playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                 18817634_1873603092684120_2096467324_o.jpg

 วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ หรือพอช.  สนับสนุนการสัมมนา “ยุทธศาสตร์ภาคใต้แห่งความสุขอย่างยั่งยืน” ที่ โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์  อ.หาดใหญ่สงขลา   โดยมีผู้นำองค์กรชุมชน   นักวิชาการ   นักพัฒนาและคนทำงานภาคประชาสังคมภาคใต้  ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พอช. เข้าร่วมกว่า 50 คน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนภาคใต้สู่ความสุขอย่างยั่งยืน ภายใต้สมัชชาประชาชนภาคใต้

             นายอัมพร แก้วหนู  ผู้อำนวยการภาคใต้ พอช. กล่าวถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคใต้แห่งความสุข ที่ต้องมาแลกเปลี่ยนและกำหนดเป้าหมายร่วมกัน  เพราะเป็นงานเปลี่ยนแปลงสังคมที่ใหญ่มาก  ยากที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง   ต้องอาศัยองค์ประกอบจากหลายฝ่าย  ที่ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมและวางแผนในเชิงยุทธศาสตร์  พร้อมยกตัวอย่างรัฐบาลเองยังกำหนดแผนพัฒนาประเทศเป็นแผน 20 ปี    ประชาชนภาคใต้ก็ควรต้องทำแผน 10 ปี 20 ปี

              ในเวทีสัมมนา ได้มีการทบทวนพัฒนาการ การเคลื่อนไหวของขบวนประชาชนเพื่อภาคใต้   ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไปมา  ซึ่งมีทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจภาคใต้   การขับเคลื่อนเรื่องพลังงาน  การปกป้องแหล่งผลิตทางอาหาร   การจัดงานสมัชชาคนใต้สร้างสุข  (กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้)  และเวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ ที่เคยกำหนดยุทธศาสตร์ภาคใต้ความสุขอย่างยั่งยืน ภายใต้ประเด็นร่วม 4 เรื่อง คือ  การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย  การรักษาและคุ้มครองแหล่งผลิตเพื่อความมั่นคงในเรื่องอาหาร   การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้พืชเศรษฐกิจหลักเช่น ข้าว ยางพารา ปาล์ม   เป็นต้น   โดยงานสำคัญดังกล่าวยังคงดำเนินการในระดับ องค์กร และเครือข่ายมากกว่าความร่วมมือของหลายภาคส่วนในระดับภาค  ซึ่งเป็นจุดอ่อนในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายของภาคประชาชนระดับภาค

             นายสุนทร  รักษ์วงศ์  สมาคมเกษตรกรสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้  กล่าวถึงสถานการณ์ของสังคมไทยขณะนี้ว่า เป็นช่วงที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อการลงทุน  ในขณะที่เกษตรกรยากลำบากมาก   รวมทั้งประเทศกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ  อยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานขั้นต่ำ  และเราติดกับคำว่ายุค  4.0 ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความหมาย  ซึ่งตนเห็นว่าการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ของรัฐบาล สำหรับเมืองไทยเป็นไปได้ยาก  การมุ่งแปลงใหญ่คือการส่งเสริมพืชเชิงเดี่ยว   ความจริงคนใต้อยู่ได้ด้วยพืชผสมผสาน  เช่นจ.ชุมพร มีพืชเศรษฐกิจหลายอย่างและ ทำให้เกษตรกรอยู่ได้     สำหรับการขับเคลื่อนภาคใต้แห่งความสุขตนเห็นว่าเราต้องก้าวข้ามสังคมแห่งความกลัว    ต้องมีการจัดทำแผนประชาชนภาคใต้   ต้องทำนโยบายแต่ละเรื่อง  และการจัดสมัชชาประชาชนภาคใต้ใน 14 จังหวัดเพื่อประมวลวาระและความต้องการในแต่ละจังหวัด และมีคณะทำงานทั้งทีปรึกษา คณะทำงานเชิงประเด็นและคณะทำงานกลาง

            ด้าน รศ.ดร.ณฐพงษ์  จิตร์นิรัตน์     คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวถึงสถานการณ์ในขณะนี้ว่า  สังคมไทยยังอยู่ภายใต้สถานการณ์สังคมแบบหวาดกลัว  ภายใต้อำนาจต่างๆ เช่นกม.มาตรา 44  ยังถูกใช้  สังคมยังถูกตรึงด้วยอำนาจพิเศษ    พื้นที่ของประชาชนสังคมยังแคบ   และช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนรัฐบาลใหม่  จะมีการอนุมัติโครงการพัฒนาและกฎหมายออกมามาก  แนวโน้มการขับเคลื่อนสังคมด้วยระบบราชการก็มีมากขึ้น  ภาคประชาชน ต้องมีแผนปฏิบัติการใน  3 ระดับคือ  1.สนามชุมชนและท้องถิ่น ต้องสร้างรูปธรรมและกิจกรรมการพัฒนา ให้มีกิจกรรมหล่อเลี้ยงชุมชน  2. สนามบนมีการเคลื่อนไหวเชิงโครงสร้าง และ การผลักดันนโยบายสู่กลไกต่างๆ  3.การสร้างสนามสังคมและวัฒนธรรม เช่นผู้สื่อข่าวพลเมือง ผู้สื่อข่าวชุมชน  รวมทั้งมีองค์กรที่ไม่โครงสร้างทำหน้าที่เป็นดุมเชื่อม  เชื่อมทุกกลุ่ม ทุกองค์กรของคนทำงานในภาคใต้โดยหมุนไปพร้อมๆกัน

              และ รศ.ดร.ณฐพงษ์  จิตร์นิรัตน์  มีข้อเสนอเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ภาคใต้แห่งความสุขว่า  1. ต้องมีกระบวนทัศน์พัฒนาที่เห็นภาพภาคใต้แห่งความสุข 2.การจัดทำแผนพัฒนาภาคประชาชน 20 ปี 3.การทำข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ เช่นเสนอต่อพรรคการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในวันข้างหน้า    นอกจากนี้จากนี้ควรมีสมัชชาย่อยที่มีเนื้อหาเฉพาะไม่ใช่สมัชชาใหญ่ที่ลอยจากความจริง    ซึ่งภาคประชาสังคมต้องแสดงบทบาทและเปล่งเสียงเพื่อถากถางสังคมไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

         ด้านผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี  นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  มีความเห็นต่อทิศทางยุทธศาสตร์ภาคใต้ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า  ให้มีแนวทางในการแก้ปัญหา 3 แนวทางคือ 1.การแก้ที่ระดับบนหรือเชิงนโยบาย  เพื่อการสื่อสารเจรจากับผู้นำเรื่องพื้นที่ความปลอดภัย 2. การแก้ที่ระดับกลาง เช่นการทำงานของภาคประชาสังคม การเคลื่อนงานเชิงเครือข่าย หนุนเสริมเชิงนโยบาย การสร้างตาข่ายนิรภัยรองรับ  3.การทำงานในระดับรากหญ้า ที่เป็นระดับชุมชน ตำบล หมู่บ้าน  ทั้งนี้ให้ใช้เครื่องมืออื่นๆ ในการแก้ปัญหาด้วย  เช่นการเคลื่อนที่ทางความรู้  ด้วยงานศึกษา งานวิจัย ตลอดจนความร่วมมือของสถาบันการศึกษา หรือนักวิชาการในภาคใต้   และใช้พลังการสื่อสารทั้งของสื่อหลัก สื่อทางเลือก สื่อชุมชนและสื่อออนไลน์  การขยายงานเครือข่าย  การสร้างพื้นที่กลางหรือพื้นที่สาธารณะ ที่ไม่ส่งเสริมความรุนแรง

         สำหรับประเด็นร่วมในการขับเคลื่อนภาคใต้แห่งความสุข  ได้แก่พัฒนาคุณภาพชีวิตด้านที่ดินทำกิน/ที่อยู่อาศัย การพัฒนาและคุ้มครองแหล่งผลิตทางอาหาร (พลังงาน)  การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้  เศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาเกษตรสุขภาวะ  การแก้ความขัดแย้งความรุนแรง  การศึกษาทางเลือก  เป็นต้น  ทั้งนี้จะมีการจัดทำแผนพัฒนาและข้อเสนอแต่ละเรื่องในระยะต่อไป

18817670_1873603356017427_1195897401_o.jpg

        ในช่วงสุดท้ายของการสัมมนา  ได้มีข้อสรุปจากเวทีเพื่อการขับเคลื่อนภาคใต้แห่งความสุข ที่มีพื้นที่กลางและกลไกประสานการขับเคลื่อน ภายใต้สมัชชาประชาชนภาคใต้  ที่มีเป้าหมายเพื่อ 1.เป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำผลไปสู่การทำงานในระดับเครือข่ายและพื้นที่ของตนเอง 2. เสริมพลังของภาคี เครือข่ายและการปฏิบัติการตามแผน  3.เป็นดุมล้อเชื่อมโยงภาคี เครือข่าย การเคลื่อนไหวที่สะท้อนตัวตน  อัตลักษณ์และวิถีของคนภาคใต้  โดยมีกลไกที่ทำหน้าที่หน้าที่เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย  มีการเก็บรวบรวมข้อมูลยุทธศาสตร์เพื่อการจัดงานสมัชชาประชาชนภาคใต้  ให้เป็นเวทีของการเปล่งเสียงที่มีการกำหนดวาระของคนใต้  (Setting agenda)  และไม่ควรทำวงเดียวควรมีสมัชชาทั้งระดับภาคและของ 14 จังหวัด องค์ประกอบของคณะทำงาน ในเบื้องต้นให้ตัวแทนจากผู้นำชุมชนในแต่ละโซนและผู้แทนของนักพัฒนาและประชาสังคมในภาค

18869886_1873603399350756_1092066253_o.jpg

อุดมศรี ศิริลักษณาพร  รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter