playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

18452522 10209428475048219 405201643 o

มหาสารคาม/ 12 พฤษภาคม 2560 เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน ร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบล 3 จังหวัด มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ และสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. จัดเวที “สรุปบทเรียนคลัสเตอร์ข้าวอีสาน” ณ บ้านสวนซุมแซง ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อสรุปการดำเนินงานการทำเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2559 กำหนดทิศทางขยายผลการทำงานขับเคลื่อนเครือข่ายคลัสเตอร์ข้าวปี 2560 โดยมีตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เข้าร่วมประมาณ 40 คน 

สันติ แก้วพิมพ์ สภาฮักแพงจังหวัดมหาสารคาม ทบทวนเป้าหมายการดำเนินงานคลัสเตอร์ข้าวอีสาน นั้นก็คือกลุ่มสภาองค์กรชุมชนที่ทำงานในเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวแบบเดียวกัน มีทิศทางเป้าหมายคล้ายๆ กัน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 คลัสเตอร์ ที่ พอช. ได้ให้การสนับสนุนแบ่งคลัสเตอร์ออกเป็น 4 กลุ่ม วิสาหกิจชุมชน เกษตรอินทรีย์ สถาบันการเงิน และคลัสเตอร์ข้าว เมื่อปีงบประมาณ 2559 ให้กับสภาองค์กรชุมชนมาดำเนินการเรื่องการเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าว 20 ตำบล แบ่งเป็น มหาสารคาม 8 ตำบล ร้อยเอ็ด 5 ตำบล ชัยภูมิ 6 ตำบล และยโสธร 1 ตำบล 

ทำไมเราถึงต้องทำเรื่องข้าว เราดำเนินการเพื่อ 1) การพึ่งตนเองด้านเมล็ดพันธุ์ 2) สร้างเศรษฐกิจจากข้าว ณ ขณะนั้น สภาองค์กรชุมชนบางสภาฯ ดำเนินการเรื่องข้าวมาแล้ว แต่ก็มีบางแห่งเพิ่งเริ่มต้นขึ้น โดยการทำงานแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ การผลิตใช้เอง และการผลิตเพื่อจำหน่าย โดย พอช.ได้จับมือกับ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ที่ดำเนินการเรื่องเหล่านี้อยู่ ให้มาหนุนเสริมการทำงานช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับคลัสเตอร์ข้าวของสภาองค์กรชุมชน โดยมีหลักสูตรการพัฒนาเมล็ดข้าว จัดกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

เรืองเดช แก้วพิมพ์ การทำเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้เสนอโครงการเมื่อปี 2558 เพื่อใช้งบประมาณปี 2559 ที่เริ่มจากการประเมินการทำงานสภาองค์กรชุมชน แบ่งระดับความเข้มแข็ง ที่ต้องทบทวน และที่ต้องฟื้นฟู จัดกลุ่มที่มีความเหมือน เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือ หนุนเสริมกัน ณ ขณะนั้น ข้าวกินราคาตก ข้าวปลูกราคาคงที่ คนยังต้องซื้อข้าวกิน และยังคงซื้อพันธุ์ข้าวปลูกตามเดิม ไม่มีใครคิดเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จึงเป็นที่มาของการของการรวมกันใน 20 ตำบลเพื่อทำเรื่องนี้  

วันนี้เราจะมาทบทวน สรุปผลการดำเนินงานของ 3 จังหวัด ทบทวนเป้าหมายเดิม การดำเนินกิจกรรม ผลที่เกิดขึ้น เมล็ดพันธุ์ นักปรับปรุงพันธุ์ ความรู้เทคนิค ปัญหา รวมทั้งข้อเสนอต่อการทำงานคลัสเตอร์ข้าวต่อเนื่อง เป้าหมาย ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อให้ชุมชนมีเมล็ดพันธุ์ข้าวของตนเอง สร้างนักเทคนิคผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

สำลี สีมารักษ์ สภาองค์กรชุมชนตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เล่าให้ฟังว่า ที่จังหวัดมหาสารคาม มี 8 ตำบลที่ทำเรื่องนี้ โดยมีกระบวนการ เริ่มจากการประชุมระดับจังหวัด การอบรมให้ความรู้กับกลุ่มตำบล กำหนดแปลงรวมเพื่อการเรียนรู้ 8 ตำบล และระดับกลุ่มโซนมี 2 จุด โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ให้กับสมาชิก มีบางตำบลรับซื้อเมล็ดพันธุ์ อย่างที่หนองคูขาด

ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้น สำลี ระบุว่า เกิดการปรับเปลี่ยนการผลิตจากเดิมที่นา 1 ไร่ จะใช้ข้าวพันธุ์ 25 กิโลกรัม เปลี่ยนมาเป็น 1 กิโลกรัม ต่อไร่ 2) ลดต้นทุนการผลิตประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว 1 ไร่ 1 โล 3) มีหน่วยงานเข้ามาให้ความสนใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่าง อบต.ในพื้นที่ กองทุนฟื้นฟูฯ มีพี่น้องต่างจังหวัดมาศึกษาดูงาน วิทยาลัยเกษตร รวมทั้งคนในชุมชนให้ความสนใจ

แนวทางในปีนี้ มีเป้าหมายจะขยายสมาชิกให้เพิ่มขึ้น อย่างที่ตำบลเขื่อน ปีนี้แกนนำ 15 คน รวมกลุ่มกันเช่าที่นา 26 ไร่ ค่าเช่า 55,000 บาท โดยจะเชิญชวนแต่ละหมู่บ้านละ 4 คน มาเป็นสมาชิก และยังได้เชื่อมกับโรงเรียนให้ลูกหลานได้มาเรียนรู้พร้อม เป้าหมายปีนี้จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ขายในตำบล เพราะจากข้อมูลตัวเลขการลงทุนของคนในตำบลแต่ละปีมีค่าใช้จ่ายด้านเมล็ดพันธุ์กว่า 3 ล้านบาท  และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดรับรองมาตรฐาน และเชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชนอื่นๆ มาทำตลาดข้าวในการหนุนเสริมกัน

จากการดำเนินการของ 8 สภาองค์กรชุมชนจังหวัดมหาสารคาม สามารถมีเมล็ดพันธุ์สำหรับใช้ในครัวเรือน และขยายให้กับสมาชิก โดยพันธุ์ข้าวที่ทำมี 6 สายพันธุ์ กข.6 ธัญสิริน หอมนิล กข.105 ใบเตย และเหนียวมะลิ มีสมาชิกรวม 98 คน มีผู้ที่สามารถถ่ายทอดได้ 30 คน สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวรวมประมาณ 15,000 กิโลกรัม แต่ที่ผ่านมาตรฐานยังมีเพียง 1,800 กิโลกรัม สำลี กล่าว

เสริม วิเศษดอนหวาย สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองบัว อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาชาวบ้านอาศัยพันธุ์จากศูนย์ข้าวเป็นหลัก บางครั้งความต้องการเมล็ดพันธุ์มากก็มีการไปเอาข้าวจากฉางจากยุ้ง และเอาไปเป่าคัดเมล็ดแต่ก็ไม่ได้เมล็ดพันธุ์ที่ดี ชาวบ้านพึ่งพาภายนอกมากขึ้น สภาฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญ เพราะชาวบ้านต้องพึ่งพาพันธุ์ข้าวปีหนึ่งหลายแสนกิโลกรัมนี่เป็นภาพรวมของจังหวัดร้อยเอ็ด แต่สิ่งที่เราทำแรกๆ ชาวบ้านมองว่ามันเป็นเรื่องพิศดาร ที่เริ่มจากการแกะเมล็ด ดำนาต้นเดียว แต่การทำที่ผ่านมา ได้เมล็ดพันธุ์ดีแน่เพราะมาจากการปลูกข้าวต้นเดียว

จากกระบวนการลงแปลง ปลูกต้นเดียวแตกหลายต้น ที่หนองบัวมีชาวบ้านสนใจมากขึ้น จากที่มองว่าดำข้าวต้นเดียวเป็นบ้า แต่เมื่อผ่านมา 1 เดือน ข้าวเริ่มแตกกอหลังได้ฝน คนเริ่มมาดู ยิ่งเมื่อวันเก็บเกี่ยว มีคนผู้สนใจอยากมาช่วยเกี่ยวอยากมาดู หนองบัวเริ่ม 20 คน จากผู้ใหญ่บ้านทั้ง 20 หมู่ แต่สำเร็จเพียง 7 คน ส่วนที่เหลือหากล้าไม่ทัน คนที่ปลูกก็ได้ข้าวมาแจกจ่ายข้าวปลูกให้กับพี่น้อง ตอนนี้หนองบัว มีคนสนใจเข้ามามากขึ้น ขยายไปตำบลใกล้เคียง อบต.ก็ให้ความสนใจที่จะเข้ามาสนับสนุน ปีนี้มีคนสนใจมากขึ้น 30 คน หน่วยงานต้องเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านมีความเชื่อและมั่นใจเพิ่มขึ้น

นายอุทัย มะลิวัลย์ สภาองค์กรชุมชนตำบลศรีโคตร จังหวัดร้อยเอ็ด เล่าให้ฟังว่า มีการดำเนินการ 5 ตำบลทำเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว บทเรียนที่ผ่านมา กระบวนการทำมาดีแต่มาตกม้าตายตอนเอาไปตรวจคุณภาพ เพราะการใช้รถเกี่ยวข้าวที่ไม่ได้มีการแยกเกี่ยว ทำให้มีการปลอมปนเมล็ดพันธุ์ข้าว แรกๆ พี่น้องยังไม่ยอมรับ แต่หลังจากทำแล้วสำเร็จพี่น้องต่างก็สนใจมากขึ้น มีสมาชิก 10 คน ทำคนละ 1 ไร่ ผลผลิตอย่างนาตนเองได้ 1,200 กิโลกรัม

เป้าหมายก็เพื่อให้ชุมชนมีเมล็ดพันธุ์ได้ใช้ ผลิตพันธุ์ข้าวได้ เริ่มไม่มั่นใจ แต่ทำแล้วผู้นำสามารถแก้ปัญหาเรื่องข้าวได้ และมองเห็นทิศทางการพึ่งพาตนเองด้านเมล็ดพันธุ์ มีทุนความรู้ในการผลิต มีเมล็ดพันธุ์ของตนเอง สมาชิกให้ความสนใจเพิ่มขึ้น สามารถพัฒนานักผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ถ่ายทอดได้น่าจะประมาณ 30 คน อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในระดับเข้าใจพาพี่น้องทำได้ อีกส่วนคือได้ขายพันธุ์ข้าว ผลิตมะลิ 105 อย่างเดียว ผลผลิตรวม 6.8 ตัน

อารายา จันพุ่ม สภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง อำเภอโพนทอง จังหวัดชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่า ที่ชัยภูมิมีการทำใน 6 ตำบล ปลูกข้าวรวม 10 สายพันธุ์ มีการทำแปลงร่วม 1 ไร่ เพื่อการเรียนรู้ หลังจากที่ทำ ดำกลีบเดียว ดำพื้นที่แห้ง แต่มีการประชาสัมพันธ์ พี่น้องต่างก็เทียวไปดู ทำให้ชาวบ้านเชื่อมั่น ข้อจำกัดปีที่แล้วเราอบรมช้า พี่น้องหว่านกล้ากันไปแล้ว เลยเหลือแต่แปลงรวมแปลงเดียว ของต.โพนทอง สามารถผลผลิตข้าวพันธุ์ได้ 500 กิโลกรัม มีบางแปลงพี่น้องต่างเทียวไปเก็บในนาจนหมดก็มี และที่เป็นรูปธรรมมากก็คือ ลดรายจ่ายในการลงทุนปลูกข้าวได้อย่างชัดเจน หนึ่งไร่เราใช้เงินพียง 70 บาท กล้ามัดละ 5 บาท ใช้ 14 มัดต่อไร่ ค่าใช้จ่ายลดลงมาก            

6 ตำบลๆ ละ 10 คน รวม 60 คน แต่ทำไปก็ค่อยๆ ลดลง ไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกตำบลต้องการมีพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง ค้นหาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ อย่างที่โพนทอง มีข้อสรุปว่า ข้าวพันธุ์มะลิแดงน่าจะเหมาะสมกับพื้นที่  40 คน สามารถเป็นวิทยากรขยายความรู้ได้ 5 คน โดยในปี 2560 ตั้งใจจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น และจะเชื่อมโยงเครือข่ายให้มากขึ้น เพื่อให้มีพันธุ์ข้าวแท้ไว้ใช้เอง

สุเมธ ปานจำลอง เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน วิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตและโอกาสของชาวนา ระบุว่า ข้าวราคาต่ำ แต่ราคาข้าวพันธุ์ราคายังดีอยู่ ในฐานะสภาองค์กรชุมชน จะมีเหตุอะไรที่ทำให้การทำพันธุ์ข้าวไปไม่ได้ มีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเราทำพันธุ์ข้าวมีโอกาสที่จะสามารถเข้าสู่การตลาดได้หรือไม่ การซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวของแต่ละตำบล สภาองค์กรชุมชนควรจะทำข้อมูลตัวเลขให้ชัดเจน ปัจจุบันเรามีความรู้ มีคน มีทุน และมองไปที่ปลายอุโมง เราเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง เราเดินงานด้วยสภาองค์กรชุมชน เราเคลื่อนต่ออยู่แล้ว และสร้างเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ขยายคลัสเตอร์ข้าว

แต่มีข้อกังวลจากนโยบายที่เข้ามากระทบ เช่น การเปลี่ยนพื้นที่นาเป็นไร่อ้อย เป็นนาแปลงใหญ่ นโยบายที่รัฐจะดำเนินการ ความหวังของเราจะอยู่กับผู้อื่นไม่ได้ โครงการของรัฐจะมีอย่างไร เราก็ยังปลูกข้าว รัฐมีนโยบายลดพื้นที่การปลูกข้าว ส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ ข้าวราคาถูก หยุดซื้อข้าวจากชาวนา รับซื้อจากลาวและเขมร ราคาข้าวนาปรัง 6.50 บาท ต้นปีข้าวราคาต่ำ ให้ค่าชดเชยไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 4 ไร่ เพราะรัฐยุ่งกับราคาสินค้าเกษตรไม่ได้เป็นการผิดข้อตกลงระหว่างประเทศ อ้อยต้องปล่อยให้เป็นเสรี ข้าวราคาถูก ชาวนาสับสน ผนวกกับรัฐส่งเสริมการลดพื้นที่ปลูกข้าว ส่งเสริมการปลูกอ้อย อนุมัติการตั้งโรงงานอ้อยในพื้นที่อีสานอีกหลายแห่ง

แล้วต่อไปพี่น้องจะปลูกข้าวอีกต่อไปหรือไม่ เปลี่ยนพื้นที่นาเป็นพื้นที่ปลูกอ้อย จากข้อมูลปลูกอ้อยได้ราคากว่าข้าว แต่อ้อยกินไม่ได้ แล้วสภาองค์กรชุมชนเราจะยังจะดันการทำเมล็ดพันธุ์ข้าวต่อไปหรือไม่ ที่สกลใครขวางโรงงานอ้อยเริ่มมีการฟ้องร้อง โรงงานต้องสร้างให้ได้ภายในปีนี้ไม่งั้นจะโดนยกเลิก มีการแบ่งทีม กลุ่มซื้อที่ดิน กลุ่มส่งเสริมปลูกพันธุ์อ้อยไว้รอ และกลุ่มที่สามกลุ่มศึกษาผลกระทบ สภาองค์กรชุมชนจะยืนอยู่ตรงไหนของสถานการณ์

เราจะปักหลักสู้อย่างไร ถ้าทำนาอินทรีย์ได้ การค้าของประเทศง่ายขึ้น แต่ข้าวที่ทำแบบเดิมไปไม่รอด ด้วยเหตุราคาต่ำ เราต้องจับตาให้ดีในฐานะภัยคุกคามที่เราต้องต่อสู้ แต่ข้ออ่อนเรา ยังเข้าไม่ถึงองค์กรหนุนอื่นๆ เราทำเมล็ดพันธุ์อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องทำตลาดภายในตำบล ปลูกเอง แปรรูปเอง ทำให้เป็นอินทรีย์มากขึ้น ขายเอง น่าจะเป็นทางรอด ทำแต่ข้าวอย่างเดียวไม่รอด ต้องทำเกษตรอินทรีย์ที่มีความหลากหลาย ต้องผลิตอาหารเพื่อการพึ่งตนเองให้ได้ และรวมกลุ่มกันซื้อเมล็ดพันธุ์ เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายวิสาหกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว และการทำการตลาดขายเมล็ดพันธุ์ข้าว ถึงแม้ราคาข้าวตกลง แต่พี่น้องก็ยังมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าว

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภัยคุกคาม เราจะไปอย่างไรต่อ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กลุ่มวิสาหกิจเมล็ดพันธุ์ จากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกยโสธร และจะมีการหารือถึงทิศทาง แผนงานการขับเคลื่อนคลัสเตอร์ข้าวอีสาน รวมถึงนโยบายการสนับสนุนของ พอช. ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 ต่อไป

18426868 10209428475088220 337709070 o18426954 10209428476408253 1050947804 o18451906 10209428475008218 407267952 o18452721 10209428475728236 222483476 o18493542 10209428475568232 842040576 o18427008 10209428475808238 37946804 o

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter