
วันที่ 12 มิถุนายน 2560 สำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชน ได้จัดเวทีการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในงานขบวนองค์กรชุมชน ครั้งที่ 3/2560 เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคคล คณะอนุกรรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในงานขบวนองค์กรชุมชนจึงได้หารือและสรุปผลจากการจัดเวทีพัฒนาศักยภาพที่ผ่านมาซึ่งหลังจากที่สถาบันฯ ได้จัดสรรงบประมาณโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ในส่วนของการพัฒนาศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชน ภาคละ 2 ล้านบาทและได้มีการดำเนินการไปแล้ว 5 ภาครวมจำนวนทั้งสิ้น 1,795 คน โดยแบ่งเป็น

เพื่อให้การทำงานด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สู่การจัดการตนเอง การพัฒนาศักยภาพและความสามารถของคนในชบวนองค์กรชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสร้างให้เกิดการเป็นผู้นำ ที่มีความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และทักษะที่จำเป็นในการทำงานภายใต้สถานการณ์ของสังคมในปัจจุบันให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและนโยบายต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาจากฐานรากพื้นที่/ชุมชน
ภายในปี 2560 ทางฝ่ายเลขาฯ จึงได้วางแผนให้แต่ละภาคร่วมกับสำนักงานภาค จัดหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพแกนนำขบวนองค์กรชุมชน ตามแนวทางหลักสูตรกลาง “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” และหลักสูตรเฉพาะตามบริบทของพื้นที่ โดยกำหนดภาคละ 3 พื้นที่โดยใช้พื้นที่ฐานสภาองค์กรชุมชน การจัดอบรมหลักสูตร “ถอดบทเรียนพื้นที่รูปธรรมนำสู่การจัดการตนเอง” โดยทีมวิทยากรจากภายนอก
มีการจัดให้คณะทำงานฯ แต่ละภาคและสำนักงานภาค สรุปบทเรียนการพัฒนาศักยภาพผู้นำในแต่ละภาค บทเรียน ข้อค้นพบ การสร้างผู้นำใหม่ทำอย่างไร ปัจจัยความสำเร็จ ไม่สำเร็จ ข้อเสนอเพื่อให้การพัฒนาผู้นำบรรลุทำอย่างไรและทบทวน อีกทั้งจัดอบรมหลักสูตร “Smart New leader For Community First” โดยดำเนินการและหารือกับขบวนองค์กรชุมชนและสำนักงานภาค ที่พร้อมดำเนินการ โดย สำนักเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและภาคีร่วมกับสำนักงานภาค 5 ภาค
มีการวางแผนการจัดอบรม Smart New Leader for community First โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำใหม่และมีฐานความรู้ ให้เรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติ
ด้วยแนวทางการพัฒนาบุคลากรในขบวนองค์กรชุมชนที่ผ่านมา พบว่ามีอุปสรรคและข้อจำกัดในการคัดเลือกคนที่เข้ามารับการอบรมที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ รวมถึงการผลัดเปลี่ยนผู้ร่วมอบรมไม่มีความต่อเนื่องทำให้การอบรมขาดประสิทธิภาพ
อาจารย์ปาริชาติ วลัยเสถียร กล่าวว่า “การทำงานในด้านการทำงานของ พอช.ต้องให้ความสำคัญกับโจทย์ที่ต้องการให้ชัดเจนก่อนว่าจะพัฒนาใครเพื่ออะไร ถึงจะออกแบบกระบวนการของการพัฒนาได้รวมถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเจ้าหน้าที่ของ พอช.เองด้วยไม่ใช่พัฒนาแต่ชาวบ้านเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้อาจารย์ปาริชาติยังได้ตั้งคำถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการอบรมวัดผลได้ หรือมั่นใจหรือไม่ว่าผู้เข้าอบรมไปแล้วเข้าใจจริงๆ”
อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ให้ความคิดเห็นต่อกระบวนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของว่า “ควรต้องสร้างบรรยากาศที่ดีในการอบรม สร้างคำถามดีๆ และสร้างเครื่องมือที่ดี รวมถึงการบริหารเวลาที่ดีในกระบวนการอบรม องค์กรประกอบเหล่านี้จะเป็นการเสริมสร้างให้กระบวนการพัฒนาศักยภาพมีประสิทธิภาพ”
ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพแกนนำและเจ้าหน้าที่ควรเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญในระดับยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรโดยองค์กรต้องมีการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนถึงผลลัพธ์ของการพัฒนา จากนั้นออกแบบกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าร่วมทั้งแกนนำและเจ้าหน้าที่ต้องเป็นกลุ่มหมายที่เป็นตัวแทนจริง เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เข้าร่วมการพัฒนาให้มากขึ้น หลักสูตรการอบรมต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์ และผลลัพธ์ของการอบรมต้องเป็นรูปธรรมสามารถวัดได้ จึงจะทำให้การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในงานขบวนองค์กรชุมชนสัมฤทธิ์ผลอย่างแท้จริง
โดย สำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชน





