
อุบลราชธานี/ 13 พฤษภาคม 2560 องค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดเจริญราชธานีศรีโสธร ที่ประกอบด้วยจังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และยโสธร ประชุมกลุ่มจังหวัด ณ ห้องประชุมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชั้น 2 เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อแลกเปลี่ยนการทำงาน และหารือแผนการทำงานไตรมาส 3 โดยมีตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ พอช.ภาคอีสาน เข้าร่วมประชุมประมาณ 32 คน
นายวิรัตน์ สุขกุล ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า การทำงานเชื่อมโยงระดับกลุ่มจังหวัดเจริญราชธานีศรีโสธร วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของกลุ่มนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนเนื้องานในกลุ่มจังหวัด การเล่าสู่กันฟังถึงการเคลื่อนงานพัฒนาของแต่ละจังหวัด และหารือถึงแผนงานที่รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ว่าทำงานไปถึงไหน อย่างไร และรวมถึงงานอื่นๆ ทั้งงานวิจัย งานกลาง งานร่วมต่างๆ
2 เรื่องที่ต้องคุยกันวันนี้คือ สถานการณ์งานพื้นที่ โครงการและแผนงานพอช.ปี 2560 ผลการดำเนินงาน (โครงการเสริมสร้าง, บ้านพอเพียง, สวัสดิการ, สภาองค์กรชุมชน) งานที่จะดำเนินการในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฏาคม งานเฉพาะพื้นที่ งานกลางระดับกลุ่มจังหวัด/ ภาค งานเศรษฐกิจฐานราก การติดตามประเมินผลแบบเสริมพลัง รวมทั้งงานพัฒนาศักยภาพแกนนำ
นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ มีเรื่องแจ้งเพื่อทราบถึงโครงการจิตอาสาประชารัฐ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ที่ได้รับงบสนับสนุนจากรัฐบาล เป็นงบประมาณ 3 ปี ๆ ละ 150 ล้าน ปีแรก 161 ล้านบาท ที่จะสนับสนุนศูนย์ประสานงานประชารัฐจังหวัด บางจังหวัดเป็นศูนย์เก่า บางจังหวัดก็เป็นศูนย์ใหม่ ซึ่งมีแผนงาน 5 แผนงาน 1) การยกระดับ ศปจ. 2) การสร้างจิตอาสา 3) การถักทอ 4) ผู้ยากไร้ จุดเสี่ยงภัยและ5) การจัดตั้งกองทุนจิตอาสาประชารัฐให้ประชาสังคมเคลื่อนงาน ที่เป็นกองทุนสำหรับหนุนภาคประชาสังคมจังหวัด โดยจะมีเวทีชี้แจงระดับภาค อีสานกำหนดไว้วันที่ 10 มิถุนายน 2560 ที่จังหวัดขอนแก่น องค์กรที่จะรับงบประมาณได้ต้องมีการจัดตั้งให้เป็นนิติบุคคล ระหว่างนี้แต่ละจังหวัดควรเตรียมข้อมูล เพื่อนำไปสู่การวางแผนในเวที
นายนิรันดร์ บัวศิริ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังถึงงานของจังหวัดศรีสะเกษว่า เรากำลังมุ่งไปสู่ยุทธศาสตร์คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง ช่วงที่ผ่านมาลงพื้นที่เพื่อทบทวนคนทำงานในระดับอำเภอ และทบทวนงานสภาองค์กรชุมชน และสวัสดิการไปพร้อมกัน เพื่อเตรียมประชุมสภาฯในระดับจังหวัดในวันที่ 20 พ.ค.นี้ โดยเน้นการเชื่อมโยงกับภาคี รัฐเอกชน มาทำงานร่วมกัน และเป็นปีที่ 2 ที่เอาแผนงบด้านสังคมไปคุยในงบซีอีโอจังหวัด ซึ่งได้เอาแผนไปบรรจุไว้แล้ว และได้มีการเสนอแผนไว้ส่วนหนึ่ง แต่หลังจากประชุมชนสภาฯระดับจังหวัดแล้วจะเสนออีกครั้งหนึ่ง
รวมถึงสำนักงานจะไปเปิดศูนย์ประสานงานในพื้นที่ ม.ราชภัฎฯ ที่ผ่านมาคณะทำงานได้ไปร่วมกับสาธารณสุขเคลื่อนตำบลสุขภาวะ ใช้งบ สช. พอช. บ้าง งานหลักคือการเตรียมคน ทบทวนคน ค้นหาคน ทำระบบฐานข้อมูล เดือนหน้าจะมีการพัฒนาศักยภาพ ทำความเข้าใจยุทธศาสตร์ คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง อาทิตย์หน้าจะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด การใช้งบ ใช้ในการบริหารจัดการ เตรียมคน เชื่อมโยงภาคี เป็นงบการลงพื้นที่ เตรียมงาน ซึ่งได้บูรณาการงบ 59-60 มาเพื่อเตรียมความพร้อม ขับเคลื่อนงานระดับอำเภอ เช็คสภาพ งานใดยังอยู่งานใดฟุบไป การลงพื้นที่ ไปทบทวนสภา และสอบทานสวัสดิการชุมชน กระจายการจัดการไปที่อำเภอ สภาฯ 163 ตำบล มีทั้งเก่าใหม่ สอบทาน ลงพื้นที่อำเภอ เอาเรื่องยุทธศาสตร์ลงไปคุย คิดอย่างไร สภาฯ มีความหลากหลาย ข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน จึงอยากทำให้ชัดเจน ทำงานผ่านผู้ประสานงานระดับอำเภอ ก็ทำงานผ่านการเรียนรู้ จากการแก้ปัญหา ได้กำลังใจจากพี่จากน้อง
นายพิฐิพัสจ์ พวงพันธ์ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า การเคลื่อนงานมีความพยายามในการออกแบบมา 4-5 ปี ที่ผ่านมาวิ่งตามปัจจัยนำเข้า เราก็เรียนรู้มาตลอด เป้าหมายอุบลฯ ยังไม่พอดี ถ้าจะขยับใหม่ อุบลฯต้องหลอมรวม พี่น้อง ขบวนต่างๆ ต้องมีการออกแบบใหม่ เอาภาคส่วนต่างๆ มาร่วม เติมภาคีหลากหลาย พี่น้องในพื้นที่ต้องมาคุยเอาแผนงานมาคุยกัน ต้องมองเห็นงานร่วมกัน ไม่ตอบโครงสร้าง ต้องรู้ปัจจัยภายนอกภายใน ต้องรู้งานสวัสดิการ งานสภาองค์กรชุมชน งานบ้านมั่นคง ฯลฯ ใช้งานประเด็นเป็นตัวเคลื่อน โดยใช้สภาองค์กรชุมชน
อุบลศรีวนาลัยจัดการเจ้าของ ราษฎรบัญญัติ เป็นทั้งเป้าหมายและเครื่องมือ ต้องปฏิรูปโดยเริ่มจากข้างล่างในระดับพื้นที่ กำหนดวงแรกในเดือน พ.ค.นี้ เริ่มจากแกนนำ 50 คน (ขบวนเก่า ภาคี ตัวแทน 25 อำเภอ จากฐานงานสภาฯ สวัสดิการฯ ปฏิบัติการร่วมกัน) ให้เห็นช้างทั้งตัวเหมือนกัน วางต้นแบบไว้ 15 ตำบล แลกเปลี่ยนจนเกิดแผนการทำงาน และมีการสรุปบทเรียนเป็นระยะ
นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีมันตะ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดยโสธร เล่าให้ฟังว่า ยโสธรมุ่งเมืองวิถีอีสาน อยู่ดีมีสุข ที่ผ่านมามีการออกแบบการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงาน หนุนการประชุมการประชุมคณะดำเนินการกิจการสภาฯ การประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด สนับสนุนการลงพื้นที่ตาม พ.ร.บ. ยโสธร 86 สภาฯ ขาดเพียง 1 สภาฯ ซึ่งมีความพร้อมในการจดแจ้ง มีการทำแผนตามวิสัยทัศน์จังหวัด ทุกสภาฯ ทำแผนขึ้นมาทั้ง 86 สภาฯ มีการขบวนหมวดแผนระดับอำเภอ ได้ทั้งหมด 9 อำเภอ ในเดือนนี้วันที่ 22 พ.ค. จะมีการมาสังเคราะห์แผนทั้ง 9 อำเภอ และจะลงพื้นที่ระดับอำเภอ เพื่อรับฟังความคิดเห็นแผนภาคประชาชน จะเชิญหน่วยงานภาคีเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น หลังการรับรอง 9 อำเภอ ก็จะขมวดเป็นแผนจังหวัด
ศูนย์ประสานงานตั้งอยู่ที่ อบจ.ยโสธร ที่ผ่านมามีการเคลื่อนร่วมกับ ศปจ. ได้งบประมาณจาก แอลดีไอในการหนุนเสริมบูรณาการทำฐานข้อมูลองค์กรชุมชนทั้งจังหวัดให้เกิดมาตรฐาน ใช้งบ ศปจ.เข้ามาหนุน อบจ.ให้การหนุนเสริมการเคลื่อน 1 ตำบลรูปธรรม ให้เกิดตำบลนำร่อง การนำแผนสภาฯไปบรรจุแผนท้องถิ่น โดยอย่าพึ่งของบประมาณ แต่ให้เอาแผนเข้าแผนท้องถิ่น 4 ปีให้ได้
ทำงานสืบเนื่องจากปี 58-59 จะประกาศยุทธศาสตร์ในปี 2563 ทำให้สภาฯ เป็นที่ยอมรับของหน่วยงาน ภาคีรัฐและเอกชน อบจ.มีการจัดโปรแกรมหนุน สภาฯต้นแบบ 9 ตำบล ใน 9 อำเภอ เพื่อไปทำความเข้าใจ พ.ร.บ.สภาฯ ถึงบทบาทภารกิจและหน้าที่สภาฯ นอกจากนั้นยังทีการเชื่อมโยง กศน. กกต. ใช้สภาฯเคลื่อนงาน เป้าหมายคือให้เป็นจังหวัดจัดการตนเองให้ได้
อย่างไรก็ตาม เรื่องสถานการณ์โรงงานน้ำตาล และการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ปลูกอ้อยส่งโรงงาน สภาฯ ได้มาคุยกัน จะกระตุ้นให้เกิดการคุยกันถึงผลกระทบทั้งบวกและลบ ผู้อยากกับผู้กลัวผลกระทบ เกษตรอินทรีย์กับการปลูกอ้อย จะสู้เรื่องนี้ต้องสู่กับความคิดพี่น้อง ตราบใดเราฉีดยา เราไปนาไม่ได้หรอก ทำอย่างไรถึงจะไม่ฉีดยาฆ่าหญ้า กัมม็อกโซน แม้แต่หมอสาธารณสุข ไม่กล้าพูดถึงผลกระทบจากสารเคมีในการปลูกอ้อย
นายเข็มพร ธรรมรักษ์ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ เล่าให้ฟังว่า ปี 55 ประกาศธรรมนูญประชาชน ต่อเนื่องมามีการประกาศอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร การขับเคลื่อนงานที่ผ่านมา มีการติดตามเยี่ยมยามถามข่าว แบ่งเป็น 3 สาย ทั้งงานสภาฯ สวัสดิการ ฯลฯ และสายตายังมองอีกสิบปีข้างหน้าต้องเป็นเมืองธรรมเกษตรให้ได้ เราติดตามติดตามเรื่องคน มีคนทำงานจิตอาสากี่คน การบริหารจัดการ ตารางเวลาปฏิทินการทำงาน และการเชื่อมโยงงานกับภาคี สิ่งที่ดีที่สุด คือเราได้ภาคีที่มีส่วนร่วมอย่างตั้งใจ อย่างผู้ว่าที่จะทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการ “คนดี” ค้นหาคน ยกย่อง “สุขภาพดี” การกินดีอยู่ดีอาหารปลอดภัย ปลอดสารเคมี และ “รายได้ดี” กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มอาชีพ ให้พี่น้องคิดค้น แล้วไปจดแจ้งกับสภาองค์กรชุมชน และมีพี่น้องสาธารณสุข มาหนุนเสริมให้พี่น้องในตำบลร่วมกำหนดกติกาว่าสิ่งไหนไม่ดีไม่ควรมีในตำบล ส่วนเรื่องบ้านพอเพียงเราได้ดำเนินการใน 4 ตำบล ดำเนินการไปแล้วประมาณ 80 %
ส่วนในงานฐานทรัพยากร นายสตพร ศรีสุวรรณ เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมายังไม่มีคนทำงานเรื่องนี้ที่ชัดเจน หลังมามีคนมารับผิดชอบชัดเจน และมีหลายคนหลุดหาย บางที่พี่น้องเปลี่ยนป่าไปทำอย่างอื่น ป่า 500 กว่าไร่ เหลือ 100 ไร่ก็มี ขณะนี้มีงานวิจัยความหลากหลายทางพันธุกรรมพืช หลังจากมีการขอคืนผืนป่าจากอุทยานแห่งชาติ 2 แสนไร่ ได้คืนเป็นบางส่วน มีการลงไปจับพิกัดพื้นที่ใหม่ ร่วมกับป่าไม้ ทำป่าชุมชน ทางป่าไม้ อพสท. เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์พืช เป็นการปกป้องแหล่งอาหารธรรมชาติ ชมรมฮักแพงป่าตั้งเป้าไว้ 70 หมู่บ้าน ผืนป่า 102 ป่า สถานการณ์ทำลายป่าเพื่อปลูกอ้อยก็กำลังเกิดขึ้น
ป่ามาเอื้อกับขบวน เรื่องการอนุรักษ์แหล่งอาหาร และความหลากหลายทางพันธุ์กรรมพืช เพื่อให้ป่าไม้ได้คงอยู่อย่างถาวร เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และชาวบ้านร่วมกับป่าไม้ในการอนุรักษ์ ซึ่งในวันที่ 27 นี้จะมีการจัดงานตุ้มโฮมป่าที่อำเภอชานุมาน ใช้ป่าเพื่อไปสู่เกษตรอินทรีย์ งานเกษตรอินทรีย์อำนาจเจริญ กว่า 50,000 ไร่ โรงพยาบาลจะหยุดซื้ออาหารจากตลาด และจะมาอุดหนุนกลุ่มเกษตรอินทรีย์มากขึ้น ปี 60 เป็นปีที่นำแผนเมืองธรรมเกษตรสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น ทำผังทรัพยากรจังหวัดอำนาจเจริญ พื้นที่อาหารอยู่ที่ไหน เห็ดเกิดที่ไหน และทำผังเกษตรอินทรีย์ 58,000 ไร่ และจะมีการทบทวนธรรมนูญประชาชนอีกด้วย
นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (ปฎิบัติการพื้นที่) พอช.ภาคอีสาน กล่าวว่า การทำงานหนุนเสริมมาประมาณ 10 ปี สถานการณ์ที่เป็นอยู่จะช่วยกันผลักดันงานอย่างไร การปรับมาเป็นกลุ่มจังหวัด เพื่อให้เกิดการบริหารงานพื้นที่ต้องมีความเป็นมืออาชีพในการหนุนเสริมมากขึ้น การปรับแบบนี้เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพทางความคิด ให้มีความชัดเจน จากการระดมความคิดเห็น การตกผลึกทางความคิดที่จะเป็นธงนำในการขยับงานกลุ่มจังหวัด ความเชื่อพื้นฐานไม่มีความกังวลเรื่องความรู้ ความสามารถ สถานการณ์ปัญหา พี่น้องกลุ่มนี้มีความเข้าใจที่ชัดมาก แต่ที่ไม่แน่ใจคือความตั้งใจในการพัฒนาขบวนตนเอง และเรียนรู้ไปร่วมกัน รวมทั้งความเป็นเอกภาพทางความคิด ทางเป้าหมายที่จะไปด้วยกัน
อีกเรื่องคือไม่มั่นใจในขบวนพี่น้อง นอกจากอำนาจเจริญแล้ว หากลองดูงานในช่วงนี้ทำให้ไม่แน่ใจ เพราะปัญหายังคงดำรงอยู่เหมือน 5 ปี ที่แล้ว การทำงานยังไม่มุ่งไปสู่การปลดปล่อยพลังของประชาชนแถมยังปิดกั้นอีกด้วยซ้ำ การเปิดขบวนเพื่อไปสู่การยอมรับของหน่วยงานยังน้อยมาก บางเรื่องใช้พลังขบวนยังไม่พอต้องเชื่อมโยงกับภาคี เพื่อมาหนุนเสริม เปิดให้คนอื่นเข้ามาช่วย การนำเสนอวันนี้ยังไม่เห็นการรวมประชาสังคมในระดับจังหวัด ก่อให้พี่น้องเบื่อหน่าย เพื่อนหาย แต่งานมากขึ้นกว้างขวางมากขึ้น เมื่อทำไปข้อขัดข้องจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ถ้าเราไม่สามารถกุมสภาพมันได้ ถ้าเราไม่หนุนข้างล่างให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาจัดการตนเอง เรื่องราวการร้องเรียน ปัญหาข้างล่างจะผุดออกมา เราจะเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง โดยใช้ พอช.และหน่วยงานอื่นเป็นเครื่องมือ เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ผช.ผอ.กล่าว
นายถนอมศิลป์ พลลาภ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะคณะทำงานติดตามประเมินผลแบบเสริมพลัง กล่าวว่า หลังจากได้ฟังสถานการณ์ของแต่ละจังหวัด เหมือนการทำงานพัฒนาแบบก้าวบันได บางครั้งก้าวถึงขั้น 4 บางครั้งก็ถอยลงมาขั้น 2 การทำงานต้องไม่เป็นการทำงานโครงการเพื่อโครงการ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะวนไปวนมา ต้องคิดงานแบบนักยุทธศาสตร์มากขึ้น ที่เน้นการบริหารจัดการ คน เงิน งาน ปัจจุบันแต่ละจังหวัดมีทั้งจุดแข็งจุดอ่อน บางเรื่องกว่าจะลงกันได้ก็ใช้เวลานาน
ตั้งแต่ พอช.เริ่มทำงาน ถึงวันนี้จะเข้าสู่วัยรุ่นที่บรรลุนิติภาวะ อย่างงานนวัตกรรม สวัสดิการชุมชน และสภาองค์กรชุมชนจะไปสู่การจัดการตนเองได้อย่างไร อุบลราชธานี กำหนดราษฎรบัญญัติ จะทำอย่างไรจะต่อลงไปข้างล่างถึงพื้นที่ และเชื่อมโยงหน่วยงานได้อย่างไร เราจะมาวนกับการบริหารจัดการ การเคลียร์เงินงบประมาณ
งานประเมินถือเป็นหน่วยสนับสนุน ที่จะมาช่วยผลักดันคนที่อยู่แนวหน้า บทบาทของทีมที่จะยืนอยู่ข้างเวที เพื่อแนะนำ แต่ก็สุดแท้แต่ผู้ชกที่เมื่อขึ้นเวทีแล้วจะเอาอย่างไร ในการติดตามประเมินผล ไม่ใช่เจตรามณ์ที่จะมาตรวจสอบแต่มาเสริมกระบวนการ ในทีมงานเองก็ยังไม่มีโอกาสได้มาเจอกัน แต่ใช้วิธีการคุยกันในระดับกลุ่มจังหวัดและต่อกันไปกับขบวน กรอบปี 2560 เวลาสั่น จะเป็นการติดตามสนับสนุน ผ่านโครงการเพื่อให้รับรู้สถานการณ์การทำงานของ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนให้เห็นความก้าวหน้าตามโครงการที่ได้รับอนุมัติมา การเขียนให้โครงการผ่านนั้นไม่ยาก แต่การทำให้โครงการบรรลุสู่เป้าหมายนั้นสำคัญกว่า
สุดท้ายของโครงการต้องตอบโจทย์เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ของแต่ละจังหวัดหรือไม่ อย่าง ศรีสะเกษ คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง อำนาเจริญเมืองธรรมเกษตร ยโสธรเมืองวิถีอีสานอยู่ดีมีสุข อุบลราชธานี ราษฎรบัญญัติ เราต้องบริหารจัดการทั้งแหล่งทุนเพื่อให้ตอบสนองเป้าของงานในพื้นที่ ในปีต่อไป ทำอย่างไรงานจะไปสู่ยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้ให้ได้ ในส่วนรายละอียดที่จะทำร่วมกัน 3 จังหวัดกำลังสร้างเอกภาพ อำนาจเจริญจะชัดเจนเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง ทีมประเมินฯ จะเน้นให้ความเข้มข้น ทำงานไปถึงไหน จะไปถึงยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้หรือไม่ น่าจะมีตัวแทนคณะทำงานของแต่ละจังหวัด มาร่วมเวทีประชุมปฏิบัติการที่จะมาเรียนรู้ร่วมกัน โดยจะเน้นที่อำนาจเจริญ เพื่อจะสร้างบทเรียนไปขยายผลต่อจังหวัดอื่นๆ ในกลุ่ม โดยคณะประเมินจะมีบทบาทหน้าที่ เสริมทักษะทีมติดตามจังหวัด ออกแบบระบบการติดตามระดับจังหวัด ประเมินผลขบวนจังหวัดภายใต้การขับเคลื่อนงานปี 60 และการสรุปบทเรียนเป็นชุดความรู้สู่การสื่อสาร
ทั้งนี้ในช่วงท้ายของเวทีมีการหารือในงานกลาง และมีการคัดเลือกตัวแทนทีมติดตามประเมินผลในกลุ่มจังหวัด รวมทั้งแผนงาน งบประมาณต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงระยะนี้








