
กาฬสินธุ์/ 19 กรกฎาคม 2560 เทศบาลตำบลคำใหญ่ ร่วมกับ อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ สภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ สภาองค์กรชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ขบวนองค์กรชุมชนอำเภอห้วยเม็ก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดพิธีมอบบ้านพอเพียงชนบท ประจำปี 2560 “สร้างบ้าน สร้างสุข สร้างความมั่นคง พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มียุทธศาสตร์” แก่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยตำบลคำใหญ่ และตำบลคำเหมือดแก้ว อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 56 ราย โดยได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ เป็นประธานในพิธีฯ ณ เทศบาลตำบลคำใหญ่ อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายอำเภอห้วยเม็ก นายกเทศมนตรีตำบลคำใหญ่ ผู้อำนวยการภาค พอช. เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ และประชาชน เข้าร่วมประมาณ 250 คน
นายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เนื่องจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านติดราชการ จึงได้มอบหมายให้ตนเองมาในครั้งนี้ และได้ฝากความห่วงใยมาถึงพี่น้อง ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ท่านประสงค์จะมาด้วยตนเอง งานในวันนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ร่วมกับเทศบาลตำบลคำใหญ่ เทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว และขบวนองค์กรชุมชนอำเภอห้วยเม็ก ได้เสนอโครงการขอรับการสนับสนุนเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดกาฬสินธุ์จากที่ฟังรายงานนั้นได้รับการสนับสนุนอนุมัติโครงการจำนวนครึ่งหนึ่งของที่เสนอไป งบประมาณ 2 ล้านกว่าบาท
ถ้าพูดถึงบ้านพอเพียง พี่น้องต้องน้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาบที่ 9 ที่ต้องมี 3 อย่าง 1) มีเหตุผล คือทำอะไรให้เกิดผลดีต่อตัวเอง ครัวครัว ชุมชนและสังคม ทำแล้วดี ทำแล้วเจริญ ทำแล้วเป็นสุข พี่น้องก็จงทำสิ่งนั้น 2) มีความพอประมาณ มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้พอสมควร ไม่ใช้ให้เกินขีดความสามารถของตนเอง และ 3) ต้องมีความรู้ มีคุณธรรม มีศีล 5
มีโอกาสไปคุยกับพี่น้องบางคนมีที่ทำกินไม่กี่ไร่ เมื่อแบ่งให้ลูกหลานแล้วที่ดินจะน้อยลง ขนาดมีที่ดินอยู่ 10 ไร่ ยังทำการเกษตรรายได้ไม่เพียงพอ เมื่อแบ่งให้ลูกหลานแล้ว คิดว่าลูกหลานคงทำไม่เพียงพอ พี่น้องต้องมีเหตุผล มีความคิด มีความรู้ ตั้งใจที่จะพัฒนาสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ปัจจุบันมีที่นา 10 ไร่ ได้ไร่ละ 5,000 บาท 10 ไร่เมื่อแบ่งให้ลูกหลานรายได้คงไม่เพียงพอ วันนี้เราต้องทำอะไรที่มีรายได้มากกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียว เช่นการปลูกอ้อย ยางพารา เลี้ยงสัตว์ ทำอย่างอื่น ทำอย่างไร ให้ได้ 1 ไร่ 1 แสน หรือ 1 งานหายจน ต้องฝากขบวนองค์กรชุมชนช่วยคิดหาวิธีการ ที่จะสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้คนที่ได้รับโครงการบ้านพอเพียงมีรายได้ที่มากขึ้น ขอให้เป็นพสกนิกรที่ดีของพระเจ้าอยู่หัว เป็นคนที่ร่วมพัฒนาประเทศชาติ มีความรัก แบ่งปันให้กับคนอื่น ดูแลคนในชุมชน ดูสังคมที่เราอยู่ร่วมกัน
นายประดิษฐ์ สุบุตรดี นายกเทศมนตรีตำบลคำใหญ่ กล่าวว่า เทศบาลตำบลคำใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร 1,140 ครัวเรือน ประชากร 5,225 แบ่งเป็น 12 หมู่บ้าน มีกองทุนสวัสดิการชุมชนก่อตั้งเมื่อปี 2554 เพื่อสนับสนุนการจัดระบบสวัสดิการชุมชนในเขตเทศบาลมีคุณภาพชีวิตขึ้น และส่งเสริมระบบสวัสดิการ สร้างการมีส่วนร่วมในการวางแผนแก้ไขปัญหา ส่งเสริมความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกัน ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 3,412 คน ดูแลสวัสดิการในเรื่อง เกิด เจ็บป่วย ตาย ทุนการศึกษา อาชีพ ทุกวันนี้เงินสะสมหมุนเวียนจำนวนประมาณ 1.5 ล้านบาท
ซึ่งในการทำงานมีการเชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชน ที่ก่อตั้งเมื่อ 16 มกราคม 2554 เพื่อร่วมแก้ปัญหาในชุมชนท้องถิ่น ร่วมสำรวจข้อมูล และเสนอขอรับงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบทจาก พอช. ซึ่งได้รับการอนุมัติจำนวน 26 หลังคาเรือน และกำลังจะมีการพัฒนาต่อยอดกลุ่มอาชีพ 18 กลุ่ม ซึ่งที่มาสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลคำใหญ่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น ในฐานะผู้บริหารท้องถิ่นหวังให้ประชาชนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการบ้านพอเพียงและแผนการดำเนินโครงการในปี 2561 โดยระบุว่า พอช.เป็นองค์การมหาชน ที่สังกัดอยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชน และหน่วยงานภาคีในการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น
สำหรับโครงการบ้านพอเพียงชนบทนั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของรัฐบาล ที่ พม.ได้นำเสนอ และรัฐบาลผลักดันเป็นนโยบายการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ให้ผู้มีรายได้น้อยมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยอย่างถ้วนหน้า ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 แผนงานใหญ่ 1) แผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเขตชุมชนเมือง ซึ่งจะประกอบด้วย โครงการบ้านมั่นคง โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว และคนไร้บ้าน 2) ในด้านชนบท เพราะที่อยู่อาศัยเป็น 1 ในปัจจัย 4 จึงดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบท เป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยครัวเรือนที่ยากจน มีปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน ที่มีสภาพที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงแข็งแรง รวมทั้งที่ประสบภัยพิบัติ
โดยกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นกลุ่มคนยากคนจน ผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน มีหลักการสำคัญ 1) ไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่เน้นกระบวนการให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะคนที่เดือดร้อนต้องลุกขึ้นมาร่วมแก้ปัญหา พิจารณาเกณฑ์ สำรวจ วางแผน และซ่อมสร้างด้วย 2) เป็นการสร้างความร่วมมือของชุมชน ท้องถิ่น ภาคีราชการ ทำให้เกิดการหนุนเสริมแก้ปัญหา และ 3) การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน
ในพื้นที่ภาคอีสานมีการดำเนินการทั้งสิ้นรวม 172 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด ผู้ได้รับประโยชน์รวม 2,070 ครัวเรือน ในส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น ได้ดำเนินการในพื้นที่ 5 ตำบล 225 ครัวเรือน งบประมาณ 2.2 ล้านบาท ซึ่งมีกระบวนสำคัญคือการทำงานผ่านเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่ สภาองค์กรชุมชนตำบล กองทุนสวัสดิการชุมชน และหน่วยงานภาคีต่างๆ ปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลรวม 105 ตำบล มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนรวม 122 ตำบล และมีการเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรต่างๆ สู่การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ขณะนี้มีการเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนการดำเนินการโครงการบ้านพอเพียงชนบทต่อเนื่องในปี 2561 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณ
นายละมุล โกศิลา ประธานขบวนองค์กรชุมชนอำเภอห้วยเม็ก กล่าวรายงานผลการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด ได้ดำเนินการบ้านพอเพียงชนบทโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ครัวเรือนยากจนที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยในชุมชนให้มีที่อยู่อาศัยดีขึ้น มีความมั่นคง โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน รวมทั้งสนับสนุนให้ชุมชนได้ดูแลและช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ยากจน ในการซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติมบ้าน หรือการสร้างบ้านใหม่แทนบ้านเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม และเพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถวางแผนจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยร่วมกันในระดับพื้นที่กับหน่ยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถเชื่อมโยงกับงานพัฒนาด้านต่างๆ ในตำบล
ขบวนฯ จึงร่วมมือกับ พอช. พมจ. เทศบาลตำบลคำใหญ่ และเทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว สำรวจจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อน จัดทำแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งตำบล เชื่อมโยงทุกภาคส่วนร่วมกันทำงาน ซึ่งได้เสนอโครงการบ้านพอเพียงชนบท แบ่งออกเป็น 5 ตำบล คือ 1) ตำบลนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ ผู้เดือดร้อน 40 หลังคาเรือน ได้รับอนุมัติ 30 หลังคาเรือน วงเงิน 418,778 บาท 2) ตำบลคำใหญ่ อำเภอห้วยเม็ก ผู้เดือดร้อน 69 หลังคาเรือน ได้รับอนุมัติ 28 หลังคาเรือน วงเงิน 427,128 บาท 3) ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน ผู้เดือดร้อน 106 หลังคาเรือน ได้รับอนุมัติ 25 หลังคาเรือน วงเงิน 450,388 บาท 4) ตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ ผู้เดือดร้อน 103 หลังคาเรือน ได้รับอนุมัติ 52 หลังคาเรือน วงเงิน460,000 บาท และ 5) ตำบลคำเหมือดแก้ว อำเภอห้วยเม็ก ผู้เดือดร้อน 138 หลังคาเรือน ได้รับอนุมัติ 30 หลังคาเรือน วงเงิน 460,090 บาท ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงจังหวัดกาฬสินธุ์ 5 ตำบล ผู้เดือดร้อน 456 หลังคาเรือน ได้รับอนุมัติ 221 หลังคาเรือน จำนวนเงินสนับสนุนรวม 2,216,384 บาท
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบบ้านพอเพียงชนบท ต่อจากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียน มอบบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 10 จำนวน 2 ราย ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบถุงยังชีพให้กับครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับโครงการบ้านพอเพียงชนบทในครั้งนี้ด้วย














