อุทัยธานี/ พอช.และหน่วยงานภาคีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุน “ระบำโมเดล” พัฒนาที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯ ครบวงจรที่ตำบลระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ประเดิมสร้างบ้านเฟสแรก 16 หลัง ใช้งบ 870,000 บาท จากทั้งหมด 332 ครอบครัว 8 ชุมชน บนที่ดิน สปก. 3,239 ไร่ โดยยึดหลักคิด ‘สร้างคน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกกระบวนการ’
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สงวนหวงห้ามของรัฐ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2557 เพื่อสำรวจและจัดหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีความเดือดร้อน โดยในปี 2558 จังหวัดอุทัยธานีได้รับมอบพื้นที่สวนป่าห้วยระบำ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เนื้อที่ประมาณ 3,239 ไร่เศษ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงว่างที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยใช้ประโยชน์และหมดสัญญาเช่าจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) มาดำเนินการจัดให้เกษตรกรในลักษณะแปลงรวม จำนวน 486 แปลงนั้น
ล่าสุดวันนี้ (10 มิถุนายน) ที่ชุมชนอริโยทัย 6 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการบ้านมั่นคงชนบทตำบลระบำ ระหว่างนายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสำนักงานภาคกลางและตะวันตก กับตัวแทนสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี อบต.ลานสัก เครือข่ายบ้านมั่นคงชนบท โดยมีนายอำเภอลานสัก สมาชิกสหกรณ์ฯ และตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานได้ช่วยกันลงแรงสร้างบ้านให้แก่สมาชิกสหกรณ์ 1 หลัง
นายแสนสุข ป้องสนาม ประธานกรรมการสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำจำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ฯ มีสมาชิกจำนวน 332 คน โดยแต่ละคน (ครอบครัว) ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินรายละ 4 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา และที่ดินสำหรับปลูกบ้านรายละ 150 ตารางวา โดยที่ดินตั้งอยู่ที่ตำบลระบำ เนื้อที่ทั้งหมด 3,239 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา แบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 ชุมชน จำนวน 486 แปลง โดยขณะนี้มีชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2559 ที่ผ่านมา จำนวน 3 ชุมชน ส่วนที่เหลือจะทยอยเข้ามาปลูกสร้างบ้านและทำกินต่อไป
“เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นพื้นที่เช่าปลูกต้นยูคาลิปตัส เมื่อหมดสัญญา สำนักงานปฏิรูปที่ดินจึงนำมาจัดสรรให้ประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกินและบุกรุกที่ดินของรัฐในจังหวัดอุทัยธานี โดยมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้การสนับสนุน ทั้งเรื่องถนน ไฟฟ้า น้ำประปา รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพดิน เพราะที่ดินเดิมมีสภาพเสื่อมโทรม เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่ปลูกยูคาฯ มาก่อน อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอน เก็บน้ำไม่อยู่ โดยสหกรณ์จะสนับสนุนให้สมาชิกปลูกพืชระยะสั้น เป็นพืชหมุนเวียน เพื่อให้มีรายได้ เช่น พริก พืชสวนครัว มะนาว ไผ่ นอกจากนี้ก็จะส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เช่น เลี้ยงปลา กบ และวัว ส่วนเรื่องการก่อสร้างบ้านนั้น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจะให้การสนับสนุน” นายแสนสุขกล่าว และบอกว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมามอบที่ดินให้แก่สมาชิกสหกรณ์ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผอ.พอช.กล่าวว่า พอช.สนับสนุนงบประมาณสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิกสหกรณ์ในช่วงแรกจำนวน 16 หลัง งบประมาณรวม 870,000 บาท ขณะนี้สร้างเสร็จไปแล้ว 1 หลัง ส่วนที่เหลืออีก 15 หลังสมาชิกสหกรณ์จะช่วยกันก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ พอช.มีแผนงานที่จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 332 ครัวเรือน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562
“นอกจากการสร้างบ้านแล้ว พี่น้องก็จะต้องมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพ และรายได้ เพื่อนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็งตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ซึ่งการที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงได้ พี่น้องก็จะต้องมี ‘4 ส’ คือ 1.การสร้างฝันร่วมกัน เพื่อให้เกิดพลังร่วมกัน 2.การมีส่วนร่วม ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ เช่น การสร้างบ้าน พอช.มีงบให้หลังละ 40,000 บาท ซึ่งอาจเป็นเงินที่ไม่มากนัก แต่หากพวกเราช่วยกันสร้างบ้านก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้บ้านสร้างเสร็จได้เร็ว 3.มีความสามัคคี และ 4. มีหน่วนงานต่างๆ มาร่วมสนับสนุน” นายสมชาติกล่าว
ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจะสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้าน (ไม่เกินครัวเรือนละ 40,000 บาท) งบอุดหนุนสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัย งบในการบริหารจัดการ รวมทั้งหมดไม่เกินครัวเรือนละ 72,000 บาท
ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอุทัยธานี (คทช.จังหวัด) ได้สำรวจจัดทำข้อมูลที่ดิน เพื่อคัดกรองเกษตรกร และจัดที่ดินให้ผู้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยได้รับมอบพื้นที่สวนป่าห้วยระบำ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เนื้อที่ประมาณ 3,239-2-39 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงว่างที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(ออป.) เคยใช้ประโยชน์และหมดสัญญาเช่าจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2558 มาดำเนินการจัดให้เกษตรกรในลักษณะแปลงรวม ไม่ให้กรรมสิทธิ์ โดยให้บริหารจัดการที่ดินในรูปแบบกลุ่มหรือสหกรณ์ รวมทั้งจัดทำแผนบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดิน โดยวางผังพื้นที่โครงการฯ เป็น 8 ชุมชน จำนวน 486 แปลง มีรายละเอียดของการใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการฯ คือ
1.ที่อยู่อาศัย 8 ชุมชน จำนวน 486 แปลงๆ ละ 0-1-50 ไร่ เนื้อที่ประมาณ 183-0-92 ไร่ 2. แปลงเกษตรกรรม 8 ชุมชน จำนวน 486 แปลงๆ ละ 4-2-50 ไร่ เนื้อที่ประมาณ 2,189-3-92 ไร่ 3.พื้นที่กันไว้เป็นส่วนกลาง เนื้อที่ประมาณ 866-1-52 ไร่ (พื้นที่ไว้เป็นส่วนกลาง ส่วนราชการ เนื้อที่ประมาณ 217-3-44 ไร่ /พื้นที่สาธารณูปโภค เนื้อที่ประมาณ 648-2-08 ไร่)
ส่วนเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย 1. ผู้ที่ถูกผลักดันและอพยพออกจากพื้นที่ป่าต้นน้ำและป่าอนุรักษ์ที่สำคัญ
2. ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามโครงการของทางราชการที่สูญเสียที่ดินทำกิน 3. เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินที่ขอรับการจัดที่ดินที่มีถิ่นที่อยู่ในท้องที่ที่จะจัดที่ดิน และได้ขึ้นทะเบียนกับ สปก. หรือ หน่วยงานอื่นๆ
ส่วนกลุ่มเป้าหมายการจัดที่ดินให้เกษตรกรในโครงการฯ จำนวน 486 ราย คือ 1. เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทุ่งแฝก ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จำนวน 18 ราย เนื้อที่ 256-0-00 ไร่ 2.เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่วนอุทยานห้วยคต อำเภอห้วยคต จำนวน 126 ราย เนื้อที่ 2,143-0-00 ไร่ 3.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี ปี 2553-2558 จำนวน 9,218 ราย และดำเนินการจัดให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตำบลลานสักและตำบลระบำ ที่มีคุณสมบัติผ่านความเห็นชอบโดย คทช.จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 332 ราย ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 154 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา
ทั้งนี้ที่ผ่านมา สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี แกนนำชุมชน ได้หารือร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์ชุมชน ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยควบคู่กับการสร้างคน สร้างชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเอง และบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคี โดยมีหลักคิดสำคัญในการทำงานร่วมกันคือ ‘สร้างคน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกกระบวนการ เริ่มจากร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผิดชอบ’
โดยมีมีทิศทางและแนวทางสำคัญในการทำงานร่วมกันดังนี้ 1.ส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 2.สนับสนุนยกระดับความรู้ความสามารถให้มีทักษะในการพัฒนา ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเองให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 3.สร้างกลไกเชื่อมโยงคณะทำงาน ทั้งในพื้นที่และเครือข่ายองค์กรชุมชนในภาคส่วนต่าง ๆ
4.ส่งเสริมสนับสนุนการออมทรัพย์และสร้างทุนภายในชุมชน 5.สนับสนุนเชื่อมโยงบูรณาการแผนงาน และงบประมาณในการพัฒนาชุมชน และ 6.สนับสนุนชุมชนอริโยทัยให้เป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งการเรียนรู้ทางการพัฒนาการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ส่วนกระบวนการทำงานที่ผ่านมามีการ 1.ประชุมสร้างความเข้าใจหลักคิด ทิศทางการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีและแกนนำ 2. ปฏิบัติการ “จัดทำข้อมูลเชิงลึกระบำ Model” ระหว่างวันที่ 16 -17 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดระบบข้อมูลครัวเรือนและเรียนรู้กระบวนการออกแบบบ้านและวางแผนงานก่อสร้างบ้าน ให้คนในพื้นที่เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดทำข้อมูลและการออกแบบบ้าน และเกิดการเชื่อมโยง หนุนเสริมการทำงานเป็นเครือข่าย
นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรม “ปฏิบัติการเชิงรุกสร้างพื้นที่รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนระบำ จังหวัดอุทัยธานี” (ระบำโมเดล) ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อ 1.เกิดการตอกย้ำแนวคิด ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน 2.เกิดการออกแบบบ้านอย่างมีส่วนร่วม และวางแผนงานก่อสร้าง ระบบการจัดการงานก่อสร้าง 3.เกิดรูปธรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มาจากการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน 4.เกิดการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติและเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง และ 5.เกิดกลไกในการขับเคลื่อนงานทั้งในระดับกลุ่มย่อย ระดับชุมชน ระดับเครือข่ายต่อไป
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





