
วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ หรือพอช. สนับสนุนการสัมมนา “ยุทธศาสตร์ภาคใต้แห่งความสุขอย่างยั่งยืน” ที่ โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์ อ.หาดใหญ่สงขลา โดยมีผู้นำองค์กรชุมชน นักวิชาการ นักพัฒนาและคนทำงานภาคประชาสังคมภาคใต้ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พอช. เข้าร่วมกว่า 50 คน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนภาคใต้สู่ความสุขอย่างยั่งยืน ภายใต้สมัชชาประชาชนภาคใต้
นายอัมพร แก้วหนู ผู้อำนวยการภาคใต้ พอช. กล่าวถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคใต้แห่งความสุข ที่ต้องมาแลกเปลี่ยนและกำหนดเป้าหมายร่วมกัน เพราะเป็นงานเปลี่ยนแปลงสังคมที่ใหญ่มาก ยากที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง ต้องอาศัยองค์ประกอบจากหลายฝ่าย ที่ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมและวางแผนในเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมยกตัวอย่างรัฐบาลเองยังกำหนดแผนพัฒนาประเทศเป็นแผน 20 ปี ประชาชนภาคใต้ก็ควรต้องทำแผน 10 ปี 20 ปี
ในเวทีสัมมนา ได้มีการทบทวนพัฒนาการ การเคลื่อนไหวของขบวนประชาชนเพื่อภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไปมา ซึ่งมีทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจภาคใต้ การขับเคลื่อนเรื่องพลังงาน การปกป้องแหล่งผลิตทางอาหาร การจัดงานสมัชชาคนใต้สร้างสุข (กินอิ่ม นอนอุ่น บนแผ่นดินใต้) และเวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ ที่เคยกำหนดยุทธศาสตร์ภาคใต้ความสุขอย่างยั่งยืน ภายใต้ประเด็นร่วม 4 เรื่อง คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย การรักษาและคุ้มครองแหล่งผลิตเพื่อความมั่นคงในเรื่องอาหาร การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้พืชเศรษฐกิจหลักเช่น ข้าว ยางพารา ปาล์ม เป็นต้น โดยงานสำคัญดังกล่าวยังคงดำเนินการในระดับ องค์กร และเครือข่ายมากกว่าความร่วมมือของหลายภาคส่วนในระดับภาค ซึ่งเป็นจุดอ่อนในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายของภาคประชาชนระดับภาค
นายสุนทร รักษ์วงศ์ สมาคมเกษตรกรสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ กล่าวถึงสถานการณ์ของสังคมไทยขณะนี้ว่า เป็นช่วงที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อการลงทุน ในขณะที่เกษตรกรยากลำบากมาก รวมทั้งประเทศกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ อยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานขั้นต่ำ และเราติดกับคำว่ายุค 4.0 ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความหมาย ซึ่งตนเห็นว่าการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ของรัฐบาล สำหรับเมืองไทยเป็นไปได้ยาก การมุ่งแปลงใหญ่คือการส่งเสริมพืชเชิงเดี่ยว ความจริงคนใต้อยู่ได้ด้วยพืชผสมผสาน เช่นจ.ชุมพร มีพืชเศรษฐกิจหลายอย่างและ ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ สำหรับการขับเคลื่อนภาคใต้แห่งความสุขตนเห็นว่าเราต้องก้าวข้ามสังคมแห่งความกลัว ต้องมีการจัดทำแผนประชาชนภาคใต้ ต้องทำนโยบายแต่ละเรื่อง และการจัดสมัชชาประชาชนภาคใต้ใน 14 จังหวัดเพื่อประมวลวาระและความต้องการในแต่ละจังหวัด และมีคณะทำงานทั้งทีปรึกษา คณะทำงานเชิงประเด็นและคณะทำงานกลาง
ด้าน รศ.ดร.ณฐพงษ์ จิตร์นิรัตน์ คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวถึงสถานการณ์ในขณะนี้ว่า สังคมไทยยังอยู่ภายใต้สถานการณ์สังคมแบบหวาดกลัว ภายใต้อำนาจต่างๆ เช่นกม.มาตรา 44 ยังถูกใช้ สังคมยังถูกตรึงด้วยอำนาจพิเศษ พื้นที่ของประชาชนสังคมยังแคบ และช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนรัฐบาลใหม่ จะมีการอนุมัติโครงการพัฒนาและกฎหมายออกมามาก แนวโน้มการขับเคลื่อนสังคมด้วยระบบราชการก็มีมากขึ้น ภาคประชาชน ต้องมีแผนปฏิบัติการใน 3 ระดับคือ 1.สนามชุมชนและท้องถิ่น ต้องสร้างรูปธรรมและกิจกรรมการพัฒนา ให้มีกิจกรรมหล่อเลี้ยงชุมชน 2. สนามบนมีการเคลื่อนไหวเชิงโครงสร้าง และ การผลักดันนโยบายสู่กลไกต่างๆ 3.การสร้างสนามสังคมและวัฒนธรรม เช่นผู้สื่อข่าวพลเมือง ผู้สื่อข่าวชุมชน รวมทั้งมีองค์กรที่ไม่โครงสร้างทำหน้าที่เป็นดุมเชื่อม เชื่อมทุกกลุ่ม ทุกองค์กรของคนทำงานในภาคใต้โดยหมุนไปพร้อมๆกัน
และ รศ.ดร.ณฐพงษ์ จิตร์นิรัตน์ มีข้อเสนอเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ภาคใต้แห่งความสุขว่า 1. ต้องมีกระบวนทัศน์พัฒนาที่เห็นภาพภาคใต้แห่งความสุข 2.การจัดทำแผนพัฒนาภาคประชาชน 20 ปี 3.การทำข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ เช่นเสนอต่อพรรคการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในวันข้างหน้า นอกจากนี้จากนี้ควรมีสมัชชาย่อยที่มีเนื้อหาเฉพาะไม่ใช่สมัชชาใหญ่ที่ลอยจากความจริง ซึ่งภาคประชาสังคมต้องแสดงบทบาทและเปล่งเสียงเพื่อถากถางสังคมไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
ด้านผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีความเห็นต่อทิศทางยุทธศาสตร์ภาคใต้ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ให้มีแนวทางในการแก้ปัญหา 3 แนวทางคือ 1.การแก้ที่ระดับบนหรือเชิงนโยบาย เพื่อการสื่อสารเจรจากับผู้นำเรื่องพื้นที่ความปลอดภัย 2. การแก้ที่ระดับกลาง เช่นการทำงานของภาคประชาสังคม การเคลื่อนงานเชิงเครือข่าย หนุนเสริมเชิงนโยบาย การสร้างตาข่ายนิรภัยรองรับ 3.การทำงานในระดับรากหญ้า ที่เป็นระดับชุมชน ตำบล หมู่บ้าน ทั้งนี้ให้ใช้เครื่องมืออื่นๆ ในการแก้ปัญหาด้วย เช่นการเคลื่อนที่ทางความรู้ ด้วยงานศึกษา งานวิจัย ตลอดจนความร่วมมือของสถาบันการศึกษา หรือนักวิชาการในภาคใต้ และใช้พลังการสื่อสารทั้งของสื่อหลัก สื่อทางเลือก สื่อชุมชนและสื่อออนไลน์ การขยายงานเครือข่าย การสร้างพื้นที่กลางหรือพื้นที่สาธารณะ ที่ไม่ส่งเสริมความรุนแรง
สำหรับประเด็นร่วมในการขับเคลื่อนภาคใต้แห่งความสุข ได้แก่พัฒนาคุณภาพชีวิตด้านที่ดินทำกิน/ที่อยู่อาศัย การพัฒนาและคุ้มครองแหล่งผลิตทางอาหาร (พลังงาน) การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ เศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาเกษตรสุขภาวะ การแก้ความขัดแย้งความรุนแรง การศึกษาทางเลือก เป็นต้น ทั้งนี้จะมีการจัดทำแผนพัฒนาและข้อเสนอแต่ละเรื่องในระยะต่อไป

ในช่วงสุดท้ายของการสัมมนา ได้มีข้อสรุปจากเวทีเพื่อการขับเคลื่อนภาคใต้แห่งความสุข ที่มีพื้นที่กลางและกลไกประสานการขับเคลื่อน ภายใต้สมัชชาประชาชนภาคใต้ ที่มีเป้าหมายเพื่อ 1.เป็นพื้นกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำผลไปสู่การทำงานในระดับเครือข่ายและพื้นที่ของตนเอง 2. เสริมพลังของภาคี เครือข่ายและการปฏิบัติการตามแผน 3.เป็นดุมล้อเชื่อมโยงภาคี เครือข่าย การเคลื่อนไหวที่สะท้อนตัวตน อัตลักษณ์และวิถีของคนภาคใต้ โดยมีกลไกที่ทำหน้าที่หน้าที่เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย มีการเก็บรวบรวมข้อมูลยุทธศาสตร์เพื่อการจัดงานสมัชชาประชาชนภาคใต้ ให้เป็นเวทีของการเปล่งเสียงที่มีการกำหนดวาระของคนใต้ (Setting agenda) และไม่ควรทำวงเดียวควรมีสมัชชาทั้งระดับภาคและของ 14 จังหวัด องค์ประกอบของคณะทำงาน ในเบื้องต้นให้ตัวแทนจากผู้นำชุมชนในแต่ละโซนและผู้แทนของนักพัฒนาและประชาสังคมในภาค

อุดมศรี ศิริลักษณาพร รายงาน





