playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

19478485 10209769363090207 1199708748 o

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเวทีดึงสถาบันวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน ประชาสังคม หน่วยงาน และนักศึกษา เปิดพื้นที่กลางสร้างความรู้จักคนทำงานทางสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคม ปฏิบัติการจากฐานจริง  

มหาสารคาม/ 23 มิถุนายน 2560 สถาบันวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน ประชาสังคม หน่วยงาน นักศึกษา ประชุมหารือทิศทางการทำงานของนักกิจกรรมทางสังคมภาคอีสาน ณ ห้องประชุมอินทนิล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงาน และค้นหาทิศทางการทำงานร่วมกันในการหนุนเสริมการเคลื่อนไหวทางสังคมของชุมชน โดยมีตัวแทนจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ศูนย์ศึกษาและประสานงานสิทธิมนุษยชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี, สมาคมเครือข่ายชาวไร่ชาวนาภาคอีสาน, กป.พอช.ภาคอีสาน เครือข่ายการจัดการทรัพยากรเทือกเขาเพชรบูรณ์ สภาฮักแพงเบิ่งแงงสารคาม และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้าร่วมประชุมประมาณ 30 คน

จักรพงษ์ ธนวรพงษ์ สมาคมเครือข่ายชาวไร่ชาวนาภาคอีสาน กล่าวถึงความคาดหวังในการประชุมหารือทิศทางการทำงานของนักกิจกรรมทางสังคมภาคอีสาน ซึ่งมีที่มาจากการจัดเวทีวิชาการมนุษย์และสังคม ที่จัดติดต่อมาแล้ว 5 ครั้งด้วยกัน จากเวทีวิชาการจึงต้องการสานพื้นที่เครือข่าย สถาบันวิชาการ ภาคประชาสังคม หน่วยงาน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ค้นหาเพื่อน ทำให้เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนซึ่งมีภาควิชาการมาหนุนเสริม ซึ่งในปัจจุบันมีหลายประเด็นของการเคลื่อนไหวจะหนุนเสริมงานกันอย่างไร สร้างพื้นที่วิชาการ นักกิจกรรมทางสังคม เครือข่ายประชาสังคม ในการร่วมกันทำงานใช้งานวิชาการหนุนชาวบ้านให้เกิดการยอมรับในการเคลื่อนไหวทางสังคม วันนี้เป็นการลองดูเป้าหมายร่วมกันว่าจะมีทิศทางการขับเคลื่อนอย่างไร และจะสร้างพื้นที่ในการสื่อสารกับคนภายนอกอย่างไร

ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ปรากฏกาณณ์ทุกวันนี้ กิจกรรมทางสังคมอ่อนแรงลงไปทุกที และอ่อนแรงลงทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่ในมหาวิทยาลัยเองก็อ่อนแรง เมื่อถูกกระทำก็อยู่ในสภาพที่ยอมรับอย่างมหาวิทยาลัยก็ต้องยอมรับการทำตัวชี้วัด แล้วบทบาทของมหาวิทยาลัยอยู่ตรงไหนในบทที่ชี้ทิศชี้ทางออกให้กับสังคมเอ็นจีโอเอง ช่วงหลังเสียงก็เงียบไป ซึ่งน่าเห็นใจเพราะโดนนายกกระแซะเอ็นจีโอเป็นประจำ

ส่วนชาวบ้านก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว ในการแก้ปัญหาทุกวันนี้ชาวบ้านก็ด้นเอา ข้าวราคาถูก น้ำท่วม แล้ง ชาวบ้านก็ด้นแก้ปัญหาเองตามสภาพการณ์ แต่ชาวบ้านทุกวันนี้ตื่นตัว แต่ไม่ได้ตื่นตัวจากนักเคลื่อนไหว แต่ตื่นจากปัญหาของตนเอง รวมตัวกันแก้ปัญหาตนเอง ส่วนของนักศึกษาเองก็ไม่รู้ก้มหน้าก้มตาทำอะไร ก่อนหน้าก็ยังมีการเคลื่อนไหวบางระดับ ในช่วงหลังการเคลื่อนไหวเวลาชาวบ้านเดือดร้อนก็เงียบๆ ไป อาจารย์เองก็หันมาทำงานเย็นมากขึ้น ไม่ปะทะกับข้างนอก ถ้าไม่มีคนกระตุก การจะเกิดภาวะทางสังคมที่ดีกว่านี้ได้อย่างไร และจะกระตุกอย่างไรให้มีพลัง

ตัวอย่างกรณีชาวเลราไวย์ ที่ชาวบ้านคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม สามารถต่อสู้และอธิบายเรื่องราวตัวเองได้ จากความร่วมมือกันหลายฝ่ายทั้งวิชาการ และประชาสังคม หรือกรณีบ้านน้ำเค็ม ที่ต่อสู้เรื่องสิทธิที่ดินทำกินเกิดการยอมรับ เป็นความเคลื่อนไหวแบบใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งความเหลื่อมล้ำทางสังคม ไม่ใช่แค่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แต่ความเหลื่อมล้ำทางความรู้ก็เป็นหนึ่งในความเหลื่อมล้ำ ถ้าเราอยากเห็นสังคมช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำ ความรู้ก็สามารถเป็นเครื่องมือที่ลดความเหล่อมล้ำได้ และใช้ความรู้ในการเคลื่อนไหวต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

กิจกรรมทางสังคมต้องมองที่ฐานล่าง ชาวบ้านจะมีโอกาสเคลื่อนไหวมากขึ้นอย่างไร ถ้าชาวบ้านไม่เคลื่อนก่อน คนที่เข้าไปช่วยหนุนก็ถูกว่า แต่ถ้าชาวบ้านลุกขึ้นมาเป็นตัวตั้งเรื่องการต่อสู้จะได้รับความชอบธรรมมากขึ้น จะใช้ความรู้ในการต่อสู้เรื่องสิทธิอย่างไร แต่ไม่ใช้สิทธิในมิติของการเอา แต่เป็นสิทธิของการให้ สิทธิการอยู่กับธรรมชาติร่วมกันอย่างไร เราจะช่วยให้เกิดความรู้เรื่องเหล่านี้อย่างไร จะมองเรื่องความรู้ เรื่องสิทธิอย่างไร ทั้งสิทธิตนเอง สิทธิคนอื่น สิทธิของธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า อากาศ มองตนเอง มองสังคม มองธรรมชาติทั้งระบบ ถ้าเราเดินแบบนี้จะชอบธรรมมากขึ้น

สกว. เองสนับสนุนงานวิจัยชาวบ้าน ซึ่งงานวิจัยหลายประเภท บางเรื่องไม่ต้องวิจัยอะไรรู้แล้วก็ทำไปเลย เวลาวิจัยก็มีการวิจัยหลายแบบ ทั้งวิจัยโดยนักวิชาการ เอ็นจีโอ ชาวบ้าน มีทั้งทดลองในคน ในนา ในหมู่บ้าน ฯลฯการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ผ่านมาเคลื่อนข้างบนหวือหวา อย่างเขื่อนปากมูล พอมาเคลื่อนข้างบนมากๆ จนชาวบ้านหลุดออกจากขบวนไป หรือในแวดวง พอช. ผู้นำบางคน ขึ้นข้างบนมากก็หลุดจากขบวนชาวบ้าน การเคลื่อนไหวทางสังคมจึงไม่ค่อยเป็นจริง ทำอย่างไรให้ชุมชนท้องถิ่นเคลื่อนไหวไปด้วย แต่ต้องเป็นการเคลื่อนของเขาเอง

สร้างการเคลื่อนไหวจากฐานประเด็นของชุมชนท้องถิ่น การเดินขบวนประท้วงเรียกร้องเหนื่อย ถึงเวลาเหมือนเดิมไม่ยั่งยืน เคลื่อนอย่างไรให้เกิดจิตสำนึกทางสังคม สร้างสำนึกให้คนเคลื่อนสังคม สำคัญกว่าการเปลี่ยนนโยบาย ถึงแม้ รธน.จะเขียนดีอย่างไรตนเองก็ยังไม่เชื่อ ประชาธิปไตยที่ดีอยู่ที่ไหน การเคลื่อนข้างล่างสำคัญมากกว่า การคอรัปชั่น เคลื่อนด้วย ปปช.แก้ได้ไหม การแก้ต้องแก้ในพื้นที่ อย่างปัญหากองทุนหมู่บ้าน อบต. โรงเรียน จะทำอย่างไรให้โปร่งใส ชาวบ้านจะควบคุมอย่างไร ถ้าไม่เคลื่อนจากข้างล่าง จะไม่เกิดการตื่นตัว

งานวิจัยท้องถิ่น เป็นงานวิจัยชาวบ้าน กว่าจะฝ่าฟันมา 18 ปี กว่าจะเกิดการยอมรับ การวิจัยเป็นโจทย์จากชาวบ้าน มีปฏิบัติการ เช่นวิจัยปัญหาหนี้สิน ไม่ใช่ความรู้เรื่องหนี้สิน แต่เป็นการหาเหตุของปัญหา แล้วลองแก้ ถ้าชาวบ้านสูญเสียที่ดิน หาเหตุ จะแก้อย่างไร ทำแบบไหนได้ที่ดินคืน เป็นงานที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านโดยตรง งานวิจัยชาวบ้านเป็นเรื่องที่หนักอยู่ บางคนก็อธิบายได้ก่อนหน้าชาวบ้านจะทำวิจัย ชาวบ้านต้องมีพี่เลี้ยง ซึ่ง สกว.มีโหนดกระจาย 60 กว่าจังหวัด แต่ก็ยังมีข้อจำกัด คนหนึ่งหนุนงานได้ 4 – 5 โครงการ แค่หนุนโครงการเดียวก็หนักเอาการ เป็นโจทย์ของชาวบ้าน ไม่ใช่ของพี่เลี้ยง ถ้าชาวบ้านสนใจเป็นเรื่องยาก ถ้าจะลองใช้กระบวนวิจัยเสริมงานตนเองเคลื่อนงานกับชาวบ้าน แทนที่จะให้นักวิชาการทำให้ แล้วชาวบ้านไม่ตื่นตัว ถ้าจะทำงานจะช่วยกันในรูปแบบไหน งานร้อน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องดี ถ้าเราจัดการไม่ดีจะทำให้ชุมชนขัดแย้งกันมากขึ้น ทำอย่างไรให้สมดุล การใช้ความรู้ช่วยคลี่คลายได้ ให้ชาวบ้าน Voice of the voice ให้ชาวบ้านจะมีปากมีเสียงอย่างไร

การเดินของ สกว.อยากสนับสนุนเอ็นจีโอเคลื่อนไหวหาความรู้ร่วมกันกับชาวบ้าน ทำงานเคลื่อนไหวข้างล่างใช้ศาสตร์ชาวบ้าน ศาสตร์พระราชา บางสถานการณ์ต้องการศาสตร์สากลเข้าไปเติม ความรู้สมัยใหม่ ที่จะช่วยให้ทิศทางการเดินไปได้ดี ไม่ต้องรีบร้อนเดิน หยุดพักทบทวนความรู้ เป็นใคร มาจากไหน จะไปทางไหน เลือกอย่างไร ช่วยกระตุ้นข้างล่าง การเคลื่อนไหวทางสังคมให้ทันสถานการณ์คงต้องร่วมกันคิดเพราะอนาคตเป็นการต่อสู้ด้วยปัญญา เป็นการต่อสู้ด้วยความรู้

สุวิทย์ กุหลาบวงษ์ กป.อพช.ภาคอีสาน สถานการณ์ในภาคอีสานมีทั้งพื้นที่งานร้อนงานเย็น เป็นกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม พื้นที่การเคลื่อนไหววันนี้เราหดลงจริง หลังการรัฐประหารพื้นที่การเคลื่อนไหวของชาวบ้านถูกยึดไป ซึ่งในการเดินขบวนชุมนุมเรียกร้อง แท้จริงเป็นการเรียนรู้เรื่องสิทธิ มีกระบวนการทำงานมวลชน ข้อมูล เพื่อหนุนให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ การจัดตั้งองค์กรชาวบ้าน เยาวชน เป็นเรื่องสำคัญเพราะกลุ่มที่เกิดขึ้นใหม่น้อยลง ในการเคลื่อนไหวจุดยืนยังคงเดิมที่เน้นเรื่องการจัดตั้งองค์กรชาวบ้าน

การสื่อสารทำให้ชาวบ้านตื่นตัว การรวมกลุ่มสร้างการต่อรอง มีรายละเอียดในการต่อสู้ อย่างการเคลื่อนเรื่องประชาพิจารณ์ชาวบ้านต้องมีการเตรียมการในหลายต่อหลายเรื่อง ข้อมูลดีแค่ไหน แต่ในเชิงโครงสร้างอำนาจมีการทุบโต๊ะอย่างกรณีเรื่องเหมืองแร่ การประชุมของชาวบ้านเครือข่ายยากขึ้น ตัดช่องทางการสื่อสารของชุมชนออก วิทยุชุมชนถูกปิด กระบวนการสื่อสารของชาวบ้านเราไม่สามารถจัดประชุมกับชาวบ้านได้ยากขึ้น

การจะทะลุขึ้นข้างบนยากขึ้นจึงคิดเรื่องการเคลื่อนข้างล่าง สร้างความรู้จากข้างล่าง สร้างคน เกาะเกี่ยวนักวิชาการที่สนใจปัญหาชาวบ้าน มีการปรับตัว จะใช้เครื่องมือในการวิจัยไปสู่การจัดตั้งองค์กรชาวบ้านอย่างไรซึ่งต้องคิดต่อในปัจจุบันคนมีความหลากหลายมากขึ้น ฟังเยอะขึ้น แลกเปลี่ยน พื้นที่กลางยังจำเป็น เพราะยังมีการขัดกันในเชิงวิธีการ มีธงลงไปในพื้นที่ ชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาหลัง รปห. จะเกิดปัญหาในหลายที่ แล้วเจอกับการใช้กฏหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมฯ กป.อพช. ก็ทำในเรื่องร่วม อย่างเรื่องโรงงานน้ำตาลในภาคอีสาน  เราต้องสร้างเครือข่ายในพื้นที่ให้มากขึ้น ไม่สร้างเครือข่ายในเวทีประชุม

ทั้งนี้ที่ประชุม ได้กำหนดจัดเวทีต่อเนื่องเพื่อหารือระหว่าง นักวิชาการ – องค์กรพัฒนาเอกชน ในวันที่ 24 กรกฏาคม 2560 ณ ห้องประชุม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น เพื่อแลกเปลี่ยนบทบาทแนวทางการทำงานร่วมกัน และร่วมออกแบบงานมนุษย์-สังคมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ในการหลอมรวมความคิด เคลื่อนงานวิชาการ เสริมสร้างพลังการเรียนรู้นักกิจกรรมทางสังคมภาคอีสาน หนุนการสร้างความเป็นธรรมทางสังคมจากฐานล่าง   

 

 

19449276 10209769363370214 482738772 o19449357 10209769363210210 331696848 o19449510 10209769363410215 224174121 o19449571 10209769363330213 1960542628 o19490233 10209769363170209 479106053 o19457550 10209769363130208 1432079542 o

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter