สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) สำนักงานภาคเหนือ และเครือข่ายกลุ่มคนไร้บ้านเชียงใหม่ จัดพิธีลงเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านเชียงใหม่ โดยมี รมต.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานในพิธี
วันนี้(1 มิ.ย.60) เวลาประมาณ 08.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เดินทางให้เกียรติ์มาเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ และเครือข่ายสลัมสี่ภาค ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ที่ตั้งโครงการฯ ถนนสุริยวงค์ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ครม.ได้มีมติอนุมัติงบประมาณจำนวน 118.60 ล้านบาท ดำเนินการในปีงบประมาณ 2560-2561 ประกอบด้วยการสร้างศูนย์พักอาศัยคนไร้บ้านที่กรุงเทพฯ ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ขอนแก่น และจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต จัดสวัสดิการช่วยเหลือคนไร้บ้าน และสำรวจข้อมูลคนไร้บ้านเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เป็นหน่วยงานหลักดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายสลัมสี่ภาค จึงได้เริ่มดำเนินการนำร่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่แรก และได้มีการจัดหาและซื้อที่ดินผืนนี้ ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 330 ตารางวา จำนวนเงิน 19 ล้านบาท และ ครม.อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอาคารที่พักอีกประมาณ 6 ล้านบาท รวมงบประมาณที่ ครม.อนุมัติทั้งสิ้นประมาณ 26.4 ล้านบาท
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมต.พม.กล่าวว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยี่ยม และได้มาพิธีลงเสาเอก ของศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแนวนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการวางยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้าไว้ว่า พี่น้องประชาชนต้องมีที่อยู่อาศัยอย่างครบถ้วน ประชาชนคนไทยอยู่ที่ประมาณ 25 ล้านครัวเรือน ที่มีความขาดแคลนอยู่ประมาณ 4 กว่าล้านครัวเรือน จะต้องมีบ้านอยู่อย่างครบถ้วนทุกคน และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พอช. กับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามแนวทางประชารัฐทะลุไปได้กว่า 9 ชุมชน 800 กว่าครัวเรือน เป็นสิ่งที่เราขับเคลื่อนไป ค่อนข้างเยอะมากด้วยความยากลำบาก
ในส่วนของพี่น้องคนไร้บ้าน เร่ร่อน ขอทาน พล.ต.อ.อดุลย์ยังกล่าวย้ำอีกว่าจะไม่ทิ้ง และได้วางยุทธศาสตร์ขึ้นมารองรับเรื่องนี้ 4 หน่วย ซึ่งมีการมอบหมายให้ พอช. เข้ามาดูแลปัญหาคนไร้บ้านให้มีที่อยู่อาศัยรองรับพี่น้องอยู่อย่างมั่นคงต่อไป
นายนรินทร์ เอื้ออมรรัตน์ ตัวแทนเครือข่ายคนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงาน และขอบคุณรัฐมนตรีที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี ตนเองและพี่น้องรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลที่เห็นความสำคัญของปัญหาคนไร้บ้าน โดยที่ผ่านมาตนเองและพี่น้องคนไร้บ้านเชียงใหม่พยายามเรียกร้องผลักดันร่วมกับเครือข่ายมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้ว ต้องทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ทนกิน นอนในที่สาธารณะ วันนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตใหม่ให้กับพี่น้องคนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะได้มีบ้านมีที่ดิน และได้พัฒนาศักยภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่มั่นคงขึ้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตในอนาคตข้างหน้า
ด้านนายสมพร หารพรม กองเลขาเครือข่ายสลัมสี่ภาค ได้กล่าวว่า “กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ทางเครือข่ายได้ทำงานร่วมกับพี่น้องคนไร้บ้านมาอย่างยาวนาน เนื่องจากปัญหาของกลุ่มคนไร้บ้านเป็นปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน คนไร้บ้านบางคนอาจจะไม่ได้เจอเฉพาะปัญหาครอบครัวอย่างเดียวบางคนเจอปัญหาต่างๆ เข้ามากดทับ เช่น มีความพิการ การถูกเลือกปฏิบัติ การเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือหลายคนมีปัญหาเรื่องบัตร เพราะคนไร้บ้านมักจะทำบัตรประชาชนหายกันบ่อย บางคนไม่ได้ติดต่อกับทางราชการมานานหลายปีทำให้ไม่มีบัตรประชาชนเป็นเวลานาน เมื่อไม่มีบัตรประชาชนปัญหาอื่นก็จะตามมา เช่น การเข้าถึงสิทธิเรื่องบัตรทอง สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิคนพิการ เป็นต้นดังนั้นเวลาที่เข้าไปทำงานเราไม่ได้เข้าไปพูดคุยเรื่องที่อยู่อาศัยหรือพูดคุยเรื่องสิทธิเลย แต่จะเป็นเรื่องทำอย่างไรที่จะให้คนไร้บ้านเปิดใจ ไว้ใจและเราสามารถเข้าถึงเขาได้ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้เขาได้ เพราะเราเชื่อว่าแต่ถ้ามีศูนย์พักชั่วคราวที่เขาใช้เวลาในการตั้งหลักชีวิตเพื่อเริ่มกลับคืนสู่สังคมได้
ปัญหาของกลุ่มคนไร้บ้านไม่ได้มีเฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น เครือข่ายสลัมสี่ภาคได้มีการสำรวจตามหัวเมืองใหญ่ในภาคต่างๆ เช่น ภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่าคนไร้บ้านในเชียงใหม่มีทั้งหมดประมาณ 194 คน จึงเป็นที่มาของการรวมกลุ่มคนไร้บ้านขึ้น และได้พากันไปแลกเปลี่ยนดูงานการเปิดศูนย์บางกอกน้อย ซึ่งสร้างเสร็จประมาณปี 2551 ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับพี่น้องคนไร้บ้านเชียงใหม่ในการเห็นพลังของการรวมกลุ่มกันและพัฒนาให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงขึ้น จึงเป็นที่มาของการตั้งศูนย์ประสานงานหรือที่พักพิงชั่วคราวโดยการเช่าอาคารเพื่อทำเป็นศูนย์ที่พักซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนลอยเคราะห์เป็นจุดแรกเพื่อเป็นการทดลองให้พี่น้องคนไร้บ้านเข้ามาอยู่อาศัยรวมกันและได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการกลุ่มมาเรื่อยๆ จนเป็นที่มาของการเสนอให้มีการจัดหาพื้นที่เพื่อก่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านเชียงใหม่ขึ้น โดยการผลักดันข้อเสนอนี้กับรัฐบาลตั้งแต่ปี 2555 ร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย แต่การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่คนไร้บ้านก็หยุดชะงักลงชั่วคราวเนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และกลุ่มคนไร้บ้านก็ได้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move จนได้มติ ครม.แต่ก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เนื่องจากติดเงื่อนไขของ ครม.ให้พิจารณาจัดหาที่ดินของรัฐหรือที่ราชพัสดุมาดำเนินการก่อนเป็นอันดับแรก แต่ท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็ไม่สามารถจัดหาที่ดินของรัฐมาดำเนินการได้
พอมาถึงยุครัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส จึงได้มีมติ ครม.ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนไร้บ้านในพื้นที่กรุงเทพ ขอนแก่น และเชียงใหม่ โดยได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายสลัมสี่ภาค จึงได้เริ่มดำเนินการนำร่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่แรก
สาเหตุที่เลือกพื้นที่ตั้งศูนย์ในบริเวณซอยสุริยวงค์ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเมืองเชียงใหม่การเดินทางไปมาสะดวก และไม่ไกลจากแหล่งทำมาหากินของพี่น้องคนไร้บ้านซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเก็บของเก่า และรับจ้างทั่วไป และถ้าหากที่ตั้งศูนย์ตั้งอยู่นอกเมืองก็จะทำให้การเดินทางลำบาก
การริหารจัดการศูนย์คนไร้บ้านเป็นเรื่องที่ทางเครือข่ายกลุ่มคนไร้บ้านได้มีการเตรียมการและทดลองปฏิบัติการจัดการมาแล้วระยะหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ได้เช่าอาคารที่พักพิงชั่วคราวที่ถนนลอยเคราะห์แล้ว ดังนั้นการบริหารจัดการจึงเน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการเรื่องน้ำ ,ไฟ พี่น้องที่เข้ามาพักอาศัยต้องร่วมกันรับผิดชอบ นอกจากนี้สมาชิกที่เข้ามาอยู่ใหม่จะต้องผ่านกระบวนการจัดตั้ง สร้างความเข้าใจ และการคัดกรองกันมาก่อนแล้ว
ปัจจุบันภาพรวมของคนไร้บ้านเชียงใหม่ที่ได้มีการสำรวจทั้งหมด 194 คน โดยสามารถจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้
1.กลุ่มคนไร้บ้านที่เป็นสมาชิกเครือข่ายและพร้อมที่จะเข้าพักในศูนย์ฯ จำนวน 20 คน
2.สมาชิกกลุ่มย่อยที่อาศัยอยู่ข้างนอกและยังไม่พร้อมที่จะเข้ามาอยู่อาศัยในศูนย์ฯ จำนวน 8 คน
3.กลุ่มคนไร้บ้านที่เครือข่ายจะต้องไปจัดตั้งสร้างความเข้าใจอีกจำนวน 171 คน
นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ กล่าวว่า ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ มีเป้าหมายสำคัญที่จะสร้างชุมชนให้กับคนไร้บ้านด้วยการฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ชุมชน สังคมและที่อยู่อาศัย โดยมีหลักการสำคัญคือ 1) ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจะเป็นศูนย์ “ตั้งหลักชีวิต” 2) โดยมีดำเนินการสำรวจข้อมูลคนไร้บ้าน 3) เชื่อมโยงสร้างความร่วมมือ และ 4) รับรองกลุ่มฯให้ได้รับการช่วยเหลือ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสังคม
โดยความก้าวหน้าในการดำเนินการ พอช.ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 26,634,000 บาท ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินจำนวน 1 แปลง ขนาดเนื้อที่ 330 ตารางวา สามารถรองรับผู้เดือดร้อนจำนวน 80 คน ส่วนการออกแบบอาคารและผังรวมของศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านแห่งใหม่นั้น ศูนย์ฯ แห่งนี้จะมีห้องนอนรวม 5 ห้องสำหรับคนที่ไม่มีรายได้, 17 ห้องสำหรับคนที่มีรายได้หรืออยู่ประจำ และ 18 ห้องสำหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่โครงการบ้านมั่นคงในอนาคต เปลี่ยนจากคนไร้บ้าน เป็นคนที่มีบ้านและมีครอบครัวที่อบอุ่นต่อไป
ปุญญ





