พอช. ภาคกลาง-ตะวันตก เร่งประสานภาคีร่วมพัฒนาพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี เตรียมเปิดแนวรุกกับแผนปฏิบัติการเชิงลึก แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ให้ผู้เดือดร้อน 486 ครัวเรือน
ตามนโยบายแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สงวนหวงห้ามของรัฐ การไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2557 และ คทช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) เพื่อสำรวจจัดทำข้อมูลที่ดินดำเนินการคัดกรองเกษตรกร จัดตั้งกลุ่มหรือสถาบันเกษตรกร ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และจัดที่ดินให้ผู้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด ภายใต้นโยบายดังกล่าว คทช.จังหวัดอุทัยธานี ได้รับมอบพื้นที่สวนป่าห้วยระบำ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เนื้อที่ประมาณ 3,239-2-39 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงว่างที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(ออป.) เคยใช้ประโยชน์และหมดสัญญาเช่าจาก สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มาดำเนินการจัดให้เกษตรกรในลักษณะแปลงรวม ไม่ให้กรรมสิทธิ์ บริหารจัดการที่ดินในรูปแบบสหกรณ์ “ สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำจำกัด

การขับเคลื่อนงานของ คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด อุทัยธานี (คทช.จ.อุทัยธานี ) ที่ผ่านมา มีดังนี้
1. การวางผังพื้นที่โครงการฯ พร้อมการจัดการที่ดินให้กับผู้เดือดร้อน ได้กำหนดพื้นที่โครงการออกเป็น 8 ชุมชน โดยมีการจัดพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัย เพื่อทำการเกษตร และพื้นที่กลางส่วนกลาง เพื่อกันเป็นพื้นที่สำหรับส่วนราชการ และ พื้นที่สาธารณูปโภค รวมเนื้อที่ประมาณ 866-1-52 ไร่
ข้อมูลเนื้อที่ที่ได้รับอนุญาตใช้ประโยชน์ พร้อมจำนวนครัวเรือน

2.การจัดที่ดินในโครงการให้กับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย โดย เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทุ่งแฝก ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จำนวน 18 ราย เนื้อที่ 256-0-00 ไร่ ,เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่วนอุทยานห้วยคต อำเภอห้วยคต จำนวน 126 ราย เนื้อที่ 2,143-0-00 ไร่ , เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี (ส.ป.ก.อุทัยธานี) ปี 2553-2558 จำนวน 9,218 ราย และดำเนินการจัดให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตำบลลานสักและตำบลระบำ ที่มีคุณสมบัติผ่านความเห็นชอบโดย คทช.จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 308 ราย
3.การจัดตั้งสหกรณ์และขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินจาก ส.ป.ก. โดยขอเว้นค่าเช่า 3 ปี ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรตามประเภทและคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการจัดที่ดิน ตามที่ คทช.กำหนดและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการจัดที่ดิน และเกษตรกรจำนวน 299 ราย รวมตัวจัดตั้งสถาบันเกษตรกร ในรูปสหกรณ์ โดยใช้ชื่อสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำที่ดินที่ได้มาไปบริหารจัดการให้สมาชิกใช้ประโยชน์ตามกฎหมายของ ส.ป.ก. และได้รับการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01 ส.) ให้แก่ ประธานสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด นายแสนสุข ป้องสนาม เมื่อในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 โดยมี ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานสักขีพยาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ)
4.ดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ แผนส่งเสริมการเกษตรและพัฒนาอาชีพ จำนวน 3 แผนงาน งบประมาณ 161.32 ล้านบาท (ได้รับแล้ว 66.57 ล้านบาท) ประกอบด้วย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาสถาบันของเกษตรกร
5.มีแผนงานบูรณาการด้านการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี ได้เสนอแผนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ คนพิการ และการพัฒนาเด็กปฐมวัย,โครงการขยายผลระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน (บ้านกลางของผู้สูงอายุ),
โครงการฝึกอาชีพสำหรับสตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในชุมชน, โครงการเสริมพลังภูมิปัญญาผู้สูงอายุและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุเพื่อเป็นต้นแบบทางสังคม, จัดระบบฐานข้อมูลทางสังคมของพื้นที่และ
แผนที่ข้อมูลการเฝ้าระวังทางสังคม
การดำเนินงานที่ผ่านมาพบปัญหาคือ ระบบสาธารณูปโภคยังไม่เรียบร้อย ชุมชนยังขาด น้ำ ไฟฟ้า จึงทำให้ไม่ยอมย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ถูกจัดสรร และปัญหาสำคัญคือ สมาชิกต้องการมีบ้านอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับมอบ แต่เนื่องด้วยรายได้น้อย ไม่เพียงพอในการตั้งบ้านเรือน จึงไม่ได้อพยพโยกย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( องค์การมหาชน ) ภายใต้การเคลื่อนงานของสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ซึ่งได้รับการประสานจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี จึงเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานด้านที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีองค์ประกอบทุกภาคส่วน ประกอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มผู้เดือดร้อน เพื่อขับเคลื่อนงานร่วมกัน
นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างผู้แทนชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และหน่วยงานภาคี เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี สำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัด ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการหนุนเสริมที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยมีการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพร้อมแลกเปลี่ยนความต้องการกับผู้เดือนร้อน นำทีมโดยคุณสมสุข บุญญะบัญชา คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คุณพรรณทิพย์ เพชรมาก รองผู้อำนวยการ ร่วมด้วยหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ประกอบด้วย สำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หน่วยงานสำคัญในจังหวัด และคณะอนุกรรมการภาคกลางและตะวันตก ผลการลงพื้นที่ดังกล่าว พบข้อเท็จจริงที่สามารถนำมาเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ ดังนี้
1.สภาพดินมีความเสื่อมโทรม เสื่อมสภาพ ต้องมีการฟื้นฟูดินก่อนการประกอบอาชีพ
2.อากาศร้อน และแห้งแล้ง ต้องปลูกพืชพรรณที่เข้ากับสภาพอากาศ
3.ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และประกอบอาชีพ
4.พื้นที่มีแดดจัดเหมาะแก่การทำพลังงานแสงอาทิตย์ โซล่าเซล
5.ชาวบ้าน ยังไม่มีการจัดระบบความสัมพันธ์ มาจากหลากหลายพื้นที่
6.ต้องส่งเสริมอุดมการณ์หลักคิดในการพึ่งพาตนเองของชาวบ้าน
7.การออกแบบบ้านควรเหมาะสมกับรายได้/อาชีพ/ขนาดครอบครัว/เข้ากับบริบทและสภาพอากาศในพื้นที่
8.การวางแผนการทำงานทุกด้าน ทุกเรื่อง และบูรณาการการทำงานกับภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำงานไปพร้อมกัน
9.สหกรณ์ยังไม่ได้ออมทรัพย์ที่คลอบคลุมทุกเรื่อง เช่น ออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย
10.การใช้ที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือเริ่มต้นในการทำงาน ต่อยอดสู่เรื่องอื่น ๆ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี
และเป็นผลสืบเนื่อง วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 สถาบันฯ และหน่วยงานภาคีในพื้นที่ ได้ร่วมกันหารือแนวทางการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตำบลระบำ ภายใต้ การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนในชนบท (โครงการบ้านมั่นคงชนบท) โดยมีหลักคิดสำคัญ ในการสร้างคน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกกระบวนการ เริ่มจากร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบ ทิศทางใหญ่ในการหนุนเสริม คือ “การพัฒนากระบวนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนระบำในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ ยกระดับความรู้ความสามารถของชาวบ้าน ให้มีทักษะ และลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ช่วยงานพัฒนาชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการออมทรัพย์ และการสร้างทุนภายในเพื่อความยั่งยืนในอนาคต เชื่อมโยงบูรณาการแผนงาน และงบประมาณในทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันพัฒนา สร้างกลไกเชื่อมโยงคณะทำงาน ทั้งในพื้นที่ และเครือข่ายองค์กรชุมชนในภาคส่วนต่าง ๆ และที่สำคัญต้องสร้างพื้นที่ต้นแบบระบำ Model นี้ เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ให้กับชุมชนในพื้นที่ เครือข่ายต่าง ๆ ” โดยทิศทางนี้ถูกกำหนดร่วมกันระหว่าง ชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และภาครัฐผู้ให้การหนุนเสริม ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานพัฒนาต่อไปในพื้นที่
นอกจากนี้ยังร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติการเชิงรุก ตามทิศทางการเคลื่อนงาน การพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตำบลระบำ (ระบำ Model) ตามแผนงานสำคัญ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตำบลระบำ เพื่อให้บรรลุตามแผนงานสำคัญ ในเดือนพฤษภาคมจึงกำหนดแผนปฏิบัติการเคลื่อนงาน ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2560 ปฏิบัติการ “จัดทำข้อมูลเชิงลึกระบำ Model” เป้าหมาย เพื่อจัดทำระบบข้อมูล และออกแบบบ้านอย่างมีส่วนร่วม
วัตถุประสงค์
1.เพื่อจับพิกัดข้อมูลครัวเรือน จำนวน 8 ชุมชน 486 ครัวเรือน
2.เพื่อเก็บข้อมูลและบันทึกข้อมูลในโปรแกรม Land DB
3.เพื่อออกแบบบ้านและวางแผนบริหารจัดการงานก่อสร้างบ้าน
4.เพื่อพัฒนาศักยภาพคน / ทีมงาน
5.เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงการทำงานสร้างเครือข่าย
กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 112 คน ประกอบด้วย ทีมงานพื้นที่ 8 ชุมชน เครือข่าย สอช.คทช. พอช.และหน่วยงาน/ภาคีในพื้นที่ ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นจากปฏิบัติการครั้งนี้ คือ ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นระบบ เกิดกระบวนการออกแบบบ้าน จำนวน 1 หลัง และการวางแผนงานก่อสร้างบ้านนำไปสู่การสร้างต้นแบบเพื่อเรียนรู้และพัฒนาคนในพื้นที่เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดทำข้อมูลและการออกแบบบ้าน รวมถึงเกิดการหนุนเสริมการทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
· วันที่ 25-30 พฤษภาคม2560 “ปฏิบัติการเชิงรุกสร้างพื้นที่รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย
และพัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนระบำ จังหวัดอุทัยธานี” (ระบำโมเดล) เป้าหมายเพื่อตอกย้ำแนวคิด ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ออกแบบบ้านทุกครัวเรือนวิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อตอกย้ำแนวคิด ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
2.เพื่อออกแบบบ้านอย่างมีส่วนร่วม และวางแผนงานก่อสร้าง ระบบการจัดการงานก่อสร้าง
3.เพื่อสร้างการเรียนรู้และปฏิบัติการสร้างบ้าน จำนวน 1 หลัง
4.เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติและเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 275 คน ประกอบด้วย ผู้เดือดร้อน คณะทำงานสหกรณ์ คณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ เครือข่ายที่ดิน เครือข่ายบ้านมั่นคง เครือข่ายขบวนจังหวัด
ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิด ผู้เดือดร้อน ภาคีพัฒนาเข้าใจแนวคิด ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต สามารถออกแบบบ้านได้ 210 ครัวเรือน สร้างบ้าน(ตัวอย่าง)จำนวน 1 หลัง และแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนระบบทุกมิติ เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานและการมีส่วนร่วมทุกระดับ
ทั้งนี้ การเปิดแนวรุกปฏิบัติการเชิงลึกนี้ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการสานพลังในการขับเคลื่อนงานทั้งประชาชนผู้เดือนร้อนเจ้าของปัญหา ภาคีภาครัฐที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญ หน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ภายใต้การเคลื่อนงานของสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ในความร่วม ที่เรียกว่า “พลังประชารัฐ” ทำให้การพัฒนานี้นำไปสู่ความยั่งยืน และชุมชนสามารถพัฒนาขึ้นมาจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญ “ระบำ Model” นี้จะเป็นพื้นที่สำคัญที่ให้บทเรียนกับพื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาด้านการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชนบทต่อไป

บทความโดย นารี วงศ์มานะกูล เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน/สดิ้งทิพย์





