playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

18817527 10209578761845295 1685185038 o

คณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งคณะทำงานจังหวัดหนุนจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล เป้าหมาย 506 ตำบล จัดทีมเตรียมงานสมัชชาพลเมืองภาคอีสาน พร้อมเตรียมเสนอประเด็นวิจัยร่วมโครงการกับ สกว.

มหาสารคาม/ 31 พฤษภาคม 2560 คณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชุมครั้งที่ 2/2560 ณ ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยมีคณะอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมประชุม ประมาณ 30 คน เพื่อหารือแนวทางในการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

ชาติวัฒน์ ร่วมสุข ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สรุปผลจากการหารือถึงแนวทางการสนับสนุนการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ภาคอีสาน โดยระบุว่า 1) คณะอนุฯชุดนี้จะมอบหมายคณะทำงาน (วอร์รูม) แต่ละจังหวัด จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัด 5-7 คน โดยให้ส่งรายชื่อทีมงานจังหวัดภายในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ โดยคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเตรียมการทำหนังสือมอบหมายคณะทำงานฯ พร้อมเตรียมหนังสือขอความร่วมมือกับอธิบดีกรมการปกครองท้องถิ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการของพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคีการพัฒนา ในการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล

2) เสนอให้แต่ละจังหวัดออกแบบแผนการปฏิบัติการจัดตั้งอย่างเข้มข้นให้สำเร็จภายในเดือนกรกฎาคม โดยให้ดำเนินการคีย์เข้าระบบให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 28 สิงหาคม 2560  และ 3) ให้แต่ละจังหวัดออกแบบบริหารจัดการงบประมาณในการดำเนินการจัดตั้ง โดยให้คำนึงถึงงบประมาณในการเริ่มต้นการประชุมของสภาองค์กรชุมชนตำบลที่จดแจ้งใหม่ครั้งแรกด้วย

ชูชาติ ผิวส่วาง คณะอนุกรรมการฯ เสนอต่อที่ประชุมว่า ในการดำเนินการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลที่เหลือในพื้นที่ภาคอีสาน ตำบลที่เหลืออยู่ ถือว่าเป็นตำบลที่โหด หิน คุยยาก การจดแจ้งจัดตั้งสภาฯ ที่ผ่านมาเป็นตำบลที่เราได้ทำงานร่วม มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์จึงทำให้การจดแจ้งเกิดขึ้นได้ง่าย หากเราจะทำให้ครบทั้งภาคอีสานในปี 2562 ที่ผ่านมาสำนักสนับสนุนกิจการสภาฯได้ประสานให้ท่านประธานกรรมการ พอช.ได้ทำหนังสือถึงขอความร่วมมือในการจดแจ้งจัดตั้งถึงอธอิบดีกรมการปกครอง ซึ่งทำให้เกิดความตื่นตัวของจังหวัด และอำเภอ แต่ก็มีข้อกังวลว่า ในโอกาสที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นสถานการณ์ ที่นักการเมือง หรือท้องถิ่น จะช่วงชิงการนำในการจดแจ้งจัดตั้งเพื่อเป็นฐานทางการเมือง หรืออื่นใด 

เมื่อลองพิจารณาหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ตามหนังสือคำสั่งแต่งตั้ง ข้อ 2.3 ในการทำหน้าที่ในการประสานงานกับภาครัฐ จึงเสนอให้ออกแบบตั้งคณะทำงานจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนประจำจังหวัด เพื่อเป็นเครื่องมือในการเดินทางไปคุยกับทางจังหวัด อำเภอ เป็นใบเบิกทาง รับรองพี่น้อง ป้องกันนักการเมือง ข้าราชการมาปู้ยี้ปู้ยำ 

ทองใบ สิงสีทา ผู้จัดการสำนักเลขานุการสภาองค์กรชุมชน กล่าวถึง เจตนารมณ์สภาฯ ที่มุ่งหวังให้พี่น้องเข้มแข็ง คณะทำงานในระดับชาติก็คิดกันว่าทำอย่างไรให้พี่น้องสามารถกุมสภาพพื้นที่ ในการกำหนดทิศทางจังหวัด และทิศทางตำบล ไม่ยอมให้ใครมากำหนดทิศทางการพัฒนาแทน เป็นหลักการสำคัญ คือเราต้องคุมสภาพพื้นที่ให้ได้ เพราะเราไม่เชื่อระบบการเมืองตัวแทน ทำอย่างไรให้เกิดการเมืองภาคพลเมือง ในการสร้างนโยบายสาธารณะ กำหนดทิศทางการพัฒนาตำบล จังหวัด นี่เป็นเหตุผลเบื้องต้นในการสร้างกลไกของภาคประชาชนให้เต็มพื้นที่

ที่ภาคอีสาน ถือว่ามีความเข้มข้นมากกว่าภาคอื่นๆ ที่มีฐานการคิดในเรื่องการมีส่วนร่วมในการพัฒนา และความต้องการที่จะลุกขึ้นมากำหนดการพัฒนา ในขณะที่ประธานสภาฯ ชาติ ได้ไปคุยกับทาง สปท. ว่าสภาฯ จะขอมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ หลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เพื่อผลักดันไปตามเจตนารมณ์ของสภาองค์กรชุมชนตำบล  

ที่ผ่านมา สำนักสนับสนุนสภาฯ ตรงกลาง ได้ประสานให้กรมการปกครองได้ส่งหนังสือไปถึงผู้ว่าใน 35 จังหวัด หลังจากมีหนังสือไปถึงจังหวัด ทั้งปลัดอำเภอ หน้าห้องผู้ว่าฯ ก็ถามมาหลายสาย ตรงกลางจึงได้มีหนังสือแจ้งอีกฉบับตอบกลับ ส่งรายชื่อ ผู้อำนวยการภาค ผู้ช่วย ผอ.ภาค ในการประสานงาน และนอกจากนั้น สำนักสนับสนุนฯ กำลังพิมพ์ พ.ร.บ. เพิ่มอีก 2 หมื่นฉบับ และจะจัดส่งมาให้อีสาน 5,000 ฉบับ ภายในเดือนมิถุนายนนี้

และอีกเรื่องที่มีเสียงสะท้อนว่าเอกสารในการจดแจ้งจัดตั้งมีหลายส่วนมาก จึงมีการจะปรับใหม่ให้สอดคล้องกับระบบโปรแกรม จะตัดส่วนที่ไม่ใช้ออกให้เหลือในส่วนที่จำเป็น เพราะที่ผ่านมาการจดแจ้งใช้เวลานาน กระบวนการอาจเริ่มจากการคุยทุกตำบล แล้วนัดมาคุยในระดับอำเภอ เพื่อจดแจ้งแบบปูพรมทั้งอำเภอ แต่ก็มีความเป็นห่วงว่า หลายสภาฯ ทางท้องที่เข้ามามีบทบาทในการจดแจ้งจัดตั้งมาก หลายพื้นที่กำนันเป็นประธานสภาฯ

ในอนาคตงานสภาฯ ภายในปี 62 พอช.ต้องสนับสนุนการจัดตั้งให้เต็มทุกตำบล ที่เหลืออยู่ประมาณ 2 พันแห่ง เมื่อเต็มแล้วจะเทน้ำหนักในเรื่องการสร้างความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชน ภายใน 5 ปี ถ้ายังตั้งไม่เต็มก็จะสาละวนกับการจัดตั้ง แต่จังหวัดที่เต็มแล้วก็จะเดินหน้าในเรื่องการสร้างความเข้มแข็ง การสร้างศักยภาพงานสภาฯ และจะเป็นงานพัฒนาศักยภาพคน หากจังหวัดไหนช้าก็จะวุ่นกับเรื่องการจัดแจ้ง ปีนี้เป็นโอกาสที่จะจัดตั้งสภาฯ ให้เต็ม ทำให้เต็มที่ อีกเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่คือ จังหวัดจัดการตนเอง ที่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ ถ้าเราจัดตั้งได้เต็มเราก็จะเดินหน้าผลักดันในเรื่องนี้ต่อไป

วิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค (ปฏิบัติการพื้นที่) กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลเรามักไปไม่ถึงเป้าหมาย ปีนี้การจัดตั้งสภาฯ ในภาคอีสาน ตั้งเป้าหมายไว้ 348 ตำบล ที่เราได้รับงบประมาณมา แต่ที่เราตั้งเป้าหมายไว้เมื่อสรุปข้อมูลกันวันนี้มีเป้าหมาย 506 ตำบล มีจังหวัดที่จัดตั้งเต็มพื้นที่แล้วคืออำนาจเจริญ และยโสธร เหลืออีกเพียง 1 ตำบล

อย่างไรก็ตามในปี 2562 เราต้องตั้งสภาฯให้ทั่วประเทศ เต็มพื้นที่ภาคอีสาน จากเงื่อนไขที่มาจากสำนักงบประมาณฯ ส่วนตัวเลข 348 ตำบล เป็นตัวชี้วัดของสถาบันฯ ปีนี้ สำนักงบประมาณได้ตั้งการวัดไว้ว่าหากต่ำกว่าเป้าหมาย ถือว่าตก ไม่ได้จัดแบ่งลำดับการให้คะแนน ในโอกาสที่อธิบดีกรมการปกครองทำหนังสือถึงผู้ว่า 14 จังหวัดในภาคอีสาน และหนังสือลงไปถึงอำเภอแล้ว ในเรื่องความร่วมมือในการจดแจ้งจัดตั้ง เราสามารถขยับแบบปูพรมได้เต็มพื้นที่ สามารถสื่อสารขยับเผื่อไปถึงในปีหน้าได้ด้วย

ในทางยุทธศาสตร์การขยายฐานสภาองค์กรชุมชน เป็นโอกาสที่พี่น้องตั้งเป้าไปให้ถึงจังหวัดจัดการตนเอง เป็นโอกาสของขบวนในระดับตำบล และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ในระดับจังหวัด หลายพื้นที่ใช้กลไกอำเภอ กลไกโซน จัดทีมงานเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ ประเด็นสำคัญคือเราต้องเปลี่ยนสถานการณ์เป็นการรุกแบบสร้างสรรค์ ใช้เงื่อนไขนี้เป็นการรุกในการสื่อสารถึงอำเภอ จังหวัด โดยมีประเด็นชวนคิดว่าจัดทีมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ใช้กลไกการแบ่งโซนการทำงานอย่างไร จะใช้กลยุทธ์ในการจดแจ้งจัดตั้งทำอย่างไร ใช้คนน้อย ใช้เวลาสั้น รวมทั้งในการบริหารจัดการงบประมาณ ค่าดำเนินการ ค่าจัดประชุม และทุนประเดิมสภาองค์กรชุมชนใหม่จะเป็นอย่างไร  

ควรมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการ หรือวอร์รูม เพื่อติดตามวิเคราะห์ สถานการณ์ของจังหวัด ที่มีองค์ประกอบจากสภาฯจังหวัด ประธานขบวน กองเลขา เจ้าหน้าที่ พอช. ใช้การสื่อสารผ่านไลน์ เพื่อรับรู้สถานการณ์ร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายการจัดตั้งภายในสิงหาคมนี้

ทั้งนี้คณะกรรมการดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติม ที่ประกอบด้วยนายนีณวัฒน์ เคนโยธา คณะอนุกรรมการฯ และแต่งตั้ง นายพิชิต พิทักษ์, นายประจักษ์ อาษาธง และนายสุเมธ ปานจำลอง เป็นที่ปรึกษา

นอกจากนี้ยังมีการสรุปบทเรียนเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำจังหวัด การพัฒนาผู้นำยังมีความสำคัญในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน คนที่เข้ามาไม่ใช่แกนนำหลัก ตัวเนื้อหาหลักสูตรแกนนำแถวสอง-สาม ไม่เข้าถึงเนื้อหา ต่อไปจะเป็นเวทีในระดับตำบล ใน 5 กลุ่มจังหวัด 5 เวที การคัดเลือกตัวแทนระดับตำบลควรให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาศักยภาพ

อีกทั้งยังมีการเตรียมการสมัชชาภาคอีสาน การจัดทำประเด็นสาธารรณะ และข้อเสนอเชิงนโยบายภาคอีสาน ต่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ โดยตั้งคณะทำงานเตรียมงานสมัชชาพลเมืองภาคอีสาน แบ่งฝ่ายคณะทำงาน 5 คณะ ประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายพิธีการ และฝ่ายสื่อนิทรรศการ รวมทั้งยังได้หารือถึงการวิจัยที่จะร่วมกับ สกว. โดยจะมีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายนนี้ 

 

18817806 10209578762165303 1938749217 o18818034 10209578761885296 1602772504 o18818236 10209578762205304 248130315 o18836310 10209578761965298 802522470 o18838778 10209578761925297 389872646 o

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter