playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Phontong01

9 ปี นับจากการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน สู่สถาบันการเงินชุมชน เกิดการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ มีการดูแลสวัสดิการ 9 ด้าน ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ เชื่อมโยงหน่วยงาน สร้างเศรษฐกิจระดับตำบลให้ชุมชนอยู่ดีกินดี มีอาชีพ มีรายได้ ที่ตำบลโพนทอง อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย 

          ในอดีตที่ตำบลโพนทอง อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ก็ไม่ต่างไปจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ที่เราจะเห็นภาพชายชุดดำขี่มอเตอร์ไซค์วิ่งเข้าวิ่งออกตามตรอกซอกซอยในหมู่บ้าน เพื่อตามเก็บหนี้เก็บดอกจนเป็นที่ชินตาของคนทั่วไป แต่ปัจจุบันที่ตำบลแห่งนี้แทบจะไม่มีชายชุดดำขี่มอเตอร์ไซค์มาปรากฏให้เห็นอีกแล้ว ไม่มีปรากฏการณ์นายทุนมาข่มขู่จะยึดบ้านจะยึดนา โดยอาศัยสัญญาจดจำนองที่ไม่เป็นธรรม การเรียกเก็บดอกเบี้ยสุดโหด ร้อยละ 3 ร้อยละ 5 จนถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน ของนายทุนเงินกู้ เรียกได้ว่าหมดไปจากที่นี่เลยก็ว่าได้

ที่เกริ่นแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านรวยขึ้น หนี้สินของชาวบ้านหมดไป แต่ปัญหาหนี้นอกระบบทั้งหลายทั้งปวงได้ถูกจัดการโดยสถาบันการเงินชุมชนบ้านไร่ หมู่ 5 ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ที่มีจุดเริ่มต้นย้อนหลังกลับไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว จากการจดจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพนทอง เมื่อปี 2552 และพัฒนาการต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน

ทำให้ที่ดินและที่อยู่อาศัยของคนในตำบลโพนทอง จำนวน 76 ราย หลุดจากหนี้นอกระบบ พ้นจากความเสี่ยงที่บ้านและที่ดินจะหลุดมือ โดยสถาบันการเงินชุมชนได้เข้าไปช้อนหนี้ และนำมาจัดระบบใหม่ ทำให้ชาวบ้านเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกลง ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน หรือร้อยละ 15 ต่อปี รวมวงเงินที่ใช้ในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบประมาณ 10 ล้านบาท      

อย่างไรก็ตาม กรณีปัญหาอย่างชาวบ้านครอบครัวหนึ่งในหมู่ 5 ตำบลโพนทอง อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ที่ประกอบอาชีพทำนา และรับจ้างกรีดยาง พี่ชายและแม่เอาโฉนดที่ดินที่บ้านไปจำนองกับนายทุนเวียตนาม ที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เพื่อกู้เงินจำนวน 75,000 บาท โดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 60 ต่อปี เพื่อนำเงินไปส่งค่างวดรถไถที่ติดค้างชำระ กู้เงินมาตั้งแต่ปี 2545 – 2556 ที่ผ่านมาจะส่งดอกให้ทุกปี แต่มาขาดส่งในช่วง 2 ปี สุดท้าย จนนายทุนมาติดประกาศยึดบ้านจากการผิดสัญญากู้ยืมเงิน และเข้ามาขับไล่อยู่หลายครั้ง กระทั่งทางสถาบันการเงินชุมชนบ้านไร่ ม.5 ได้เข้าไปให้การช่วยเหลือ ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย และไถ่ถอนจำนอง ซื้อหนี้จากนายทุนมาอยู่กับสถาบันการเงินฯ ในท้ายที่สุด

ปัจจุบันชายชุดดำหายไป หนี้สินนอกระบบจำนวน 10,438,728 บาท ของคนในตำบล 76 ราย มาอยู่ในการดูแลของสถาบันการเงินชุมชนบ้านไร่หมู่ 5 นอกจากนั้นยังให้เงินทุนกู้ยืมสนับสนุนการประกอบอาชีพ ทำนา 87 ราย วงเงิน 1,300,000 บาท ทำสวน-ทำไร่ 150 ราย วงเงิน 4,506,000 บาท ประกอบธุรกิจ 17 ราย วงเงิน 994,000 บาท รวมเป็นเงินที่หมุนเวียนในชุมชนประมาณ 17 ล้านบาท 

IMG 7870นางหนูลักษ์ สมดังใจ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนโพนทอง เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนที่ตำบลนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ แต่เมื่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้ลงพื้นที่มาสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของสภาองค์กรชุมชนตำบล ว่าจะเป็นเวทีของการพูดคุยปรึกษาหารือถึงปัญหาและความต้องการของคนในชุมชน โดยมีกฏหมายให้การรองรับ ที่ผ่านมามีแต่สภาขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตนจึงได้ชวนกลุ่มก่อการดีจาก 11 หมู่บ้านมาพูดคุย จนร่วมกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552

และต่อมาก็ได้ชักชวนกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ปรึกษาหารือถึงกฏระเบียบตามความต้องการของสมาชิก เพื่อดูแลเกิด แก่ เจ็บตาย สาระทุกข์สุขดิบให้กับคนในชุมชน โดยตั้งเมื่อเดือนกันยายน 2552 เริ่มจากสมาชิก 134 ราย มีเงินกองทุนประมาณ 48,000 บาท ผ่าน 6 เดือนแรกจึงเริ่มมีการจ่ายสวัสดิการให้กับคนในชุมชนครั้งแรกกรณีเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล 2 ราย เป็นเงิน 1,200 บาท ปี 2554 เริ่มมีสมาชิกขึ้นมาจำนวนหลักพัน ปัจจุบันมีสมาชิก 2245 คน เก็บเงินออมของสมาชิกเดือนละประมาณ 6 หมื่นบาท มีเงินออมของสมาชิกประมาณ 3 ล้านบาท

ซึ่งในการดำเนินงานกองทุนฯ รัฐได้สมทบเงินผ่าน พอช. มาที่ตำบลโพนทองแล้วจำนวน 3 ครั้ง รวม 923,760 และทาง อบต. ได้ร่วมสมทบ 30,000 บาท โดยจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกกรณี เจ็บป่วยกับคลอดบุตร ประมาณ 800,000 บาท สมทบการเสียชีวิต 114 คนๆ ละ 2,000 บาท รวม 228,000 บาท ที่ผ่านมาก็ล้มลุกคลุกคลานกว่าจะถึงวันนี้ โดยมีการจัดสวัสดิการ 9 ประเภท 1) เกิด 500 บาท 2) เจ็บนอนโรงบาลคืน 300 บาท 3) ตาย 2,000 บาท 4) ทุนการศึกษา 500 บาท 5) สาธารณะประโยชน์ในชุมชน 6) คนพิการให้ของปีใหม่ เช่น ผ้าห่ม พร้อมกับเงิน 200 บาท 7) เป็นเจ้าภาพงานศพ 1 วัน 8) กู้ยืมเพื่อไปประกอบอาชีพ และ 9) กู้ฉุกเฉินไม่เกิน 2,000 บาท ประธานกองทุนฯ เล่าให้ฟัง

IMG 7800

จากกองทุนสวัสดิการชุมชนสู่สถาบันการเงินชุมชน

“สถาบันการเงินชุมชนบ้านไร่ หมู่ 5 สามารถเป็นที่พึ่งให้กับชุมชน ไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนนอกระบบ เป็นสถาบันการเงินของชุมชน โดยชุมชน เพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน”

จุดเริ่มต้นมาจากกรณีมีสมาชิกที่เดือดร้อนมาปรึกษา ขอให้ไปช่วยไถ่ถอนหนี้สินเพราะกำลังจะโดนยึดบ้าน จะโดนยึดที่ จากการกู้เงินมาทำการเกษตร แต่ผลผลิตขายไม่ได้ตามเป้าหมาย โดยเอาที่ไปจำนองกับนายทุนนอกระบบ ร้อยละ 3 บ้าง ร้อยละ 5 ร้อยละ 20 ต่อเดือนก็มี มีบางส่วนกู้ยืมเงินเพื่อไปทำงานต่างประเทศ บางส่วนติดการพนัน บางกรณีใช้เงินเกินตัว ผนวกกับหากกองทุนฯ ไม่ได้รับการสมทบอีก ก็อาจจะอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีรายได้เพิ่ม คณะกรรมการจึงมานั่งคุยคิดหาทางออก  

“ที่คิดเรื่องการปล่อยกู้ ด้านหนึ่งจะหาเงินมาจัดสวัสดิการมาจากไหน รัฐสมบทเพียง 3 ครั้ง ถ้าปล่อยกู้เราจะได้ดอกเบี้ยมาจัดสวสัดิการ กองทุนต้องหารายได้เข้ามาเสริมเพื่อรองรับความเสี่ยง เพราะต้องจ่ายสวัสดิการให้กับสมาชิกประมาณเดือนละ 3 หมื่นบาท แต่กองทุนสวัสดิการฯ เองก็ไม่สามารถปล่อยเงินกู้ได้ กองทุนสวัสดิการชุมชน จึงร่วมกับ กองทุนหมู่บ้าน โดยมีธนาคารออมสินเป็นพี่เลี้ยง  จัดตั้งสถาบันการเงินฯ เมื่อ 3 กันยายน 2558”  นางหนูลักษ์ สมดังใจ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนโพนทอง กล่าว

เมื่อก่อนมีแต่กองทุนหมู่บ้าน และกองทุนสวัสดิการชุมชน สามารถกู้ธนาคารออมสินได้ 3 ล้านบาท แต่เมื่อจัดตั้งสถาบันการเงินฯ แล้ว จึงขอกู้เงินจำนวน 20 ล้านบาท ดอก 4.85 ต่อปี ภายใน 2 ปี สามารถส่งคืนได้ 14 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเหลือหนี้คงค้างประมาณ 6 ล้านบาท หนี้สินที่กู้มาได้มาปล่อยให้สมาชิก เพื่อไปไถ่ถอนหนี้สินนอกระบบ 76 ราย ประมาณ 7 ล้านบาท และให้สมาชิกที่จะไปกู้เงินนอกระบบเพื่อค้าขาย ประกอบอาชีพ ประมาณ 300 ราย ประมาณ 10 ล้านบาท โดยปล่อยกู้วงเงินสูงสุด 5 แสนบาท ต่ำสุดคือ 2 พันบาท เก็บดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี 

สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านไร่ ตำบลโพนทอง อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย เล่าให้ฟังว่า เดิมไปกู้หนี้ยืมสินจากนายทุนที่อำเภอท่าบ่อ จำนวน 60,000 บาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน 36 บาทต่อปี ต้องส่งดอกเดือนละ 1,800 บาท โดยเอารถยนต์กระบะไปจำนำไว้ และได้กู้เงินจากสถาบันการเงินบ้านโพธิ์ตาก ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอโพธิ์ตาก โดยเอาที่ไปจำนอง เสียดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี โดยกู้เงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งมากู้กับสถาบันการเงินชุมชนฯ 340,000 บาท เพื่อไปปลดเปลื้องหนี้สิน จากหนี้ทั้ง 2 ก้อน และเพื่อส่งให้ลูกชายไปทำงานต่างประเทศ

สอดคล้องกับสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ชาวบ้านหมู่ 5 บ้านไร่ ตำบลโพนทอง อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ที่เล่าให้ฟังว่า นอกจากจะได้รับการดูแลยามเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยนอนโรงพยาบาล คืน 300 บาท จากกองทุนแล้ว ยังได้สิทธิจากการเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพนทอง กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินชุมชนบ้านไร่ เพื่อการประกอบอาชีพ จำนวน 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 บาท ต่อปี “ถ้าจะไปกู้ที่อื่นเขาคิดดอกร้อยละ 5 ต่อเดือน ธนาคารหมู่บ้าน ก็คิดดอกร้อยละ 2 ต่อเดือน ที่สถาบันการเงินชุมชนคิดดอก 1.25 ต่อเดือน ทำนาก็ต้องเอาเงินมาลงทุนค่าไถ ค่าพันธุ์ ค่าจ้างดำ ค่าปุ๋ย จิปาถะ บางส่วนก็เอามาลงทุนค่าขนหญ้าแฝก เพื่อเอามาทำหลังคาไพหญ้าขาย”

IMG 7860

เชื่อมประสานภาคี จากการแก้หนี้ สู่การส่งเสริมกลุ่มอาชีพ สร้างรายได้

นอกจากการไถ่ถอนหนี้สินนอกระบบให้คนในชุมชนแล้ว ที่นี่ยังส่งเสริมกลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น กลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน กลุ่มผู้เลี้ยงปลาเพื่อแปรรูป  กลุ่มข้าวกล้องอินทรีย์หอมนิล ซึ่งในการตั้งกลุ่มอาชีพ เกิดจากการมองเห็นปัญหาด้านการขาดแคลนอาหาร ชาวบ้านต้องชื้ออาหารในราคาสูง รวมถึงการทำการเกษตรปลูกข้าวราคาผลผลิตตกต่ำ ทำให้เกษตรกรมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นทุกปี จึงได้ใช้โอกาสสร้างงานในชุมชนให้มีรายได้เกิดขึ้น และส่งเสริมการทำอาชีพอื่นเสริมโดยใช้ทุนน้อยเพื่อนำไปสู่การแปรรูปอาหาร ที่สามารถมีรายได้ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน อีกทั้งเป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชน และชุมชนอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

โดยมีการเชื่อมประสานกับหน่วยงานภาคีต่างๆ อย่างเช่น เกษตรอำเภอ ได้สนับสนุนงบประมาณในการรวมกลุ่มเพาะเห็ด ประมงจังหวัด ให้การสนับสนุนการเลี้ยงปลา พร้อมให้ความรู้ พันธ์ปลา รวมถึงงบประมาณการจัดประชุมสร้างความเข้าใจการเลี้ยงปลา พัฒนาชุมชนอำเภอ ให้ความรู้ และสร้างความสัมพันธ์การส่วนร่วมภาคีกับกองทุนหมู่บ้านกับทุกหมู่บ้านในอำเภอ อบต.ตำบลโพนทอง ให้การสนับสนุนสถานที่ และอาหารในการจัดประชุม สถาบันการเงินในชุมชนตำบล 4 กลุ่ม1) สถาบันการเงินต้นแบบบ้านโพนทอง 2) สถาบันการเงินชุมชนบ้านไร่ ม.5 3) ธนาคารหมู่บ้านหมู่ 5 หมู่ 9 4) สถาบันการเงินหมู่ 4 หมู่ 6 คอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่นข้อมูลของสมาชิก การขอยืมเงินในเครือข่ายสถาบันการเงินร่วมกัน ร่วมทั้งการสร้างกฎกติการ่วมกัน และธนาคารออมสิน จังหวัดหนองคาย ให้ความรู้เรื่องการทำบัญชี และให้งบสนับสนุนการประชุมสร้างความเข้าใจ และให้เครดิตกู้ยืมไถ่ถอนหนี้นอกระบบให้คนในชุมชน ซึ่งตำบลโพนทอง จะสร้างแหล่งอาหารและตลาดการแลกเปลี่ยนในชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และ AEC มีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน

กลุ่มเพาะเห็ดชุมชนบ้านไร่

กลุ่มเพาะเห็ดชุมชนบ้านไร่ มีสมาชิก 33 ราย เป็นอาชีพเสริมหลังจากการทำการเกษตร รวมกลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการบริโภค เป็นการต่อยอดจากโครงการภัยแล้ง เพื่อให้เกิดผลผลิตได้บริโภคในชุมชนอย่างพอเพียง ลดราคาต้นทุนในการซื้อปัจจัยการผลิต สร้างรายได้ครัวเรือนให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีคณะกรรมการ มีตั้งกฏระเบียบ และแบ่งรายได้เข้ากองกลางของกลุ่ม

นางจันทร์ แก้วอาสา สมาชิกกลุ่มเพาะเห็ดชุมชนบ้านไร่ เล่าให้ฟังว่า ได้ลงทุนเพาะเห็ดครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 จำนวน 3,000 ก้อน เงินลงทุน 15,000 บาท และเริ่มเก็บผลผลิตหลังจากที่ปล่อยให้เชื้อเห็ดเดิน 45 วัน หลังจากนั้นก็ทะยอยเก็บขายในช่วงเดือนตุลาคม – มีนาคม 2560 มีรายได้จากการขายเห็ดเกือบทุกวัน สูงสุดได้วันละ 15 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 50 บาท 750 บาท ต่ำสุดวันละ 1 กิโลกรัม โดยมีการบันทึกข้อมูลการขายอย่างต่อเนื่อง

“ทำเห็ดก็ได้ขายอยู่ ทำเท่าไหร่ก็ขายได้หมด บางวันไม่พอขาย บางเจ้าเราเอาไปขายให้ครั้งเดียว ครั้งต่อมาเขาตามมาซื้อถึงที่บ้าน และกลับมาซื้ออีก ทุกวันนี้ก็พอเก็บขายได้บ้าง ทำเห็ดก็จะมีรายได้มีเงินใช้เรื่อยๆ กำลังคิดจะทำโรงเรือนใหม่ เพราะการใช้เสาไม้ยูคาจะมีปัญหาในเรื่องปลวก แต่ถ้าทำเห็ดก็ต้องคอยให้เวลาในการดูแล จะทำแบบปล่อยทิ้งปล่อยกว้างก็ไม่ได้”    

กลุ่มเลี้ยงปลา และแปรรูป

กลุ่มเลี้ยงปลา เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นจากการรวมสมาชิก 3 ตำบล ในอำเภอโพธิ์ตาก มีสมาชิกประมาณ 100 ราย กลุ่มนี้ทางประมงจังหวัด มาเป็นองค์กรพี่เลี้ยงในการหนุนเสริมการเลี้ยงปลา จัดประชุมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจการเลี้ยงปลา และนำพันธุ์ปลามาให้กับสมาชิกอีกด้วย

นายวิโรจน์ แก้วคำ สมาชิกกลุ่มเลี้ยงปลา เป็นเกษตรกรอยู่ตำบลโพนทอง มีอาชีพทำนาปลูกข้าว ปีหนึ่งทำนา 3 ครั้ง บางส่วนไว้กิน บางส่วนไว้ขาย บางส่วนทำเป็นข้าวเม่าขาย อีกทั้งยังทำเกษตรผสมผสานปลูกปาล์มน้ำมัน เลี้ยงจิ้งหรีด เลี้ยงไส้เดือน และเลี้ยงปลาเพื่อเป็นรายได้เสริม ในอดีตเคยเลี้ยงปลาดุกขายแต่ก็หยุดไปเพราะไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะราคารับซื้อต่ำ ราคาค่าหัวอาหารแพงเลยหยุดทำ เมื่อมีการรวมกลุ่มจึงมาเข้าร่วม

“ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ทำผสมผสานหลายอย่าง เพื่อความอยู่รอด ต้องดิ้นรน ได้นิดหน่อยก็ทำ ครั้งนี้ทางสถาบันการเงินฯ ได้ประสานความร่วมมือกับทางประมงจังหวัด ส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลแบบครบวงจร  ส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ มาตรฐานการแปรรูป รวมทั้งมาสนับสนุนพันธุ์ปลาให้กับสมาชิก ครัวเรือนละ 3,000 ตัว พร้อมกับให้ความรู้และเครื่องมือในการแปรรูปปลาเป็นสินค้าต่างๆ”   

IMG 7867

สร้างกระบวนการจัดทำแผนพัฒนา  เชื่อมโยงท้องถิ่น ท้องที่ โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง

ที่ตำบลโพนทอง นอกจากจะมีความโดดเด่นในเรื่องของสวัสดิการชุมชน และสถาบันการเงินชุมชน แล้ว ที่นี่ยังมีสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง ที่จดแจ้งจัดตั้งขึ้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทในการเป็นพื้นที่กลางในการปรึกษาหารือปัญหาต่างๆ ของชุมชน และยังเป็นเวทีในการจัดทำแผนการพัฒนาตำบลของชาวบ้านที่ยกระดับสู่การเชื่อมโยงแผนการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นการจัดทำแผนการพัฒนาชุมชน โดยชุมชน ที่ทำขึ้นตามความต้องการของชุมชน โดยมีตัวแทนกรรมการที่มาจากหมู่บ้านละ 4 คน มีคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน และคนในชุมชนทั้งสามตำบล มาร่วมกันระดมความคิด ซึ่งได้จัดประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

อีกทั้งยังได้ประกาศแผนพัฒนาชุมชนให้คนในชุมชน และหน่วยงานภาคีรับทราบและนำแผนไปบูรณาการแผนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในครั้งนี้มีนายอำเภอโพธิ์ตาก มาเป็นประธานในการรับมอบแผนพัฒนาทั้ง 3 ตำบล มีตำบลโพนทอง ตำบลโพธิ์ตาก และตำบลด่านศรีสุข

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่มาร่วม เช่น นายอำเภอโพธิ์ตาก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง ตำบลโพธิ์ตาก ตำบลด่านศรีสุข กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เกษตรอำเภอโพธิ์ตาก พัฒนาชุมชนอำเภอโพธิ์ตาก ประมงจังหวัดหนองคาย สมาคมผู้สูงอายุจังหวัดหนองคาย โดยการประกาศแผนพัฒนาในครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี และหน่วยงานจะนำแผนพัฒนานี้ไปใช้ให้เกิดประโยน์กับชุมชนให้มากที่สุด

กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง

ขั้นตอนจัดทำแผนพัฒนา เริ่มจาก 1) การเตรียมความพร้อมสมาชิก แกนนำชุมชนการสร้างความเข้าใจและความสำคัญในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา 2) การทบทวน วิเคราะห์ข้อมูลตำบล กระบวนการพัฒนางานในระดับพื้นที่ที่ผ่านมา 3) การกำหนดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ ทิศทางการพัฒนา ในระยะ 10 ปี ข้างหน้าเราอยากเห็นภาพของตำบลเราเป็นอย่างไร 4) การวิเคราะห์ตำบล (SWOT) รวมไปถึงการประเมินศักยภาพในระดับตำบล 5) การกำหนดยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา แผนแก้ไขปัญหาเพื่อให้สอดคล้องและบรรลุตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์การพัฒนา 6) การนำเสนอ หรือประกาศแผนฯ ไปสู่การบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ 7) การนำแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติการในระดับพื้นที่

เป้าหมายและวิสัยทัศน์การพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง

สภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา 10 ปี ข้างหน้ามุ่งสู่ “ชุมชนฐานรากเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง เป็นแหล่งเรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง” คนตำบลโพนทองมีคุณภาพชีวิตที่ดี” และกำหนดวิสัยทัศน์ “การพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทองชุมชนสามัคคีเกษตรอินทรีย์ สู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน”

โดยวางยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ 3 ด้าน คือ 1) พัฒนาเกษตรแบบผสมผสานสู่การแปรรูปปลา, ข้าวอินทรีย์ และเห็ดนางฟ้าภูฐาน 2) พัฒนาเกษตรเชิงการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ชุมชนจะมีรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึก และ 3) การพัฒนาศักยภาพผู้นำสภาองค์กรชุมชน ให้เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเอง



บทเรียนสำคัญของแกนนำชุมชน  

จากการสัมภาษณ์กลุ่ม แกนนำตำบลโพนทอง สามารถประมวลสรุปถึงบทเรียนสำคัญ ได้ดังนี้ 1) ในอดีตคนในชุมชนไม่เคยมีบทบาท แต่เมื่อได้ลุกขึ้นมาทำ สามารถเป็นกลไก เป็นตัวขับเคลื่อนให้ชาวบ้าน เป็นที่พึ่งพาของคนในชุมชนได้ 2) เพราะการที่สมาชิกเอาใจมารวมกลุ่ม มาร่วมก่อตั้ง ทำให้ไปถึงเป้าหมาย สามารถต่อรองกับหน่วยงานต่างๆ ได้ 3) ความสำเร็จหลายอย่างเกิดจากสมาชิกมีเป้าหมายในการรวมกลุ่ม ที่ต้องการช่วยเหลือกันเองในชุมชน 4) ผู้นำมีความเสียสละซื่อสัตย์ มีธรรมาภิบาล 5) ชุมชนต้องการมีแหล่งเงินทุนของตนเอง ชุมชนต้องการอยู่ดีกินดี ทำให้เกิดสถาบันการเงิน และกลุ่มอาชีพ 6) ชุมชนรากหญ้าสามรถกำหนดความต้องการของตนเองได้ 7) เพราะมีหน่วยงานมาหนุนเสริม ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ พาไปศึกษาดูงาน จึงสามารถพัฒนาตนเองได้ 8) การที่ชุมชนฝึกทำแผน ทำโครงการ สร้างกระบวนการในการเรียนรู้ ทำให้เกิดการต่อยอดจากโครงการต่างๆ ที่มาช่วยสนับสนุน 9) ชุมชนมีความภาคภูมิใจจากสิ่งที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม 9 ปีบนเส้นทางการพัฒนาขององค์กรชุมชนที่ตำบลโพนทอง ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะการจัดการปัญหาหนี้สินนอกระบบ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของแกนนำชุมชนที่ต้องการให้ชุมชนอยู่ดีกินดี หนี้สินลด มีอาชีพเสริม มีรายได้ในครัวเรือนที่พอเพียง โดยอาศัยการรวมกลุ่มรวมพลัง ร่วมคิด ร่วมทำ จนทำให้ตำบลโพนทองสามารถเป็นพื้นที่รูปธรรม ในการขยายผลสู่การเรียนรู้ให้ชุมชนอื่นๆ ได้มาศึกษาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาความเข้มแข็งโดยองค์กรชุมชนต่อไป

 

รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter