playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
                                                                                                          บทความโดย สุวัฒน์ คงแป้น
171774.jpg


เป็นเวลาปีเศษแล้ว ที่ประเทศไทยไปลงนามความร่วมมือกับอีกกว่า 190 ประเทศ เกี่ยวกับการร่วมกันเดินให้ถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยมีสหประชาชาติเป็นแม่งาน ซึ่งมีอยู่ 17 ประการด้วยกัน คือ 1) ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกที่ 2) ยุติความหิวโหยบรรลุความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับโภชนาการและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน 3) สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพ สำหรับทุกคนในทุกวัย 4) สร้างหลักประกันว่าทุกคน มีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียบ และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

          5) บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน 6) สร้างหลักประกันให้มีน้ำใช้และมีการบริหารจัดการน้ำ และการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน 7) สร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ ในราคาที่ย่อมเยา เชื่อถือได้และยั่งยืน 8) ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องครอบคลุมและยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน 9) สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัฒตกรรม

          10) ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ 11) ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ มีความครอบคลุมปลอดภัย มีภูมิต้านทาน และยั่งยืน 12) สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน 13) ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบ 14) อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 15) ปกป้องฟื้นฟูและส่งเสริมการใช้ระบบนิเวศน์บนบกอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน การต่อต้านการกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดยั่งการเสื่อมโทรมของดิน และฟื้นฟูสภาพดิน และหยุดยั่งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ 16) ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ สุดท้าย 17) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงาน และพื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลก สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          การผลักดันให้ SDGs ทั้ง 17 ประการ เป็นจริงในระดับโลก นับว่าเป็นเรื่องยากเป็นอย่างยิ่ง เพราะแต่ละประเทศต่างก็คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศตนเองเป็นหลัก การแข่งขันในระดับโลกในทุกๆด้านเพื่อครองความได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ความเป็นเจ้าทางเศรษฐกิจ การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติการมีส่วนทำให้เกิดโลกร้อน ฯลฯ ยังคงมีอย่างเข้มข้น และต่างก็กล่าวโทษฝ่ายตรงกันข้าม และยกประเทศตนเองให้พ้นผิด

          ในระดับประเทศแต่ละประเทศก็ทำให้ SDGs เกิดขึ้นได้ยาก เพราะนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัย ไม่เหมือนกันและไม่ต่อเนื่อง นโยบายเดิมอาจเป็นอุปสรรคต่อ SDGs แต่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เป็นต้น

          หันมามองประเทศไทยเรา ไม่ต้องย้อนอดีต ซึ่งการพัฒนาหลายอย่างที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน SDGs หากสนใจเฉพาะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ประเทศไทยเรากำลังมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560 มาตรา 65

          จากการวิเคราะห์ แนวโน้มในอีก 20 ปีข้างหน้า ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมอย่างหนัก มีความเหลื่อมล้ำในสังคมสูง ระบบการเมืองและราชการมีความอ่อนแอ ในขณะที่มีปัจจัยภายนอกซ้ำเติม เช่น ระบบกาภิวัฒน์โลกเสรี ยังเคลื่อนตัวอย่างไม่หยุดยั่ง คาดว่าศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจจะเคลื่อนตัวมาทางโลกตะวันออก การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ ภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น แหล่งผลิตอาหารน้อยลง เป็นต้น

          การมียุทธศาสตร์ชาติ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน และควรร่วมกันผลักดัน โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง มิใช่รัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดเป็นผู้ทำ เพราะจะติดกับผลประโยชน์ และในความเป็นจริง เห็นว่าประชาชนกลุ่มองค์กรชุมชน และองค์กรพัฒนาต่างๆ คือ กลุ่มที่ทำเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลทุกสมัย มักจะติดอยู่เฉพาะประโยชน์ของตนเอง และพวกฟ้อง แม้แต่ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลปัจจุบัน ก็อาจไม่เอื้อต่อการทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายๆประการ

ดร.ณัฐพงศ์ จิตตนิรัตน์ คณะบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา ให้ข้อคิดเห็นว่า องค์กรภาคประชาชน คือ พลังสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะได้ทำจริง มีพัฒนาการที่เป็นองค์ความรู้ จึงควรที่จะทำ Mapping ว่ามีรูปธรรมความสำเร็จเรื่องอะไร อย่างไรบ้างอยู่ที่ไหนแต่ละเรื่องสะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อไหน และเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ ได้เรียนรู้ ซึ่งรูปธรรมความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การสร้างผลสะเทือน หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้างได้

จากการตรวจสภาพงานพัฒนาทั้งประเทศ ในการที่ยังไม่ได้ลงนามความร่วมมือเรื่อง SDGs แต่สำหรับชาวบ้านแล้ว มีสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่ตลอดเวลา และทำมาหลายปีแล้วมีรูปธรรมของการจัดการทรัพยากรทางทะเล การสร้างที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน การจัดการภัยพิบัติ การสร้างระบบสวัสดิการชุมชน ระบบสุขภาพชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยชุมชน และการรวมตัวเพื่อการจัดการตนเองของชุมชนในรูปแบบสภาองค์กรชุมชน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น SDGs ภาคประชาชนทั้งสิ้น

วันก่อนผมไปร่วมงาน “สมัชชาคนสตูล 6.0” หรือการจัดสมัชชาคนสตูล ครั้งที่ 6 ซึ่งการก่อเริ่มเดิมที มาจากการที่จังหวังสตูล คือ เป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญตามแผนพัฒนาภาคใต้ ได้แก่ การสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ปากบารา  และนิคมอุตสาหกรรมต่อเนื่องบนพื้นที่ร่วมหนึ่งแสนห้าหมื่นไร่ ซึ่งเรื่องนี้นำมาซึ่งการรวมตัวพูดคุยของคนสตูลในปี พ.ศ.2553 บนพื้นฐานแห่งความรัก ความเป็นห่วง ซึ่งกันและกัน ให้ชื่อว่า “รักจังสตูล”

รักจังสตูล มีฐานที่สำคัญคือเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสตูล เช่น สภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายชุมชนแก้ปัญหาที่ดิน เครือข่ายประมง เครือข่ายสวัสดิการชุมชน รวมทั้งพี่น้องนักพัฒนาเอกชนและภาคีอื่นๆ กลุ่มเหล่านี้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบ จากการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา การสร้างนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากรชายฝั่ง ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารทั้งบนบกและในทะเล ใช้เวลา 2 ปี จึงได้จัดสมัชชาคนสตูล ครั้งที่ 1 ขึ้น ในปี พ.ศ.2555 และทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็น ครั้งที่ 6

ข้อเสนอของสมัชชาทุกครั้งยังคงยืนยันหลักการเดิมก็คือ ให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแล และการพัฒนาท้องถิ่นที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านที่อยู่อาศัยที่ทำกิน ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืนของทรัพยากรทั้งบนบกและในทะเล โดยให้ทบทวนโครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นที่สตูลเสียใหม่

แต่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไม การพัฒนาตามโครงการดังกล่าวยังคงอยู่ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความต้องการของคนในท้องถิ่นและไม่ใช่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

171775.jpg

สำหรับ “สมัชชารักจังสตูล ครั้งที่ 6 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ยังคงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ให้รัฐทบทวนโครงการขนาดใหญ่ ที่เป็นเสมือนฝันร้ายของคนสตูลตลอดมา แต่ครั้งนี้มีข้อพิเศษอยู่ว่า คนสตูลเรียกร้องหรือเสนอให้ภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน มาร่วมสร้างเวทีกลางให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้กำหนดอนาคตคนสตูลไปด้วยกัน

เป้าหมายการพัฒนาแบบของชาวบ้านที่สตูลนั้นถือว่าเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่กล่าวไว้แล้วข้างต้นว่าในระดับประเทศ นั้นเป็นไปได้ยากเพราะติดเงื่อนไขหลายๆอย่าง ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร แต่ถ้าเป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ และมีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง เรื่องจบไปนานแล้ว

171777.jpg

171778.jpg

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter