสนุนอาชีพ สวัสดิการ ฯลฯ

ต่างจากบ้านจัดสรร ที่ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีความเป็นชุมชน แต่บ้านมั่นคงที่เราช่วยกันทำมี เราเอารากฐานของชุมชนมาจัดใหม่ มีพี่มีน้อง มีวัฒนธรรม มีผู้เฒ่าผู้แก่ มีความรุ่มรวยเยอะมาก เราต้องสร้างกองทุน สร้างบ้าน สร้างระบบการทำงานร่วมกับท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมา 5-6 ปี การทำงานเมือง ผ่อนลงไปมาก กองทุนปัจจุบันในชุมชนมีหลายกองทุน แต่อันนี้เป็นกองทุนเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย เราต้องออมสม่ำเสมอ กองทุนเมืองเริ่มเมือ 7-8 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนที่มีต่างคนต่างไป ขึ้นอยู่กับผู้นำ บางกลุ่มก็แตกกันก็ดี จึงมีความคิดที่จะโยงขึ้นมา จากกองทุนชุมชน เป็นกองทุนเมือง ที่จะดูแลกันและกัน ใครมีปัญหาช่วยกันแก้ เพื่อให้เรื่องเงินโปร่งใส สะอาด เพราะเมื่อมีจุดเน่าจุดเดียวก็เสียไปทั้งหมด

เราต้องมีกองทุนเมือง กองทุนชุมชน แล้วเชื่อมโยงคอยช่วยเหลือกัน ถ้าอยู่โดดเดียวอันตราย บางที่ผู้นำคิดว่าเป็นเจ้าของเงิน แต่เงินกองทุนเป็นเรื่องของสาธารณะ เป็นเงินกลุ่ม เป็นเงินของคนจน ไม่ใช่ของใคร ถ้าหากกลุ่มออมทรัพย์เดียวไม่สัมพันธ์ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาตามมาก็มี 

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พอช. กล่าวต่อว่า กองทุนเมือง ขณะนี้มีเกิดขึ้นใน 8 เมือง เป็นโครงการที่ พอช.มาหนุนเสริมในการสนับสนุนเงินทุนประเดิม กับการตั้งกองทุน 2 หมื่นบาท เป็นทุนพื้นฐาน และเป็นทุนในการบริหารจัดการและเริ่มการออมทรัพย์ รักษาดินรักษาบ้าน และสวัสดิการ ซึ่งแตกต่างกัน สวัสดิการเป็นเรื่องการดูแลเกิดแก่เจ็บตาย ที่รัฐบาลเข้ามาสมทบ ที่จะเกี่ยวกับบ้านมั่นคงก็คือกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน

วันนี้ไม่คุยในเชิงหลักการ เข้าใจปัญหาร่วมกันแล้ว ต้องจัดการใหม่ให้ดีขึ้น ในระบบร่วมที่จะเกิดขึ้น ต่างจากกองทุนสวัสดิการที่เกิดขึ้นมาเพื่อรักษาที่อยู่อาศัย ของคนที่ปากกัดตีนถีบ หวังรักษาให้บ้านคงอยู่ เป็นการค้ำประกันคนเสียชีวิต หรือได้รับภัยพิบัติ เป็นความภาคภูมิใจที่เป็นการคิดค้นใหม่ ในโครงการที่อยู่อาศัยจริงนั้นยากมากกว่าจะได้บ้าน ประเทศอื่นไม่มีแบบการอุดหนุนแบบที่เราทำ เราใช้เงินให้ชาวบ้านสร้างเอง

กองทุนเมืองก็เป็นอีกเรื่องที่ภูมิใจ ปัญหาคือไม่ใช่ว่าได้ที่อยู่แล้วปัญหาจะจบ อย่างภัยพิบัติ เจ็บ ตาย คนที่เป็นคนหลักทำมาหากินในครอบครัวเสียชีวิต บ้านที่ส่งมาเขาขาดรายได้ที่จะส่ง  เราจะปล่อยให้เขาเสียบ้านไปหรือไม่ คล้ายๆ การประกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ถ้าผู้นำครอบครัวเป็นอะไรไปบ้านจะไม่ถูกยึด นี่คือกองทุนรักษาบ้านรักษาดิน

พอช.สนับสนุนเงินมาเป็นกองกลาง 20 ล้านบาท พี่น้องช่วยสมทบ 200 บาท ต่อครอบครัว ไว้ที่เมือง 100 ไว้ที่ส่วนกลาง 100 หลายปีที่ผ่านมามีคนเจ็บ ตาย จำนวนไม่น้อย มีจำนวน 2,000 กว่ารายยังสามารถรักษาบ้านไว้ได้จากการมีกองทุนนี้ แม้วันนี้ข้ออ่อนอยู่ที่ส่วนกลาง กว่าจะประชุมตัดสินใจก็ช้า ต่อไปเราต้องมาทำที่เมืองให้มากขึ้น ใน 2,000 ราย เมื่อเสนอมาที่กองกลางก็ให้การช่วยเหลือ แต่เงินที่เหลืออีก 100 ที่เมืองเราจะทำอย่างไร

เราต้องให้การตัดสินใจมาอยู่ใกล้ที่เมืองมากขึ้น ที่ผ่านมาเชื่องช้าไม่ทันการณ์ งานของชุมชนต้องมีประสิทธิภาพ เราเป็นคนทำต้องทำให้ดีกว่าคนอื่น เร็ว ถูกต้อง ถึงมือ ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือแบบสงเคราะห์ แต่เป็นแบบพี่แบบน้อง ที่ต้องมีความพร้อมและรวดเร็ว สร้างรูปธรรมของกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ฟื้นระบบออมทรัพย์ของขบวนเมือง

เพราะการออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ไม่ใช่รอของรัฐอย่างเดียว การเงินจะมีความหมายต้องมาจากพี่น้องเราด้วย อีกทั้งยังเป็นการ “ออมคน ออมเงิน ความรู้ ความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์ ออมความเข้มแข็ง” ทำเรื่องออมทรัพย์ให้เป็นเรื่องพื้นฐานเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ชุมชน หารือช่วยกันคิดช่วยกันทำ ให้กว้างขวาง ทั้งชุมชน ทั้งเมือง ทำให้มีระบบ ระเบียบ มีมาตรฐานขององค์กรการเงิน

ชักชวนพี่น้องว่าเราจะตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของคนจนเต็มพื้นที่ จะมีกระบวนการวิธีการอย่างไร จะเชื่อมโยงกันเป็นเมืองหรือไม่ ค่อยๆ ทำให้เกิดการเชื่อมโยง จัดกิจกรรมมาศึกษาดูงานที่เมืองชุมแพ ทำแบบไม่ใช้เงินมาก พี่น้องที่ตื่นแล้ว ต้องทำให้พี่น้องที่ยังหลับอยู่ตื่นขึ้นมา เริ่มจากการออมทรัพย์ บ้านมั่นคงเป็นของทุกคน ที่เริ่มจากการออมทรัพย์

และบ้านมั่นคงทุกเมือง ต้องตั้งคณะทำงานเมือง ชวนเทศบาล ชวนนักวิชาการ ชวนพระ เอ็นจีโอ ให้ท้องถิ่นตั้งกรรมการเมือง เราจะช่วยกันแก้ปัญหาความไม่ถูกต้องในแต่ละชุมชนและจะทำให้เกิดบ้านมั่นคงอย่างไร เราจะใช้เงินบ้านมั่นคงมาทำบ้านที่สวย เป็นชุมชน และคนจนมีศักดิ์ศรี คนจนควรมีการออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย จะเป็นการออมรายวัน อาทิตย์ เดือนก็ได้ แต่ต้องออมให้มากที่สุด เมื่อจะทำที่อยู่อาศัยค่อยมาดูเรื่อง 10 เปอร์เซ็น ที่เป็นเงื่อนไขของ พอช.

พี่น้องต้องจัดระบบออมทรัพย์ มีข้อมูล วางแผน ร่วมทำงานกับเทศบาล เพราะการพิจารณาโครงการต่อไปเราจะดูว่าผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเมือง ที่มีองค์ประกอบจากหลายภาคส่วนเป็นองค์ประกอบด้วย บ้านมั่นคง กองทุนเมือง ออมทรัพย์ชุมชน ต้องทำไปพร้อมกัน เพราะมีกองทุนเมืองที่ชุมแพจึงสามารถทำบ้านมั่นคงได้ทั้งเมือง กล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ เห็นโอกาสความเป็นไปได้ เราต้องทำให้ระบบการเงินเข้มแข็ง ต้องเข้มแข็งตั้งแต่ฐานราก คนจนต้องช่วยตนเอง เอาพลังตรงจุดนี้ มาช่วยกันคิด

การปฏิรูปกองทุนชุมชน ต้องลงไปถึงกลุ่มองค์กรชุมชน เป็นระบบการเงินชุมชนในแต่ละเมือง แต่การปฏิรูปนี้จะทำอย่างไรเราที่เป็นผู้นำของกลุ่มย่อย ต่อไปควรมีผู้ประสานงานอย่างน้อย 2 คน สลับสับเปลี่ยนกัน และเปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนรู้เห็น ตั้งแต่ชุมชน เมือง ที่รับสมาชิกแต่ละเมืองต้องคุยกันก่อน วันนี้เรื่องกองทุนรักษาดินรักษาบ้านต้องมีโฉมใหม่แน่นอน เมื่อมีคนเสียชีวิต เงินช่วยเหลือจะไปถึงมืออย่างรวดเร็วแน่นอน ถ้าชาวบ้านไม่ตั้งขบวนขึ้นมาจะเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ชุมชนต้องลุกขึ้นมาจัดระบบการบริหารจัดการด้วยตนเอง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พอช.กล่าวในตอนท้าย 

 

18318019 10209370381435915 1195341105 o

18318093 10209370381595919 2000704733 o

18339132 10209370381555918 1213624706 o

18339729 10209370383875976 119250762 o

    

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter