
ขบวนองค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ร่วมกับ พมจ. สุราษฎร์ธานี และ พอช. จัดประชุมนัดแรก เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนเตรียมจัดเวทีขับเคลื่อนจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยภาคประชาชน เพื่อเสนอต่อรัฐในการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรหรือแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองเพียงลำพัง โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคีหนุนเสริม
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ร่วมกัน พมจ. สุราษฎร์ธานี และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ในการจัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจและออกแบบวางแผนการขับเคลื่อนงานพัฒนาข้อมูลสู่การจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งจังหวัดโดยพลังประชาชน ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเครือข่ายชุมชนจากประเด็นสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน บ้านมั่นคง ที่ดินชนบท และภาคประชาสังคม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ พมจ. และ พอช. จากสำนักงานภาคใต้และส่วนกลางเข้าร่วม
นายสมุทร เอียดตรง หัวหน้าปฏิบัติการที่อยู่อาศัย พอช. สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการทำความเข้าใจแก่ขบวนองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี และการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของจังหวัด โดยการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและหน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกัน ผ่านการใช้ข้อมูลจากชาวบ้านเป็นเครื่องมือออกแบบการขับเคลื่อนงานร่วมกัน
“ในเชิงกระบวนการต้องมีมากกว่าการนำข้อมูลมาดูร่วมกัน ซึ่งจะนำข้อมูลจากเครือข่ายบ้านมั่นคง ที่ดินชนบท สภาองค์กรชุมชน และสวัสดิการชุมชน มาดูแล้วจัดทำแผนร่วมกัน ในเชิงหลักคิด เป้าหมาย และทิศทาง ซึ่งต้องมาจากมติของขบวนพี่น้องทั้ง 4 ขบวน โดยใช้ข้อมูลเป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทางว่าในแต่ละตำบล/ชุมชนควรพัฒนาไปในทิศทางไหนอย่างไร” หัวหน้างานบ้านมั่นคง สนง.ภาคใต้กล่าว
นางสาวสุมล ยางสูง ผู้จัดการสำนักบ้านมั่นคง พอช. กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่นำมาสู่การจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัดมาจาก 5 ประเด็นใหญ่ๆ คือ หนึ่ง ในปีที่ผ่านมา UN Habitatได้มีการจัดงาน Habitat IIIซึ่งได้มีการยกประเด็นเรื่องการพัฒนาเมืองทุกมิติเป็นเรื่องสำคัญ และประเทศไทยได้มีการร่วมทำบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่งผลให้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
สอง ทุกประเด็นงานต้องจัดทำแผนแม่บทหรือแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งบ้านมั่นคงได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี ซึ่งรวมถึงประเด็นสภาองค์กรชุมชน และสวัสดิการชุมชนต้องทำแผนของตนเองด้วยเช่นกัน เพื่อไปเชื่อมร้อยและทำให้แผนระดับชาติขับเคลื่อนได้จริง
สาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564 ซึ่งได้มีการบรรจุเรื่องการพัฒนาคน การพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ
สี่ วาระประเทศไทย 4.0 ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนเรื่องแผนภาคประชาชน เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และคุณภาพชีวิต
ห้า เป้าหมายความสำเร็จ SDGs ซึ่งมีทั้งหมด 17 ประเด็น ประเทศไทยเกี่ยวข้องในประเด็นที่ 11 เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ และการเป็นเมืองที่มีสุขภาวะที่ดี
“เนื่องมาจากทิศทางของประเทศเป็นการทำงานเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เองได้พยายามบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งค่อนข้างเป็นประเด็นใหญ่ จึงให้ทุกหน่วยงานมาเป็นเจ้าภาพร่วม ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการทำงานของ พอช. เป็นแบบเรื่องใครเรื่องมัน เช่น มีทั้งเรื่องบ้านมั่นคง บ้านพอเพียง ที่ดินชนบท แยกทำเป็นเรื่องๆ ยังไม่เป็นเรื่องเดียวกัน ส่วนพัฒนาสังคมจังหวัดเองก็มีการทำงานเกี่ยวกับเรื่องบ้านกับหลายกลุ่มเป้าหมาย เช่น บ้านผู้สูงอายุ บ้านผู้พิการ ทั้งที่อยู่ในกระทรวงเดียวกัน จึงได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการชวนทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินระดับจังหวัด ซึ่งจะเป็นโอกาสหนึ่งในการเชื่อมโยงเพื่อนำไปสู่แผนพัฒนาระดับชาติ นอกจากนี้ยังมีเรื่องวิธีงบประมาณในอนาคตจะจัดลงในระดับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด และงบประมาณเชิงประเด็นมากขึ้น อาจจะลดงบประมาณผ่านหน่วยงานของรัฐ เช่น พอช. น้อยลง โดยปรับเป็นงบประมาณสำหรับการทำงานเชิงยุทธศาสตร์แทน” ผู้จัดการสำนักบ้านมั่นคงกล่าว
นางสาวสุมล ยังกล่าวต่อว่า นการจัดทำแผนยุธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น จะต้องเป็นการจัดทำแผนระยะ 5 ปี (2561 – 2565) โดยมีเป้าหมายให้ขบวนภาคประชาชน กำหนดวิสัยทัศน์ว่าอยากให้จังหวัดตนเองมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินรูปแบบใด และอย่างไร โดยหลังจากนี้จะมีการจัดเวทีรวบรวมข้อมูล ระดมปัญหา กำหนดยุทธศาสตร์แล้วออกแบบวิธีการสำคัญ เครื่องมือ และผู้รับผิดชอบ โดยสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ คือ เรื่องข้อมูลจะทำอย่างไรให้เกิดการรวบรวมข้อมูลผู้เดือดร้อน สภาพปัญหาทั้งเมืองและชนบทในจังหวัดได้ จัดกระบวนการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ปัจจัย และโอกาส ซึ่งจากที่กล่าวมาในตอนต้นหลายเรื่องถือว่าเป็นโอกาส คือ นโยบายรัฐบาลเปิด มีแผนระดับชาติ และนโยบายระดับจังหวัดรองรับ
“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เรามายกร่างกันแล้วจะจัดเวทีที่มีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการ และประเด็นอื่นที่มากกว่านี้ เพื่อที่จะมาจัดทำแผนร่วมกัน เพราะต้องมาระดมกันไม่ใช่เป็นแค่แผนของบ้านมั่นคง และขบวนที่ดิน แต่เป็นเรื่องที่อยู่อาศัยของพี่น้องทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นมาวิเคราะห์ว่าจุดแข็งมีอะไร เช่น มีเครือข่ายมีสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการ มีกองทุน มีผู้นำที่มีศักยภาพ และมีจุดอ่อนอะไร เช่น เรื่องที่ดินรัฐมีน้อยหรือมีแต่ไม่สามารถจัดการได้ ต้องมาช่วยกันระดมและวิเคราะห์นำมาสู่การทำแผนจังหวัด ซึ่งวันนี้อาจจะเป็นการพูดคุยทำความเข้าใจและออกแบบวางแผนการทำงานว่าจะทำอย่างไร มีใครบ้าง จะต้องกลับไปทำอะไรมา” นางสาวสุมล กล่าว
ด้านนายเอกลักษณ์ จันทร์อุดม คณะทำงานขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน จังหวัดสุราษฎร์ธนีกล่าว่า ที่ผ่านมาได้รับทราบมาว่ามีงบประมาณต่างๆ ลงมาที่จังหวัดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ขบวนชุมชนยังไม่ได้เข้าไปร่วมในเรื่องนี้ โดยส่วนตัวจึงคิดว่าวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ในการที่ภาคประชาชนจากเครือข่ายต่างๆ ในจังหวัดจะได้ร่วมกันจัดทำข้อมูลแล้วนำมาออกแบบวางแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินของคนจน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของจังหวัด
“เดิมเราไม่รู้จุดประสงค์ พอฟังแล้วเป็นเรื่องน่าเสียดาย น่าจะมีเครือข่ายทุกประเด็นงานเข้าร่วมในวงวันนี้ด้วย โดยเฉพาะเครือข่ายที่ทำโครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งวันนี้มาน้อย ครั้งนี้อาจจะเป็นการยกร่างก่อน ซึ่งในเรื่องของการจัดทำข้อมูล พมจ.ได้มีการพูดคุยกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องการจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อน ซึ่งทั้ง พมจ. และรองผู้ว่าฯ เห็นพร้อมที่จะขยับเรื่องนี้ หลังจากที่เราได้ข้อมูลแล้วสามารถนำไปคุยกับหน่วยงานในระดับจังหวัดได้ ซึ่งมีงบประมาณพร้อมที่จะขับเคลื่อนงานอยู่มากแต่กระบวนการเราไม่ได้ไปเชื่อมต่อ วันนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดี” คณะทำงานฯ จังหวัดกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของเวทีทำความเข้าใจการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินกับขบวนจังหวัด ได้มีการร่วมกันออกแบบวางแผนเพื่อขับเคลื่อนงานต่อ

ในด้านแนวคิด แนวทางตั้งต้นในการขับเคลื่อนงานนั้น นายสมชาย มโนธัม ตัวแทนจากภาคประชาสังคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในปี 2558 มีการจัดเวที “สมัชชาเมืองคนดีน่าอยู่” เคยตั้งเป้าหมายร่วมเรื่องที่อยู่อาศัย คือ “ครอบครัวมีที่อยู่อาศัยมั่นคงและมีสภาพแวดล้อมที่ดี” ซึ่งเป็นเป้าหมายและเป็นวิสัยทัศน์ได้ด้วย วันนี้มีการเตรียมขยับเรื่องที่อยู่อาศัยให้เป็นแบบการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ความสำคัญของการจัดทัพในจังหวัด ในภาคใต้ถือเป็นโอกาสสำคัญ จึงต้องมีการเชื่อมโยงภาคีต่างๆ เข้ามาทำงานด้วยกัน ซึ่งอาจจะต้องหนุนให้ชาวบ้านจัดทำแผน 5 ปี เพื่อเป็นแผนตั้งต้นของจังหวัด แต่ในการขับเคลื่อนต้องดูยุทธศาสตร์ของชาวบ้านในระดับชุมชนเป็นหลัก
“สิ่งที่พยายามเชื่อมกัน คือ ศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดที่ตั้งขึ้นแล้ว คนทำงานคือพวกเราอยู่แล้ว และอีกส่วนต้องดึงกลุ่มอื่นๆ เข้ามาทำงาน เป็นการสร้างความสัมพันธ์การทำงานกับกลุ่มอื่นในพื้นที่ เช่น จิตอาสา จะจัดทัพในระดับชุมชน ตำบล เพื่อนำไปสู่การจัดการตนเองได้อย่างไร เพื่อหนุนซึ่งกันและกันได้ ดังนั้น ต้องจัดกระบวนจริงๆ ในระดับตำบล และชุมชนด้วย โดยขบวนจังหวัดเป็นผู้สนับสนุนและช่วยในเชิงการสังเคราะห์ ซึ่งทีมจังหวัดมีการทำงานร่วมกันมามากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามทีมกลางต้องมีหน่วยงานจากภาครัฐเข้าร่วมด้วย เช่น พัฒนาชุมชน พมจ. เพื่อนำข้อมูลสถานการณ์มาวิเคราะห์ร่วมกัน เนื่องจากแต่ละฝ่ายมีข้อมูลไม่เหมือนกัน” ตัวแทนภาคประชาสังคมกล่าว
สำหรับข้อมูลที่ใช้ตั้งต้น ได้แก่ ข้อมูลบ้านมั่นคง ข้อมูลจากการสำรวจของเครือข่าย ข้อมูล คทช.จังหวัด และข้อมูลของ พมจ. ส่วนกระบวนการทำงาน เบื้องต้นได้มีการเสนอให้มีการจัดคนทำงานออกเป็น 3 ทีมหลัก ได้แก่ หนึ่ง ทีมกลางหรือทีมจังหวัด สอง ทีมพื้นที่ โดยมีเครือข่ายบ้านมั่นคง สภาองค์กรชุมชน ที่ดินในชุมชนเป็นหลักในการเคลื่อนงาน และ สาม มีทีมวิชาการเข้าไปช่วย โดยต้องมาจากหน่วยงานรัฐหลายฝ่าย เช่น สถาบันการศึกษาในพื้นที่ พอช. เป็นต้น ต่อจากนั้นให้มีการจัดเวทีเพื่อระดมข้อมูลและความคิดเห็น รวมทั้งสังเคราะห์เพื่อจัดทำแผนฯ เบื้องต้น ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ที่จะถึงนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม ประกอบด้วย เครือข่ายบ้านมั่นคง ที่ดิน สภาองค์กรชุมชนและสวัสดิการชุมชน ประเด็นเศรษฐกิจและทุน บ้านพอเพียงชนบท กองเลขาจังหวัด หน่วยงาน และภาคี อาทิ พมจ. พอช. ศูนย์พัฒนาการเมือง และสถาบันการศึกษา รวมประมาณ 70 – 80 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจความสำคัญเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยภาคประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนกำหนดวิสัยทัศน์ และการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่านเครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ เช่น บ้านมั่นคงเมือง บ้านมั่นคงชนบท บ้านประชารัฐ สภาองค์กรชุมชน พมจ. ฯลฯ

เรวดี อุลิต สำนักงานบ้านมั่นคง รายงาน





