
บึงกาฬ/ 19-20 กรกฎาคม 2560 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มจังหวัดวัฒนธรรมภาษาภูผา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเวทีติดตามเสริมพลังขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ณ ห้องประชุม เทศบาลตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อทบทวนการทำงาน ติดตามผลการดำเนินงาน และวางแผนจังหวะก้าวในการทำงาน
นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค พอช. กล่าวถึงการยกระดับการทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด โดยกระบวนการติดตามแบบเสริมพลัง โดยระบุว่า คำว่าการจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง เป็นคำที่สรุปรวบยอด ที่ประชาชนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของการพัฒนา การพัฒนาต้องมาจากประชาชน เมื่อประชาชนตั้งหลักได้ จึงไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ
การพัฒนาที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ทำลายความคิดเรื่องบ้านเมืองเป็นเรื่องของเรา อนาคตลูกหลานเป็นเรื่องของเรา และเรื่องอื่นๆ แต่ปัจจุบันเรื่องที่เป็นของเราได้กลายเป็นเรื่องของคนอื่นไปแล้ว เช่นเรายกเรื่องการศึกษาของลูกหลานให้เป็นของคนอื่นไปหมดแล้ว เราจะกลับมาจัดการตนเอง การพัฒนาผ่านระบบตัวแทน มันไม่มีความจีรังยั่งยืน แต่ถ้าประชาชนลุกขึ้นมาการพัฒนาจะถูกทิศถูกทางมากขึ้น วันนี้วิธีคิด องค์ประกอบคนทำงาน หน่วยงาน ภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดบึงกาฬมีความพร้อมแล้ว แต่ทำอย่างไรคนบึงกาฬถึงจะถือธงนำให้ได้
ระบบการสนับสนุน พอช. เป็นระบบการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง พอช.โอนงบให้ประชาชนบริหาร เพราะเชื่อมั่นว่าประชาชนมีศักยภาพถ้าประชาชนมีโอกาส บึงกาฬรวบรวมคนบึงกาฬมาร่วมกันทำงาน บูรณาการการทำงาน และกำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ ตอนนี้ พอช.ใช้โครงการเป็นเครื่องมือในการทำงานกับพี่น้อง ซึ่งโครงการอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ของคนภาคอีสานที่เป็นคนกำหนด
ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค พอช. กล่าวต่อว่า ทำไมต้องพูดถึงจังหวัดจัดการตนเอง ที่ผ่านมาเราทำงานเป็นแท่งๆ งานใครงานมัน จังหวะนี้เป็นจังหวะที่จะก้าวข้าม ใช้ความร่วมมือ ทำงานตามยุทธศาสตร์ ตั้งสภาองค์กรชุมชน แล้วจะไปสู่อะไร สู่นโยบายสาธารณะที่ภาคประชาชนกำหนดมากขึ้น เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ทำให้คนที่ตื่นรู้ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม กิจกรรมที่เราทำ เป้าหมายคือสร้างคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นเจ้าของการพัฒนาบ้านเมือง
“กระบวนการจึงสำคัญกว่าเป้าหมาย แผนยุทธศาสตร์ที่มีน้ำหนักต้องไปสร้างตั้งแต่ระดับตำบล ที่ระดับจังหวัดจึงมีน้ำหนัก วัฒนธรรมคนอีสานแล้วแต่หัวหน้าต่างจากภาคใต้ที่ไม่รบนายไม่หายจน เมื่อคนมีคุณภาพ ราชการก็ต้องมีคุณภาพตาม การกระจายอำนาจ อย่างไรก็ต้องเปลี่ยน ต้องสร้างคนเพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ให้สังคมมีความสมดุล และเคลื่อนด้วยความรู้ ความเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่อผลักดันนโยบาย วิธีคิดรัฐเล็กสังคมโต จะเกิดขึ้นได้ถ้าเคลื่อนด้วย 3 สิ่งนี้ เรามีความจำเป็นที่ต้องเคลื่อนคน ถ้าเราเคลื่อนแต่ในระดับจังหวัดจะเข้าไม่ถึงหัวใจของคนข้างล่าง จะไม่มีพลังปัจจุบันพี่น้องคิดเรื่องการจัดการตนเอง การพึ่งตนเอง จากการทำแผนชุมชน ที่เริ่มจากชุมชนบ้านไม้เรียง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9”
สภาองค์กรชุมชนมีหน้าที่ในการกำหนดแผนการพัฒนาตำบล คล้ายกับสภาพัฒน์ฯในระดับตำบล ปัจุบันเป็นยุคที่ประชาชนเป็นเจ้าของการพัฒนา แค่ยกมือไม่เพียงพอ ประชาชนต้องเป็นคนเขียนแผน กำหนดแผน สร้างกระบวนการพัฒนาประเทศแบบใหม่ ประเทศลาวเปลี่ยนประเทศเริ่มจากคนเพียงแค่ 7 คน บึงกาฬมีคนทำงานมากกว่าอีกทำไมจะทำไม่ได้
ถ้าจะไปต่อได้สู่การทำนโยบายสาธารณะ จังหวัดจัดการเจ้าของ ต้องมีแกนนำที่เอาการเอางาน ต้องมีความคิดอยากเปลี่ยนแปลง เริ่มจากฐานงานที่มีอยู่ จัดกลไกเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา เอาความรู้ไปขยายผลอย่างไร และจัดโครงสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนการพัฒนาในแนวราบ จากระดับตำบล สภาองค์กรชุมชนตำบล ระดับเครือข่ายประเด็นตำบล แผนยุทธศาสตร์อำเภอ และแผนยุทธศาสตร์จังหวัด ที่ต้องเป็นการจัดความสัมพันธ์แนวราบ
นอกจากนั้นการจัดความสัมพันธ์ในระดับจังหวัดจะจัดอย่างไร สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน ขบวนจังหวัด ไปเชื่อมกับประชาสังคมจังหวัด เพื่อเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง เริ่มจากการเคลื่อนไหวจากพื้นที่สร้างรูปธรรมจังหวัดจัดการตนเอง สร้างพื้นที่ทางสังคม เปิดพื้นที่สื่อสารทางสังคม เพื่อไปสู่พื้นที่ทางนโยบาย เคลื่อนโดยอาศัยต้นทุนทางสังคมของจังหวัด ตำบล แล้วยกระดับเป็นการพัฒนาในระดับจังหวัด ให้กระบวนการประชาชนเป็นเจ้าของการพัฒนาจังหวัด
ขบวนจังหวัดต้องหลุดจากกับดัก ความคิดเดิมๆ การจัดกิจกรรมเวทีประชุมสัมมนา การบริหารจัดการโครงการ และความเชื่อในยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพราะจังหวัดจัดการตนเอง ไม่ได้เกิดจากการประชุม แต่เกิดจากการสร้างพื้นที่รูปธรรม สร้างการเคลื่อนไหว ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์จังหวัดในที่สุด ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค พอช. กล่าวในตอนท้าย
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยน ทบทวนความคาดหวัง แผนยุทธศาสตร์การทำงานที่จะมุ่งไปสู่ยุทธศาสตร์ บึงกาฬเมืองธรรมท่องเที่ยว การแปรรูป การพัฒนาศักยภาพผู้นำ การพัฒนาคนรุ่นใหม่ในการทำงาน การผลักดันให้เกิดเวที “เวทีสภารวมใจไทบึงกาฬ” ที่เป็นพื้นที่กลางในการรวมคน และการเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ภาคประชาชนสู่นโยบายระดับจังหวัด
ที่ผ่านมาจุดแข็งของขบวนจังหวัดบึงกาฬนั้น มีกลไกในระดับจังหวัดมีองค์ประกอบภาคส่วนต่างๆ ค่อนข้างดี มีทั้งภาคีหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคีวิชาการ และภาครัฐเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้เข้าไปพูดคุยปรึกษาหารือมากขึ้นกว่าเดิม ประชาชนได้มีบทบาทในการนำเสนอมากขึ้น นอกจากนั้นกลไกจังหวัดมีการติดตามประสานงานความคืบหน้าในการทำงานอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง แต่ก็มีการตอบรับของเครือข่ายในระดับอำเภอค่อนข้างช้า อาจเพราะเปลี่ยนผู้ประสานงานพื้นที่ และสภาองค์กรชุมชนตำบลในแต่ละพื้นที่ยังไม่ค่อยมีความเข้าใจมากนัก แต่ปีนี้ก็ยังเห็นความชัดเจนในหลายอำเภอที่เคลื่อนงานได้ดี อย่างอำเภอเซกา อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอบึงโขลงหลง ส่วนอำเภออื่นๆ อีก 5 อำเภอต้องลงไปเริ่มต้นใหม่
สำหรับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด เนื่องจากจังหวัดมีความพร้อมมีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยว ขบวนจึงคิดว่าจะทำเรื่องท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อที่จะล้อมกรอบการเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจะเริ่มจากการพัฒนาคนบึงกาฬให้มีจิตสำนึกรักบ้านรักเมือง และมองหาของดีของบึงกาฬ จึงต้องเคลื่อนเรื่องการพัฒนาสินค้าชุมชนให้มีมาตรฐาน ทำเป็นแผนให้เชื่อมร้อยกับหน่วยงานต่างๆ
โดยวางจังหวะก้าวที่ 2 ปี 2560 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ได้กำหนดจังหวะก้าว ออกเป็น 3 ด้าน คือ 1) ออกแบบแผนปฏิบัติการพัฒนากลไกอำเภอ 2) กำหนดการลงพื้นที่ตำบล พัฒนาแผนพัฒนาตำบล เชื่อมโยงแผนพัฒนาตำบลสู่แผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด 3) ใช้แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเครื่องมือในการพัฒนาแผนจากระดับตำบล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่การเงิน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. ได้มาให้คำแนะนำการจัดทำเอกสารทางการเงิน และแนะนำการจัดทำสรุปบัญชีค่าใช้จ่ายอย่างง่ายๆ อีกด้วย










