playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

กรุงเทพฯ/โรงแรมมารวย :  พอช.จัดสัมมนา ‘การจัดทำทิศทางและแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานสถาบันฯ พ.ศ.2560-2564’  คึกคัก  มีผู้เข้าร่วมงาน 140 คน  นำเสนอ 4 แผนยุทธศาสตร์  ทั้งที่อยู่อาศัย  สภาองค์กรชุมชน  เศรษฐกิจและทุนชุมชน  สวัสดิการชุมชน   ‘สมสุข  บุญญะบัญชา’ เสนอ 5 ประเด็นงานพัฒนา และต้องเชื่อมโยงการทำงานเป็นเครือข่ายเพื่อให้เกิดพลัง  นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย

seminar_1_resize.JPG

                ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2560   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘การจัดทำทิศทางและแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงาน  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ.2560–2564’  ที่โรงแรมมารวยการ์เดน  เขตจุตจักร  กรุงเทพฯ  โดยมีผู้แทนคณะอนุกรรมการสถาบันฯระดับภาค ผู้แทนประเด็นยุทธศาสตร์  ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 140 คน

seminar_2_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ ผอ.พอช.  กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา พอช. อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ  ทั้งการปรับโครงสร้างของสถาบันฯ ที่มีการกระจายไปสู่ภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการทำงานขององค์กรชุมชน  การจัดทำยุทธศาสตร์สถาบันฯ ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญในการสะท้อนบทบาทและจุดยืนของ พอช. ว่า  เป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อภาคประชาชน เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งได้  ซึ่งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ต้องให้มีความสอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดในอนาคต  เช่น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ในการสร้างบทบาทของประชาชนที่เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ  รวมทั้งเชื่อมโยงกลไกทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  และการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์และนโยบายต่างๆ เช่น ประชารัฐ  ในการส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาชน  


นางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา   ผู้ทรงคุณวุฒิ  บรรยายในหัวข้อ ‘ขบวนองค์กรชุมชนและ พอช.กับทิศทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในอนาคต’ มีใจความสรุปว่า  ตอนนี้ถือเป็นช่วงที่สำคัญ  เพราะรัฐบาลมีนโยบายที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนหลายด้าน  เช่น  เรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย  การแก้ไขปัญหาที่ดิน  ที่ดิน สปก. ฯลฯ  ซึ่งเราต้องใช้โอกาสนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง  ไม่ใช่เน้นเพียงการทำกิจกรรมเป็นโครงการ  ดังนั้นจึงขอเสนอใน 5 ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน  คือ

1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปีข้างหน้า  ซึ่ง พอช.และขบวนองค์กรชุมชนมีประสบการณ์เรื่องนี้อยู่แล้ว  แต่จะทำอย่างไรให้ครบถ้วน  และเต็มพื้นที่  ทั้งในเมืองและชนบท  ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย  ที่ดินทำกิน   น้ำ   ป่า  สิ่งแวดล้อม  เรื่องอาชีพ  รายได้  หนี้สิน   ฯลฯ  โดยสำรวจข้อมูลทั้งหมดแล้วนำมาวางแผน  3-5-10 ปี และต้องทำให้ต่อเนื่อง  กว้างขวาง  มองทั้งระบบ  ไม่ใช่มองหรือทำเพียงเรื่องใดเพียงเรื่องเดียว

2.เศรษฐกิจฐานราก  ชุมชนจะต้องมีอาชีพที่หลากหลาย  ผลิตสินค้าขั้นพื้นฐาน  และสร้างตลาดขึ้นมา เป็นเศรษฐกิจของท้องถิ่นที่เข้มแข็ง  ทุกคนต้องมีอาชีพ  มีรายได้ไม่ต่างจากคนในเมือง  ต้องมีระบบการเงินฐานราก  มีกองทุนเป็นเครื่องมือในการพัฒนา  เพื่อให้ชุมชนมีอิสระในการพัฒนา  ไม่ต้องพึ่งเศรษฐกิจในแนวดิ่ง

“ประเทศไทยจะไปสู่ 4.0 ไม่ได้  หากเศรษฐกิจชุมชนฐานรากยังไปไม่ได้  ดังนั้นเราจะต้องสร้างเศรษฐกิจฐานรากเอง  โดยจะต้องมีการวางแผนงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  ต้องมีการปฏิรูปการทำมาหากิน   ปฏิรูประบบเกษตรกรรมให้ครบวงจร  เพื่อไม่ให้ชุมชนตกเป็นเศรษฐกิจเบื้องล่าง  และต้องกล้าคิด  กล้าทำตอนนี้  เพราะหากเราไม่คิด  รัฐจะมาคิดให้”  นางสาวสมสุขยกตัวอย่าง

3.คน  ชุมชน  และขบวนองค์กรชุมชน   ต้องมีความเข้มแข็ง    มีความรู้  มีคุณภาพ  มีความสามารถ  มีความกล้า   และมีความมั่นใจในตนเอง  ส่วนองค์กรชุมชนก็จะต้องมีธรรมาภิบาล  มีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันและหลากหลาย  ไม่ใช่มีแต่เฉพาะกลุ่มผู้นำ  ใช้กิจกรรมเป็นเครื่องมือในการเขย่าทำให้คนในชุมชนเกิดความตื่นตัว  มีส่วนร่วม  และรู้เท่าทันหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่

4.สร้างระบบท้องถิ่นใหม่  โดยองค์กรท้องถิ่นจะต้องเป็นการบริหารของคนในท้องถิ่น  และสร้างกลไกให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร  มีเนื้อหาใหม่ๆ  สร้างไปพร้อมกับการพัฒนาท้องถิ่น  และ 5.การเชื่อมโยงชุมชน  ประชาสังคม  และภาคีต่างๆ  เพื่อให้การขับเคลื่อนงานมีน้ำหนัก  เป็นการขับเคลื่อนงานในแนวราบ  เคลื่อนเป็นขบวนเหมือนกับขบวนรถไฟ  ไม่ใช่เคลื่อนไปแต่หัว 

seminar_3_resize.JPG

“ทั้ง 5 เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ  ซึ่งจะต้องมีการวางแผน  มีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย  มีพันธมิตรใหม่ๆ  มีคนหน้าใหม่เข้ามาร่วมงาน  ทำให้เกิดความคึกคัก เกิดพลัง  ทำให้เต็มทุกพื้นที่  เพื่อสร้างแรงกระเพื่อม  เปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่  เป็นการทำงานแบบแนวราบ  เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย”  นางสาวสมสุข  กล่าวย้ำ

สำหรับแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่นำเสนอในที่สัมมนา  ประกอบด้วย  1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)  2.แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน 5 ปี (พ.ศ.2561-2565) 3.แผนสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชน  สู่การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น  ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2561-2565)  4.แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสวัสดิการชุมชน (พ.ศ.2558-2562)

seminar_5_resize.JPG

                ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปีของ พอช.  ประกอบด้วย  1.โครงการบ้านมั่นคง     มีเป้าหมายรวม  690,000  ครัวเรือน  เป็นการจัดการที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นแกนหลัก  ดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์  โดยให้ชุมชนรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์  และบริหารจัดการเอง  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจะให้การสนับสนุนในเรื่องของสินเชื่อและการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค  2.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองในกรุงเทพฯ จำนวน  11,004 ครัวเรือน  เป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ริมคลอง  มีรูปแบบการรื้อย้ายแล้วสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม, จัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่  หรือเช่าซื้อในโครงการที่มีอยู่แล้ว  เพื่อให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม  ขณะที่ชาวบ้านก็จะได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงและถูกกฎหมาย  ขณะนี้ดำเนินการในคลองลาดพร้าว  สร้างบ้านเสร็จไปแล้วประมาณ  800 หลัง

seminar_7_resize.JPG

ส่วนอีก 2 โครงการ  คือ  โครงการบ้านพอเพียงชนบท  มีเป้าหมาย 352,000 ครัวเรือน  เป็นการสนับสนุนการซ่อมแซม  ปรับปรุงบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรมไม่มั่นคง  โดยให้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนยากจนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนร่วมกันปรับปรุงบ้านเรือนกลุ่มเป้าหมายให้ดีขึ้น  และกลุ่มเป้าหมายคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้บ้าน  เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  รวม 698  ครัวเรือน  จำนวน 1,395 คน  โครงการที่ดำเนินการไปแล้ว  เช่น  การจัดตั้งศูนย์พักพิงคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ  และกำลังดำเนินการก่อสร้าง ‘ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.เชียงใหม่’  และโครงการที่จะดำเนินการต่อไปคือที่ จ.ขอนแก่น  

แผนยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ  แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน 5 ปี (พ.ศ.2561-2565) มีวิสัยทัศน์  คือ ‘สภาองค์กรชุมชนเต็มพื้นที่  มีศักยภาพ  เป็นกลไกสำคัญของประชาชน  พัฒนาชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง  จัดการตนเองอย่างยั่งยืน’  ทั้งนี้ที่ผ่านมา  การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนยังไม่สามารถดำเนินงานดำเนินงานได้เต็มที่  โดยมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ  เช่น  รัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน   งบประมาณที่ได้รับไม่สอดคล้องกับภารกิจ 

นอกจากนี้ยังมีจุดอ่อนอื่นๆ  เช่น  การทำงานร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนยังไม่เป็นไปตามแผนงานและเป้าหมาย   การพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนยังขาดกระบวนการจัดตั้งแนวคิด  อุดมการณ์  และการตอกย้ำเจตนารมณ์ของสภาองค์กรชุมชน  ฯลฯ  ทั้งนี้ที่ผ่านมา  มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนไปแล้ว  5,826 ตำบล  โดยมีเป้าหมายจะจัดตั้งสภาฯ ทั่วประเทศจำนวน  7,825 ตำบล

สำหรับประเด็นยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า  คือ 1.การขยายผลการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ทั้งประเทศ  2.การพัฒนาผู้นำสภาองค์กรชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนสภาฯ เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง  ส่วนเป้าหมายที่สำคัญ  คือ พัฒนาให้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญ  และเป็นพื้นที่กลางของทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหา  รวมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง  และเชื่อมโยงการพัฒนาระดับพื้นที่และนโยบาย

แผนยุทธศาสตร์ที่  3  คือ  แผนสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชน  สู่การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น  ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2561-2565)  โดยมีวิสัยทัศน์  คือ ‘ชุมชนท้องถิ่นมีระบบและกลไกที่มีความสามารถในการจัดการเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง  นำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง’ 

ทั้งนี้ที่ผ่านมา  พอช.ได้สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนผ่านประเด็นงานต่างๆ  เช่น  โครงการบ้านมั่นคง  การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในชนบท  การจัดสวัสดิการชุมชน  การฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยพิบัติ  การพัฒนาอาชีพและรายได้ครัวเรือน  ฯลฯ 

ส่วนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า  ประกอบด้วย 1.การสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่  2.การเชื่อมโยงเครือข่าย  และเชื่อมประสานภาคี  3.การพัฒนาระบบข้อมูล  จัดการความรู้  และงานวิจัย  และ 4.การพัฒนาระบบสนับสนุนของ พอช.  โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ  คือ ‘คนในชุมชนมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  อาชีพ  และรายได้’

สำหรับแผนการดำเนินงานที่สำคัญ  เช่น  การสนับสนุนการสำรวจข้อมูลครัวเรือนและเศรษฐกิจในพื้นที่  สนับสนุนให้เกิดการจัดทำแผนพัฒนาและฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่นและหน่วยงานภาคี  สนับสนุนการสร้างและพัฒนากิจกรรมเชิงเศรษฐกิจตามบริบทของพื้นที่  และครอบคลุมในมิติต่างๆ  สนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงประเด็นในเรื่องเกษตรอินทรีย์  ตลาดชุมชน  การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน  ฯลฯ

ส่วนเป้าหมายเชิงปริมาณในช่วง 5 ปีข้างหน้า  เช่น  1.จำนวนพื้นที่ที่มีกลไก/แกนนำขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนครบทั้ง 77 จังหวัด  2.จำนวนตำบลที่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่มาจากการสำรวจและนำข้อมูลมาวางแผนการจัดการจัดระบบฐานเศรษฐกิจของตำบล  ปีละ 1,000 ตำบล  รวม 5,000 ตำบล  3.จำนวนตำบลที่มีการเชื่อมโยงองค์กรชุมชน/ เครือข่ายองค์กรชุมชนเชิงประเด็น / เชิงพื้นที่ในการดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนร่วมกัน  ปีละ 400 ตำบล  รวม  2,000 ตำบล   4.จำนวนพื้นที่รูปธรรมความร่วมมือที่มีการทำงานร่วมระหว่างองค์กรชุมชนกับภาคีพัฒนา/หน่วยงานภายนอก  ปีละ 500 ตำบล  รวม 2,500 ตำบล

แผนยุทธศาสตร์ที่  4  คือ  การพัฒนาสวัสดิการชุมชน (พ.ศ.2558-2562)  ที่ผ่านมารัฐได้สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล  โดยสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการฯ ผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนตั้งแต่ปี 2548  เป็นต้นมา  ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศ  จำนวน  5,863  กองทุน  สมาชิกรวม  4.1 ล้านคน  เงินกองทุนรวม 6,000 ล้านบาทเศษ  โดยมีเป้าหมายภายในปี 2562 จะต้องมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศอย่างน้อย 10 ล้านคน   มีแกนนำที่เข้าใจหลักคิดและอุดมการณ์สวัสดิการชุมชน  50,000 คน  มีกองทุนสวัสดิการครอบคลุมพื้นที่ 95% ขององค์กรปกครองท้องถิ่น

seminar_6_resize.JPG

seminar_8_resize.JPG

seminar_9_resize.JPG

seminar_10_resize.JPG

seminar_13_resize.JPGseminar12_resize.JPG

seminar14_resize.JPG

 

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter