playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เขตสายไหม/ บ้านประชารัฐริมคลองคืบหน้า  พล.ต.อ.อดุลย์  รัฐมนตรีพม.เป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านสหกรณ์เคหสถานริมคลองสองฯเขตสายไหม356ครัวเรือน  เตรียมสร้างเฟสแรก120หลัง  ใช้งบทั้งหมดกว่า180   ล้านบาท  คาดแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี2561 ขณะที่พอช.เตรียมยก3ชุมชนริมคลองที่สร้างบ้านเสร็จไปแล้วเป็นชุมชนต้นแบบ  พัฒนาคุณภาพชีวิตครบวงจร

stake_1.jpg

            ตามที่รัฐบาลมีนโยบายป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ  โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อเพื่อป้องกันน้ำท่วม  และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือพอช. จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามโครงการ “บ้านประชารัฐริมคลอง”เพื่อรองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน  โดยรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม  หรือจัดหาที่ดินแปลงใหม่เพื่อสร้างบ้าน  สร้างชุมชนใหม่  ซึ่งที่ผ่านมา  พอช.ดำเนินการไปแล้ว11 ชุมชน  สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว  763    ครัวเรือน

stake_6.jpg


ล่าสุดวันนี้ (22 มิถุนายน) เวลา14.00  น.  มีการจัดงาน“ยกเสาเอกชุมชนใหม่สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงริมคลองสองจำกัด  บ้านประชารัฐริมคลอง”บริเวณที่ดินแปลงใหม่  ซอยเพิ่มสิน13เขตสายไหม  โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)  เป็นประธานในพิธี  มีผู้เข้าร่วม  เช่น  นายไมตรี  อินทุสุตปลัดกระทรวงพม.  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  นางรัตนธร  รัตนสกุล  ผู้อำนวยการเขตสายไหม  ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และเครือข่ายชาวบ้านริมคลองเข้าร่วมงานประมาณ300คน

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯกล่าวว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  มีนโยบายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ  จึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯจัดทำแผนยุทธศาสตร์20ปีเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง  ซึ่งจากข้อมูลครัวเรือนทั่วประเทศพบว่า  ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ  21ล้านครัวเรือน  มีความต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ5 ล้านครัวเรือน  ซึ่งกระทรวงพม.ได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจัดทำแผนงานเพื่อรองรับพี่น้องที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ

“การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว  ซึ่งในขณะนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  หรือพอช. ได้เริ่มดำเนินการแล้วในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  ระยะเวลา3ปี  มีเป้าหมาย52 ชุมชน  จำนวน7,081ครัวเรือน  ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จแล้วจำนวน763 ครัวเรือน  ส่วนที่เหลือจะเร่งดำเนินการต่อไป  ซึ่งหากพี่น้องให้ความร่วมมือ  การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองก็จะประสบความสำเร็จ  โดยจะมีหน่วยงานต่างๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้การสนับสนุน  เป็นโครงการ‘บ้านประชารัฐริมคลอง’  ดังเช่นที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญที่สร้างเสร็จแล้วทั้งชุมชน  สามารถอาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้  โดยเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เป็นระยะเวลา30ปี  ส่วนชุมชนใดที่ไม่มีพื้นที่  ต้องรื้อย้ายออกจากชุมชนเดิม  สามารถรวมกลุ่มกันไปหาซื้อที่ดิน  และจัดตั้งเป็นสหกรณ์เพื่อก่อสร้างชุมชนใหม่  เช่นเดียวกับสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงริมคลองสองที่เกิดจากการรวมตัวกันของพี่น้อง9 ชุมชน  และมีพิธียกเสาเอกในวันนี้”  พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว

นายสังวร  มณฑา  ประธานสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงริมคลองสอง  จำกัด  กล่าวว่า  สหกรณ์ฯเกิดจากการรวมกลุ่มกันของ9ชุมชนในเขตสายไหมที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนระบายน้ำของกทม.  และไม่สามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้  แกนนำชุมชนจึงได้ร่วมกันหาซื้อที่ดินแปลงใหม่  ได้ที่ดินบริเวณซอยเพิ่มสิน13-15เขตสายไหม  ขนาดที่ดิน 12 ไร่ 3 งาน 71.7 ตรว.  ราคาที่ดิน  90.3  ล้านบาท  โดยใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  สามารถรองรับชาวบ้านได้ทั้งหมด  356  ครัวเรือน

“หลังจากมีพิธีลงเสาเอกในวันนี้แล้ว  บริษัทรับเหมาจะเริ่มตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน  120หลัง  ตามแผนงานจะสร้างบ้านเฟสแรกให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้   ส่วนเฟสที่2จำนวน  120หลัง  และเฟสที่3  จำนวน116หลัง  จะดำเนินการต่อไป  และจะแล้วเสร็จทั้งหมด356หลังภายในปี2561”  ประธานสหกรณ์ฯกล่าว

สำหรับชุมชนทั้ง9ชุมชนที่จะปลูกสร้างบ้านในที่ดินใหม่  ประกอบด้วย  ชุมชนเลียบคลองสอง  167ครัวเรือน, ชุมชนประชานุกูล  32ครัวเรือน, ชุมชนพัฒนาหมู่ 1 45ครัวเรือน,ชุมชนพัฒนาหมู่ 2  8ครัวเรือน,ชุมชนเพิ่มสินถมยา  30ครัวเรือน,ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ28ครัวเรือน, ชุมชนกสบ.หมู่ 5  29ครัวเรือน, ชุมชนสายไหมพัฒนา5ครัวเรือน  และชุมชนหลังซอยแอนเน๊กซ์12ครัวเรือน  รวมทั้งสิ้น356ครัวเรือน  ส่วนแบบบ้านเป็นบ้านแถว  2ชั้น  ขนาดบ้าน  4 X 7ตารางเมตร  ราคาบ้าน  212,620บาท  ราคาที่ดิน  253,905 บาท  รวมราคาต่อหลัง466,525  บาท  ผ่อนชำระครัวเรือนละ 2,376  บาทต่อเดือน  ดอกเบี้ยร้อยละ4บาทต่อปี  ระยะเวลาชำระคืน  20ปี

ทั้งนี้สถาบันพัฒาองค์กรชุมชนหรือพอช. สนับสนุนสินเชื่อในการซื้อที่ดินจำนวน  90.3ล้านบาท  และงบก่อสร้างบ้าน  รวม356หลัง  จำนวน37.3 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ4บาทต่อปี   นอกจากนี้ยังสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคในชุมชนรวม17.8  ล้านบาท  อุดหนุนที่อยู่อาศัยรวม  8.9ล้านบาท   งบบริหารจัดการ  5% รวม5แสนบาท  งบช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ  รวม25.6  ล้านบาทรวมเป็นงบประมาณทั้งหมด180.4ล้านบาท

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กล่าวว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อตามโครงการ “บ้านประชารัฐริมคลอง”   พอช.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมฯระยะเวลา3ปี  มีเป้าหมายจำนวน  52  ชุมชน  รวม7,081ครัวเรือน  อยู่ใน5พื้นที่   คือ  พื้นที่สายไหม  12ชุมชน  รวม  1,625ครัวเรือน,  พื้นที่หลักสี่/ดอนเมือง6ชุมชน  รวม1,287  ครัวเรือน, พื้นที่บางเขน8ชุมชน  รวม1,441 ครัวเรือน   พื้นที่จตุจักร 11 ชุมชน  รวม1,241ครัวเรือน  และพื้นที่ห้วยขวาง/วังทองหลาง15  ชุมชน  รวม1,487ครัวเรือน 

“ขณะนี้พอช.ได้สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านประชารัฐริมคลองไปแล้ว  11ชุมชน  มีบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว  รวม  763  หลัง  ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินการ  สำหรับชุมชนที่สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว  พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะสนับสนุนให้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ  เพื่อให้เป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลอง  โดยจะมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบครบวงจรเช่น   ส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชน  สตรี  ผู้สูงอายุ  มีการส่งเสริมอาชีพเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้  รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน  เช่น  การจัดเก็บขยะ  การบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่คลอง  ส่วนชุมชนที่จะพัฒนาให้เป็นชุมชนต้นแบบในช่วงแรกมี  3ชุมชน  คือ  ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  ชุมชนพัฒนารุ่นใหม่  และชุมชนเชิงสะพานไม้1  โดยจะเริ่มดำเนินงานในเร็วนี้ๆ”  นายสมชาติกล่าว   

ส่วนการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีต  ซึ่งบริษัทริเวอร์  เอ็นจิเนียริ่ง  จำกัด  ประมูลงานได้ในวงเงิน1,645ล้านบาท  ระยะทางทั้ง2ฝั่ง  รวม45  กิโลเมตรเศษ  เริ่มจากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม9 เขตวังทองหลางไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้เขตสายไหมเพื่อระบายน้ำเข้าสู่อุโมงค์พระราม9 และอุโมงค์บางซื่อลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและลงทะเล  ขณะนี้ตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐานรากในการสร้างเขื่อนได้แล้วประมาณ10,000ต้น   จากทั้งหมดจำนวน60,000ต้น  ซึ่งตามแผนงานบริษัทมีเป้าหมายจะตอกเสาเข็มให้เสร็จทั้งหมดภายในปี2560นี้  หลังจากนั้นจึงจะก่อสร้างพนังเขื่อน  สันเขื่อน  และรั้วเหล็กกันตกให้แล้วเสร็จตามสัญญาภายในเดือนมิถุนายน2562

stake_2.jpg

งานสื่อสารองค์กร รายงาน                                

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter