การประชุมคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินครั้งที่ 7/2560 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2560 ณห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานครมีคณะอนุกรรมกรรมการฯและจนท. พอช. เข้าร่วมประมาณ 50 คนโดยคณะทำงานมีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงชนบทจำนวน 4,272,000 บาทและบ้านมั่นคงเมืองจำนวน44,673,917บาทรวมอนุมัติทั้งสิ้น 48,945,917 บาท
ในการพิจารณาโครงการบ้านมั่นคงชนบท มีการนำเสนอ 2 โครงการ คือ โครงการบ้านมั่นคงชนบท ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธ์ และตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี งบประมาณรวม 4,272,000 บาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในเบื้องต้น 106 ครัวเรือน
โครงการบ้านมั่นคงชนบท ตำบลนาจำปา จังหวัดกาฬสินธ์ุ สืบเนื่องจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน (สปก.) จังหวัดกาฬสินธ์ุ ได้มีการตรวจสอบการทำประโยชน์ของเกษตรกร พบว่ามีผู้กระทำผิดระเบียบว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ ในที่ดิน พ.ศ. 2535 จำนวน 44 ราย 58 แปลง เนื้อที่ 776 ไร่ สปก. จึงยึดคืนที่ดิน และเพิกถอนสิทธิแล้วนำพื้นที่ดังกล่าวมาร่วมโครงการฯ โดยแบ่งเป็นแปลงที่อยู่อาศัย 90 แปลง พื้นที่แปลงละ 2.2 ไร่ พื้นที่ส่วนกลาง 63 ไร่ แปลงเกษตรรวม 413 ไร่ และพื้นที่อื่นๆ 55 ไร่ ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้คัดกรองรายชื่อเกษตรกรผู้ยากไร้เข้าพื้นที่โครงการ จำนวน 74 ราย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ และพื้นที่อำเภอใกล้เคียง ส่วนที่คงเหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาคัดกรองเกษตรกรอีกครั้ง
ดังนั้น เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและเป็นการสร้างพื้นที่นำร่อง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน และที่อยู่อาศัย ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ และสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเสนอให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบกรอบการอนุมัติงบประมาณเพื่อซ่อมแซม ปรับปรุง สร้างบ้าน จำนวน 90 ครัวเรือน จำนวนงบประมาณ 3,402,000 บาท เพื่อสร้างกระบวนการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งผ่านกิจกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบตามกรอบงบประมาณที่เสนอ
เช่นเดียวกับโครงการพัฒนาบ้านมั่นคงชนบท ตำบลระบำ จังหวัดอุทัยธานี คทช. จังหวัดอุทัยธานี ได้สำรวจจัดทำข้อมูลที่ดิน และการคัดกรองเกษตรกร จัดตั้งกลุ่มหรือสถาบันเกษตรกร ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และจัดที่ดินให้ผู้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด โดยได้รับมอบพื้นที่สวนป่าห้วยระบำ เนื้อที่ประมาณ 3,239ไร่ 2 งาน ซึ่งเป็นที่ดินแปลงว่างที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยใช้ประโยชน์และหมดสัญญาเช่าจาก สปก. มาดำเนินการจัดให้เกษตรกรที่ถูกผลักดันและอพออกจากป่าต้นน้ำและป่าอนุรักษ์ที่สำคัญ ผู้ได้รับผลกระทบและสูญเสียที่ดินทำกินตามโครงการของรัฐ และเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน และได้ขึ้นทะเบียน สปก.หรือผ่านการคัดเลือกของหน่วยงานอื่นจากเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทุ่งแฝก และในพืนที่อุทยานห้วยคต ที่มีคุณสมบัติผ่านความเห็นชอบโดย คทช.จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 332 ราย ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 154 อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจัดสรรในลักษณะแปลงรวม รวมทั้งจัดทำแผนบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดิน 8 ชุมชน จัดเป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินครอบครัวละ 5 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ส่วนราชการ และพื้นที่สาธารณูปโภค
ที่ผ่านมาทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหน่วยงานราชการภายในจังหวัดอุทัยธานีได้จัดสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้แก่ ถนนภายในโครงการ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา สนับสนุนการพัฒนาอาชีพ การจัดสวัสดิการสังคม และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แต่เกษตรกรยังไม่ได้อพยพโยกย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากสมาชิกต้องการมีบ้านอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับมอบ แต่รายได้น้อย ไม่เพียงพอในการตั้งบ้านเรือน ในเบื้องต้น คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตตำบลระบำ และสำนักงานภาคกลางและตะวันตก จึงเสนอของบประมาณรวม 870,000 บาท ในการอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 16 หลัง เป็นเงินรวม 640,000 บาท และงบประมาณในการพัฒนากระบวนการในการเชื่อมโยงกลไก สนับสนุนให้เกิดแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิต 230,000 บาท ซึ่งคณะอนุกรรมการอนุมัติตามที่เสนอ
ด้านการพิจารณาอนุมัติงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองนั้น มีการพิจารณาอนุมัติใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ การพัฒนาที่อยูอาศัยในจังหวัดปทุมธานี หรือโครงการปทุมธานีโมเดล การพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว และพื้นที่คลองเตย รวม 44,673,917 บาท
กรณีปทุมธานีโมเดล นำเสนองบประมาณการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค งบอุดหนุนที่อยู่อาศัย บริหารจัดการปรับปรุงชุมชน 5%และงบบ้านพักชั่วคราว รวม 31,082,000 บาท งบประมาณในการศึกษาการออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย 480,000 บาท และการออกแบบงานวิศวกรรมที่อยู่อาศัยในโครงการปทุมธานีโมเดล รวม งบประมาณรวม 32,502,000 บาท คณะอนุกรรมการมีมติเห็นชอบตามที่เสนอ
สำหรับกรณีการศึกษาการออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยนั้น เดิมสถาบันได้ประสานความร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ในการศึกษารูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและรายได้ของชุมชนที่ถูกย้ายออกจากริมคลอง ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากรูปแบบ แนวทางที่ได้มีต้นทุนในการก่อสร้างสูง ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบน้อยมากและแบบบ้านไม่เป็นไปตามที่ชุมชนต้องการ สถาบันจึงได้ยกเลิกโครงการของผู้ออกแบบเดิม และได้จัดตั้งทีมทำงานและที่ปรึกษาดำเนินการ ซึ่งได้มีการประชุมหารือแนวทางการทำงานและได้ข้อสรุปในการหาผู้ออกแบบ โดยได้ประสานการทำงานกับกลุ่มทำงานไมน์สเคปอาคิเทค ในการจัดทำโครงการเพื่อศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยในโครงการปทุมธานีโมเดลขึ้น เพื่อจัดทำรูปแบบอาคารและแบบก่อสร้างอาคารพักอาศัยที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับวิถีของชุมชน จำนวน 6 อาคาร รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมในการออกแบบอาคารที่พักอาศัย ในระยะเวลาเร่งด่วน 60 วัน
นายวิรัช เตรียมพงษ์พันธ์ คณะอนุกรรมการฯ และที่ปรึกษาในการช่วยพิจารณาแบบบ้านใหม่ที่เหมาะสม กล่าวว่า เรื่องงบประมาณในการทำงานถือว่าเป็นการทำงานแบบช่วยเหลือ ถ้าดูจากมาตรฐานการทำงานวิชาชีพทั่วไปจะสูงกว่านี้มาก ครั้งนี้ถือเป็นการมาช่วยกัน แต่ไม่ให้เป็นภาระกับผู้ที่มาทำงานมากนัก อีกทั้งระยะเวลา 2 เดือน ที่ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ยังได้มีมติอนุมัติงบประมาณการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค (เพิ่มเติม) ของชุมชนไทยมุสลิม จังหวัดปทุมธานี จำนวน 2,048,917 บาท ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ 54 กรุงเทพมหานคร จำนวน 180,000 และชุมชนพร้อมใจพัฒนา กรุงเทพมหานคร จำนวน 8,943,000 บาท รวมทั้งสิ้น 11,171,917 บาท และงบประมาณในการพัฒนาและการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ในพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) 1,000,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่เปิดการพิจารณาอนุมัติโครงการบ้านมั่น คงชนบทในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยมีการพิจารณาเห็นชอบแนวทางการ สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในมิติชนบท (โครงการบ้านมั่นคงชนบท) และเห็นชอบการกันกรอบงบประมาณโครงการบ้านมั่นคง เพื่อใช้สำหรับบ้านมั่นคงชนบทที่เป็นการสร้างชุมชนใหม่เช่นเดียวกับ บ้านมั่นคงเมือง ประมาณ 1,500 - 2,000 ครัวเรือน วงเงินรวม 108 - 144 ล้านบาท โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้ ในการประชุมครั้งที่ 6/2560 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 ต่อมาฝ่ายเลขาฯ ได้นำเสนอแนวทางการสนับสนุน และกรอบงบประมาณให้คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560 ซึ่งคณะกรรมการสถาบันฯ ได้พิจารณาโดยมีมติเห็นชอบแนวทางการสนับสนุนในพื้นที่นำร่อง 2,000 ครัวเรือน กรอบงบประมาณรวม 144 ล้านบาท โดยมีแนวทางการสนับสนุนงบประมาณจากกรอบงบประมาณโครง การบ้านมั่นคง เฉลี่ย 72,000 บาท ต่อครัวเรือน โดยแบ่งออก เป็นดังนี้
1) สนับสนุนงบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย เฉลี่ยครัวเรือนละ 40,000 บาท เพื่อให้สมาชิกชุมชนที่จะปรับปรุง ซ่อมแซม สร้างที่อยู่อาศัยใหม่ และเป็นการช่วยเหลือสมาชิกในชุมชนที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถใช้สินเชื่อได้ ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงได้
2) สนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เฉลี่ยครัวเรือนละ 24,800 บาท ซึ่งครอบคลุมการพัฒนา ปรับปรุงด้านกายภาพของชุมชน โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนากิจกรรมด้านสังคม และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของชุมชน เช่น ระบบน้ำเพื่อการเพาะปลูก เป็นต้น
3) สนับสนุนงบพัฒนากระบวนการ เฉลี่ยครัวเรือนละ 7,200 บาท เช่น ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบกลุ่ม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ค่าใช้จ่ายในการประชุมในชุมชน การศึกษาดูงาน ฯลฯ
รายงานโดย เรวดี อุลิต สำนักงานบ้านมั่นคง





