
อุบลราชธานี/ วันที่ 14-15 มิถุนายน 2560 คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี จัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำปฏิบัติการพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์จังหวัดอุบลราชธานี ณ โรงแรมแสงทอง ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีแกนนำจาก 25 อำเภอ ตัวแทนงานประเด็น และภาคีการพัฒนา มาร่วมหารือ ทำความเข้าใจภาพรวมการพัฒนาในจังหวัด แบ่งบทบาทภารกิจการเคลื่อนงานเพื่อไปสู่ราษฎร์บัญญัติที่คนอุบลจะลุกขึ้นมาจัดการตนเอง
นายประยุทธ ชุ่มนาเสียว ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึง ความเป็นมาของงานพัฒนาภาคประชาชน และอนาคตต่อไป ในการทองานสานแผ่นดินเพื่อคนอุบลฯ “ข้าวเต็มเล้า ปลาแดกเต็มไห หน่อไม้เต็มกอ กล้วยอ้อยเต็มสวน ขี้วัวขี้ควายเต็มคอก อำนาจชาวบ้านคืนชุมชน” ตนได้ยกร่างปูมเมืองอุบลศรีวนาลัย ภาพรวมเส้นทางการทำงานพัฒนาจากปี 2525-2560 เพื่อทำให้มองเห็นช้างทั้งตัว ให้เห็นภาพงานทั้งหมด ในการสร้างสำนึกคนอีสานในแผ่นดินอีสานโดยเฉพาะที่อุบล
จากการค้นคว้าข้อมูล อุบลฯ เป็นพื้นที่ที่สำคัญต่อรัฐไทยมาตั้งแต่อดีต ทั้งในเชิงพื้นที่ จำนวนประชากร ทรัพยากร ที่มีความสำคัญต่อรัฐไทย พื้นที่ในเขตนี้มีความหมายต่อภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง ปูมเมืองอุบล มีความสัมพันธ์กับแขวงจำปาสัก และแขวงอื่นๆในลาว ทั้งเรื่องจิตสำนึก จิตวิญญาณ การทำงานในพื้นที่ แกนนำต้องถูกยกระดับไปสู่จิตวิญญาณ ที่สามารถเชื่อมโยงสรรพสิ่งจะสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างดี
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์อีสาน เรียนรู้ปูมเมืองอุบล ประวัติศาสตร์ชุมชน ในภาคอีสานอุบลเป็นศูนย์รวมความหลากหลาย รัฐไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษที่จะเข้ามาควบคุม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมอีสาน ภาษาอักษรธรรม อักษรพื้นเมืองภาคอีสานที่หายไป ปัจจุบันไม่มีภาษาเหล่านี้แล้ว เป็นความพยายามของรัฐไทยที่เข้ามาครอบงำด้านวัฒนธรรม ภาษา การเขียน หากเราศึกษาเราจะเห็นวีรชนหลายคนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ การใช้เครื่องมือความคิด วัฒนธรรม มาควบคุมคน
จาก 2475 – 2560 มรดกที่เป็นอมตะของสังคมไทยยังคงอยู่ นั่นคือความยากจน หลายปัญหายังคงอยู่ ถ้าจะแก้ปัญหาได้ ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานีมองว่า ต้องแก้ 5 ด้าน 1) การจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียม 2) ต้องมีการศึกษาที่ดีอย่างเท่าเทียม 3) เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ชาวบ้านต้องมีโอกาสเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตมากกว่าหนี้สิน 4) การมีโครงสร้างการกระจายอำนาจที่เป็นธรรม ประชาธิปไตย 3 ระดับ ประเทศ จังหวัด และท้องถิ่น และ 5) มีอิสระในการเลือกวิถีชีวิต ถ้าจะแก้ความยากจนต้องแก้ 5 เรื่องนี้ ไม่ควรเสนอแต่เรื่องการปรองดอง
การแก้ปัญหาความยากจนที่ผ่านมา ก่อให้เกิดวาทกรรมขึ้นอย่าง โง่ จน เจ็บ และวาทกรรม ที่เป็นรากหญ้า หรือรากแก้ว เราถูกวาทกรรมประดิษฐ์เข้ามาใส่ แต่ถ้าเป็นรากแก้ว นั่นคือพื้นฐานที่สุดของต้นไม้ รากพื้นฐานของสังคมคือชุมชน
รายงานการพัฒนาการทำงานของภาคประชาชน จาก ร.ธ.น.2540 เริ่มจากขบวนการซิป จนถึง พอช. ได้รวบรวม เป็นต้นร่าง การทำงานในหลายประเด็น สรุปได้ว่าเป็นแนวคิดชุมชนพึ่งตนเอง ชุมชนเข้มแข็ง รากฐานเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาแบบยั่งยืน การพัฒนาชุมชนพึ่งตนเอง การจัดการเศรษฐกิจและทุนชุมชน
หากวิเคราะห์เมืองอุบลเชิงระบบ จะพบว่าสภาพของเมืองอุบล มีโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ซ้อนทับอยู่เป็นชั้นๆ และดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน 1) ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกี่ยวกับวิถีการผลิตการทำมาหากิน 2) อำนาจชุมชน พลังชุมชน 3) วัฒนธรรมชุมชน การปฏิบัติร่วมกันเกิดคุณค่าของการอยู่ร่วมกัน 4) ทุนทางสังคมที่มีเครือญาติมีความไว้วางใจมีกติกาบรรทัดฐาน และ 5) ธรรมชาติชุมชนที่ดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมธรรมชาติทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์ทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการศึกษา ซึ่งบ่งบอกปัจจัยภายในที่จะนำไปสู่การอยู่ดีกินดีของสังคมอุบลฯ
3 ต้อง 3 โต 3 ต่าง 4 ระบบ
ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี เสนอว่า การปฏิบัติการทำให้เกิดการเรียนรู้ในชุมชน เกิดทิศทางหลักหรือเข็มมุ่งการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนอุบลฯ ต้องมีองค์ประกอบ 3 ต้อง 3 โต 3 ต่าง 4 ระบบ 3 ต้อง คือ 1) ผู้นำต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานเชิงพัฒนา 2) ผู้นำต้องมีพื้นที่รูปธรรมที่เข้มข้นในการทำงาน และ 3) ผู้นำต้องมีจิตอาสาและจิตวิญญาณเพื่อสร้างสรรค์ 3 โต 1) โตด้วยแผนงาน คนในระบบ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ภาคีร่วมพัฒนา 2) โตด้วยการพัฒนาผู้นำชุมชนระยะยาว แบบต่อเนื่องมีทิศทางการพัฒนาที่มีเป้าหมาย 3) โตด้วยระบบข้อมูลที่ชัดเจนและมีข้อมูลที่ถูกจัดเก็บเชิงระบบทันสมัย
3 ต่าง 1) ต่างด้วยแผนงานโครงการที่เน้นคุณภาพ 2) ต่างด้วยระบบ เครือข่าย ระบบผู้นำ และระบบที่มีคนเป็นศูนย์กลาง 3) ต่างด้วยวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ พัฒนา สร้างสรรค์สู่องค์กรแห่งความสุข และ 4 ระบบรูปแบบเนื้อหาที่จะสู่การเคลื่อนไหวแนวใหม่ 1) ระบบเคลื่อนคนการสัมพันธ์กับบุคคลที่เป็นเป้าหมายซึ่งทำให้มีการสนใจ เป้าหมาย เข้าเรียนรู้กับเป้าหมายมอบหมายบทบาท 2) ระบบพัฒนาแนวคิดและภาวะผู้นำ 3) ระบบสื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวแนวใหม่ 4) ระบบพัฒนาทักษะผู้นำ มวลชน
ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า เรามีเครื่องมืองานประเด็น ทั้งสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน ฯลฯ ที่เป็นเครื่องมือในการทำงาน สิ่งที่เสนอวันนี้เป็นการยกร่าง แนวคิดและเครื่องมือการทำงาน เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การทำงานของภาคประชาชน แก้ปัญหาความทุกข์ยาก ความยากจน ให้คนอุบลอยู่ดีมีสุขต่อไป
นายผ่าน โคตถา หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ความเป็นตัวตนคนอุบลฯ เป็นองค์ความรู้ในการพัฒนาองค์กรชุมชน อีกแขนงหนึ่งในเรื่องของการเกษตร เราต้องรู้จักตัวเอง รู้จักอุบลฯ ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะแก้ปัญหา การที่จะแก้ปัญหาคนอุบลที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เรายอมรับว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกทุนนิยมที่ถาโถมเข้ามาจนชาวบ้านตั้งรับไม่ทัน ในโลกที่เงินเป็นใหญ่ ปัญหาของเกษตรกรทั้งหลายถ้าแก้ที่เหตุ ก็ต้องแก้ที่ปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ถ้าไม่มีเงินก็อยู่ได้ แต่ถ้ามีเงินแต่ไม่มีบางสิ่งที่เป็นปัจจัย 4 บางอย่างก็อยู่ไม่ได้ ปัจจัย 4 เราสามารถสร้างขึ้นมาได้เพื่อพึ่งตนเอง ปัจจัยที่ 5 เรื่องเครื่องอำนวยความสะดวกทั้งหลายที่ตามมา
หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า อีกด้านหนึ่งคนอีสานเป็นคนขี้กลัว กลัวเจ้านาย กลัวหมู่ดีกว่า กลัวทำไม่ได้ และกลัวพูดผิด ถ้าพูดความจริงมากก็ลำบากความกลัวทั้งหลาย กลัวลูกไม่มีงานทำ กลัวไม่มีที่เลี้ยง กลัวลูกเรียนไม่จบ กลัวลูกตกงาน สุดท้ายคือกลัวไม่มีเงิน ไม่จบดอกเตอร์หาเงินได้ถือว่าดี การพึ่งตนเองในหลักใหญ่คือปัจจัย 4 คนไม่มีคววามสุข องค์กรก็ไม่เข้มแข็ง
การสนับสนุนงบจากหน่วยงาน นโยบายรัฐก็จะให้ทำเป็นกลุ่ม เป็นองค์กร เพื่อให้เข้มแข็ง ในข้อเท็จจริงหลายสิบปีแล้ว ถ้าสนับสนุนรายคนจะคล่องตัว อย่าง ธกส. ให้กู้รายคน เขากำลังพัฒนารูปแบบการให้งบกับเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สนับสนุนเงินให้เปล่ากลุ่มองค์กรวงเงิน 30,000 วงเงินให้กู้กลุ่มละ 2.5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1 บาท ต่อปี ผ่อนชำระคืนตามแผนโครงการที่ตั้งมา
ในการชำระหนี้แทน กองทุนเร่งชำระหนี้เร่งด่วนก่อน แต่เกษตรกรต้องมาขึ้นทะเบียน มีองค์กรสังกัด หากมีภาระหนี้สินกับสถาบันการเงินใดก็มากรอกแบบฟอร์ม แล้วก็จะได้สิทธิ์นั้น ถ้าเดือดร้อนให้มาบอกกองทุนไปช่วยในกรณีไม่มีเงินชำระ โดนดำเนินคดี แล้วจะโอนหนี้มาเป็นของกองทุนฯ โดยจะผ่อนชำระเบื้องต้นนานสุด 15 ปี พี่น้องที่เป็นเกษตร เราเปิดรับลงทะเบียนทุกวัน ที่อุบลมีเกษตรกร 7,800 ราย ขึ้นทะเบียนไว้แต่ไม่มาติดต่อน่าเสียดายที่เสียสิทธิ์
กลุ่มหนี้เร่งด่วนไม่มารายงานตัว ทางกองทุนฯจะติดตามเพื่อแก้ปัญหา เป็นหนี้สินเป็นทุกข์ การแก้หนี้ของกองทุนฯ แก้ด้วยการฟื้นฟู พัฒนาอาชีพ สนับสนุนงบเป็นกลุ่มองค์กร หลายกลุ่มก็ได้รับอนุมัติไปแล้ว อย่างน้อยๆ เลี้ยงวัว ก็จะได้ลูกทุกปี กองทุนฯ เป็นหน่วยงานรัฐที่ไม่ใช่ราชการ สามารถดำเนินการอะไรที่เป็นข้อจำกัดของรัฐได้ มีรายได้จากสำนักงบประมาณ อยากให้งบกระจายทั้งพื้นที่ อย่าบอกสมาชิกให้รอเงินกองทุนอย่างเดียว กลุ่มองค์กรชุมชนลองเสนอถ้าขึ้นทะเบียนไว้ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินสนับสนุน หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในตอนท้าย
วิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (ปฏิบัติการพื้นที่) พอช. กล่าวว่า คนอุบลผลิตคำที่ใช้ในการทำงานหลายคำที่ฟังแล้วประทับใจ อย่าง “ราษฎรบัญญัติ” “อุบลราชธานีศีรวนาลัย” “ข้าวเต็มเล้า ปลาแดกเต็มไห หน่อไม้เต็มกอ กล้วยอ้อยเต็มสวน ขี้วัวขี้ควายเต็มคอก อำนาจชาวบ้านคืนชุมชน” แต่จังหวัดจัดการตนเอง ไม่ใช่เรื่องที่อยู่เฉยๆ แล้วจะมาคิดเรื่องนี้ มีที่มาที่ไปจากประสบการณ์การทำงานของชาวบ้าน จากการเคลื่อนไหวเรียกร้อง จากการท้าทาย มาใช้ความรู้ สู้เรื่องชุมชนเข้มแข็ง การเคลื่อนไหวที่ผ่านมา เกิดนวัตกรรมในหลายเรื่อง อย่างกระบวนการทำแผนชุมชน ธนาคารชุมชน กองทุน กระบวนการปลดหนี้ วิทยุชุมชน เมื่อก่อนเคลื่อนในเชิงประเด็น ช่วงหลังคิดเรื่ององค์รวมมากขึ้น ใช้ประสบการณ์ ใช้ความรู้มากขึ้น ทำให้ชาวบ้านได้รับการยอมรับมากขึ้น ปัจจุบันท้องถิ่นทำแผนจะถูกถามว่ามาจากแผนชุมชนหรือไม่
ที่ผ่านมามีการทำงานจากฐานความรู้อย่างกองทุนสวัสดิการชุมชน หลังปี 2551 เกิดสภาองค์กรชุมชนตำบล การทำงานของชาวบ้านได้รับการยอมรับมากขึ้น โดยมี พ.ร.บ.สภาฯ ถ้าจะเดินไปข้างหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือขบวนองค์กรชุมชน ที่ปรับตัวขยายถึงพี่น้องในระดับอำเภอ ถ้าจะเสริมความเข้มแข็งแกนนำระดับอำเภอร่วมกับแกนนำจังหวัดจะทำให้งานภาคประชาชนของอุบลมีความเข้มแข็งมากขึ้น
คำถามที่คนอุบลต้องร่วมกันตอบ 1) คาดหวังอย่างไรกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบล2) อยากเห็นขบวนดีขึ้นเราต้องช่วยกันทำอย่างไร ถ้าจะทำเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง เพราะการทำเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง ต้องเคลื่อนเรื่องใหญ่ มีเอกภาพ ต้องใช้กำลังในการเคลื่อนมาก และในทางโครงสร้างสังคม บ้านเรามีหลุมดำทางการเมืองการปกครองงบประมาณแทนที่ควรจะมาอยู่พื้นที่ กลับไปอยู่ที่ส่วนกลางมากกว่า การรวมศูนย์การจัดการทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรม
การออกแบบการปกครองปัจจุบันมองแบบเดียว ซึ่งข้อเท็จจริงมีความแตกต่างกันไปตามแต่พื้นที่ มีการมองคนอีสานด้วยความคับแคบ เคยมีคนมองว่าคนอีสานปลูกผักไม่เป็น กินแต่พืช จึงมีการตั้งงบประมาณจากส่วนกลางมาให้คนอีสานปลูกผัก ซึ่งไม่ตรงกับความละเอียดซับซ้อนหลากหลายของพื้นที่ หลักการพึ่งตนเองของชุมชนท้องถิ่น ไม่รอ ไม่ขอ ไม่ง้อ คนอีสานมีบุคคลิกอ่อนน้อมถ่อมตน ต่างจากคนใต้ที่ไม่รบนายไม่หายจน ทำให้มีการกดขี่มาก มีหน่วยงานซ้ำซ้อนในการบริหารงานท้องถิ่น
การจัดการตนเองนอกจากจะเป็นเรื่องการกระจายอำนาจ และเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแล้ว กระบวนการที่จะนำไปสู่จังหวัดจัดการตนเอง ต้องใช้พละกำลังสูงมาก 1) คิดใหม่คิดใหญ่ คิดเพื่อคนทั้งมวลสรรพสิ่งเกี่ยวเนื่องกัน 2) ต้องเป็นการรวมพลังภาคประชาสังคมทั้งจังหวัด ไม่แบ่งกลุ่มพวก มองหาเพื่อน เพื่อสร้างองค์กรประชาชนให้เข้มแข็งเพื่อสร้างพลังต่อรองกับรัฐ 3) ต้องมีเป้าหมายร่วม ต้องค้นหาให้เจอ นำทุกคนมาร่วมกันถก ข้ามพ้นความเป็นตัวตน ความขัดแย้ง
4) ต้องมีเครื่องมือที่ทำร่วมกันได้ ใช้เครื่องมือในการปฏิบัติการร่วม “ราษฎรบัญญัติ” ทำอย่างไร เป็นเครื่องมือที่สามารถทำง่ายทุกคนเข้าถึงได้ เช่นแผนชุมชน ที่สามารถนำมาสู่แผนจังหวัดได้ ประกาศใช้สร้างความเป็นเจ้าของ 5) ชุมชนท้องถิ่นกำหนดแนวทางการพัฒนา 6) สังเคราะห์เป็นภาพรวมจังหวัด 7) เชื่อมประสานภาคี หน่วยงาน 8) เคลื่อนพลังมวลชน9) สร้างความเป็นเจ้าของ 10) พัฒนาเป็นระเบียบกฏหมาย
การเคลื่อนพลังประชาชน เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ในการแก้ปัญหาตนเอง จังหวัดที่ประชาชนและหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยการใช้ข้อมูลและองค์ความรู้มากำหนดเป็นแผนการพัฒนาจังหวัดและประกาศใช้ร่วมกัน เป็นเรื่องที่ประชาชนลุกขึ้นมาทำเป็นหลักอย่างที่จังหวัดอำนาจเจริญ ต้องเป็นเรื่องที่ 1) เป็นการริเริ่มที่จังหวัดต้องมีแกนนำที่เอาการเอางาน ไปที่ไหนก็พูดว่านี่เป็นทางออกของภาคประชาชน ยึดมั่นในแนวทาง 2) แกนนำมีความคิดที่อยากเปลี่ยนแปลง สู่สังคมที่ดีงาม 3) คิดริเริ่มจากฐานงานสำคัญ ไม่ต้องเริ่มจากเรื่องใหม่ ทำทุกพื้นที่ตามฐานงานของแต่ละคน 4) การจัดกลไกความร่วมมือ สร้างจุดร่วม เวลาเคลื่อนเรื่องร่วมต้องมา 5) นำความรู้ ความสำเร็จมาขยายผลการพัฒนา เช่นเรื่องเกษตรอินทรีย์ และ6) พัฒนาไปสู่นโยบายสาธารณะ
การจัดการตนเองมีอยู่แล้วแต่ต้องยกระดับขึ้น การจัดการทั้งระบบในระดับจังหวัด เพราะในจังหวัดเรามีต้นทุนการผลักดันต้องเกิดขึ้น 3 พื้นที่ พื้นที่นโยบาย พื้นที่รูปธรรม พื้นที่ทางสังคม เป็นเรื่องที่สนับสนุนให้ประชาชนลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ใช้อัตลักษณท้องถิ่นมากำหนดแนวทางในการพัฒนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค กล่าวในตอนท้าย
นายคำพอง เทพาคำ คณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในระหว่างการทำงานช่วงนี้ พี่น้องต้องคำนึงถึงเรื่องการเสนอโครงการในปี 2561 คู่ไปด้วย ต้องเป็นโครงการที่ขึ้นมาจากตำบล ตำบลไหนพร้อม ตำบลไหนมีแวว มีทั้งแผน ข้อมูล ภาคี หน่วยงาน ก็ให้เตรียมการไว้ด้วยแล้วมาช่วยกันดู อย่างเรื่องของบ้านพอเพียง ตำบลใหม่ในปี 2561 น่าจะมีการปรับวิธีการใหม่ เราต้องเตรียมข้อมูลตำบล อย่างช้าภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม เราควรมีการเตรียมข้อมูลในระดับตำบลสัก 50 ตำบล ส่วนพี่น้องจะแบ่งการทำงานกันอย่างไร คงต้องหารือกันต่อ ในช่วงที่ทำเรื่องสภาองค์กรชุมชนช่วงนี้ ก็ลองดูพื้นที่ไปพร้อมกันว่าที่ไหนเหมาะจะทำเรื่องบ้านพอเพียง เรื่องตำบลแผน เรื่องตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชนไปพร้อมด้วย
อย่างไรก็ตาม การจัดงานในครั้งนี้มีการจัดกระบวนการให้แกนนำพื้นที่ระดับอำเภอ ได้ทำความเข้าใจความเป็นมาของคนอีสานและการตั้งถิ่นฐานของคนอุบล โดย อ.ผไท ภูทา การทำความเข้าใจปูมเมืองอุบลราชธานีการทำความเข้าใจภาพรวมการทำงาน และร่วมกันวางแผนสนับสนุนพื้นที่ในการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแห่งใหม่ ทบทวนการดำเนินงานสภาฯเดิม สอบทานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล โดยได้ออกแบบให้มีกลไกคนทำงานในแต่ละอำเภอ 5 โซนอำเภอ วางแผนปฏิบัติการเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายต่อไป













