playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

20536068 10210112001015941 1351055358 o

มหาสารคาม/ 31 กรกฎาคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเวทีประชุมสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 - 1 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมโรงแรมตักสิลา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยมีคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะทำงานพัฒนาศักยภาพผู้นำ คณะทำงานติดตามประเมินเสริมพลัง คณะทำงานส่งเสริมธรรมาภิบาล และคณะทำงานบ้านมั่นคง คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผู้บริหารสถาบันฯ และเจ้าหน้าที่ พอช. จากส่วนกลาง และสำนักงานภาคฯ เข้าร่วมการประชุม เพื่อสรุปบทเรียนการทำงาน และกำหนดแนวทางการทำงานในอนาคต โดยมีศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณะประโยชน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศปส.มข.) ร่วมเป็นทีมวิทยากรจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนพูดคุย

อาจารย์สังคม เจริญทรัพย์ ประธานคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในภาคอีสานครั้งนี้ หลายท่านมาร่วมงานไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วมในพื้นที่อย่างอำนาจเจริญ และบึงกาฬ เป็นอุปสรรคที่เป็นภัยธรรมชาติ แต่การจัดสัมมนาครั้งนี้ได้กำหนดและเตรียมการไว้ล่วงหน้า และเป็นเรื่องสำคัญที่ขบวนฯ ต้องมาร่วมกันหารือ 

ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานครั้งนี้เป็นการ 1) สรุปบทเรียนการทำงานในช่วงที่ผ่านมา ภายใต้เป้าหมาย วิสัยทัศน์ “อีสานหนึ่งเดียว” ที่มียุทธศาสาตร์การทำงาน 6 ด้าน ซึ่งอีสานหนึ่งเดียวยังเป็นวาทกรรม ที่ต้องมีการสรุปบทเรียนให้ชัดเจนในการทำงานที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนข้อเสนอ ข้อจำกัด หาแนวทางในการเดินหน้า ให้ได้ทิศทางที่สำคัญที่จะขับเคลื่อน 2) สถานการณ์ของขบวนองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม ภายใต้การดำเนินนโยบายในปัจจุบันของรัฐบาลทำให้การขับเคลื่อนของขบวนองค์กรชุมชนแผ่วลง แนวทางสำคัญเราอยากยกระดับขบวนการภาคประชาชนและภาคประชาสังคม เพื่อเสนอนโยบายต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และหน่วยงาน ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพื้นที่ของภาคประชาชนและภาคประชาสังคมมากขึ้น 

 

20536278 10210112001375950 759179365 o

ภาคอีสานภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดกรอบระยะเวลา 20 ปี เป็นสิ่งที่เป็นกฏหมายเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ต้องแนวนโยบายนี้ไปปฏิบัติ ไทยแลนด์ยุค 1.0 เป็นยุคเกษตรกรรม ยุค 2.0 รัฐบาลในอดีตปรับวิสัยทัศน์ สู่ยุคอุตสาหกรรมเบา โดยมีการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยุค 3.0 ที่เป็นยุคปัจจุบัน เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีการประกาศว่าเราต้องเป็นนิค เป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย ที่ทิศทางการพัฒนาสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ยานยนต์ เหล็กกล้า อิเล็คโทนิค ฯลฯ เพื่อการส่งออก ซึ่งส่งผลทำให้ GDP ประเทศสูงขึ้น

การส่งออกเป็นเก้าอี้ขาใหญ่ของประเทศ แต่ทำให้ประเทศเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือไม่ รัฐบาลชุดนี้จึงได้ตั้งนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อมุ่งไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ถ้าเราดูแผนยุทธศาสตร์ชาติ จะเห็นว่ารัฐบาลเน้นเกือบทุกเรื่อง แต่บางเรื่องยังมีการให้ความสำคัญน้อยไปนิด คือเรื่องการศึกษา และหนี้สินของครัวเรือน ถ้ารัฐบาลไม่แก้ 2 เรื่องนี้ ก็จะไปสู่ประเทศที่พัฒนาได้ยาก

แล้วที่ภาคอีสานกระทบอย่างไรกับนโยบายที่เกิดขึ้น พื้นที่อีสานถูกจัดวางให้เป็นเขตอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษ อุตสาหกรรมชีวภาพ ที่จะเกิดขึ้นอย่างที่จังหวัดขอนแก่น หรืออำนาจเจริญ จะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมการเกษตรจากอ้อย และมันสำปะหลัง รัฐตั้งเป้าหมายมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท จากการผลิตอ้อย ซึ่งทุกวันนี้เราส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่เรายังห่างจากที่ 1 ประเทศบราซิลอยู่มาก ที่รัฐบาลบราซิลบังคับให้รถทุกคันใช้น้ำมันไบโอดีเซล หรือมันสำปะหลัง รัฐตั้งเป้าหมายต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ที่จะส่งผลให้รายได้ประชากรต่อหัวต่อปี เพิ่มขึ้นอีก 8 หมื่นบาทต่อคนต่อปี ถ้านโยบายนี้ประสบความสำเร็จ คนจะมีรายได้เพิ่ม

ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวต่อว่า นโยบายอุตสาหกรรมชีวภาพ มีทั้งด้านบวกด้านลบ แน่นอนภาพของอุตสาหกรรมจะตกเป็นจำเลยของสังคม แต่เป็นเรื่องที่ถูกส่วนหนึ่ง แต่ถามว่าเราสามารถหนีได้ไหม ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมาจากภาคอุตสาหกรรมทั้งสิ้น เมื่อจำเป็นต้องใช้จะอยู่อย่างไร ทำอย่างไรเราจึงจะทำให้เกิดสมดุลให้อยู่ร่วมกันได้ทั้งสองฝ่าย  

อุตสาหกรรมไบโออีโคโนมี เราสามารถลดการนำเข้าพลังงานของประเทศได้ 30 % ต่อปี เป็นเงินมหาศาล ซึ่งเป็นข้อดี แต่ก็มีข้อเสีย และก็ก่อปัญหาให้กับชุมชน อย่างที่อำนาจเจริญ หรือที่บ้านไผ่ ขอนแก่น ที่กำลังดำเนินการ ถ้าเราฟังจากน้ำเสียงของคนในพื้นที่มีความกังวลกับมลภาวะที่ต้องเจอ เราอยู่ระหว่างโจทย์ที่สวนทางกัน เราอยู่ท่ามกลางนโยบายที่สวนทางกัน ปกป้องสิ่งแวดล้อมกับสนับสนุนอุตสาหกรรม เป็นโจทย์ที่ยาก สุดท้ายเราหนีไม่ได้เป็นกฏหมายในรัฐธรรมนูญ นอกจากจะมีการแก้

ความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่เปรียบเหมือนผู้ตรวจสอบอุตสาหกรรม ให้ดำเนินการอย่างมีธรรมาภิบาล ประชาชนต้องเข้มแข็งในการตรวจสอบ ขาที่สอง สถานประกอบการ มีธรรมาภิบาล มี CSR มีการบริหารทั้งระบบภายใน น้ำเสีย อากาศเสีย การจ้างงานสวัสดิการตามกฏหมาย และระบบภายนอกองค์กร ชาวบ้าน เกษตรกร ต้องทำงานร่วมกันกับสถานประกอบการ และขาที่ 3 ภาครัฐ ต้องยอมรับนโยบาย ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าขาใดไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีปัญหาเกิดขึ้นแน่

ชาวบ้านน้ำพอง ถามว่าทำไมบริษัทกระทิงแดงกำลังก่อสร้างได้ แม้จะทำอีไอเอไม่ผ่าน แต่สร้างได้ ในเมื่อไม่ผ่าน แล้วสร้างได้อย่างไร ได้รับใบอนุญาติได้อย่างไร ดำเนินการออกใบอนุญาติใช้เวลาไม่ถึงเดือน สามารถมีใบ รม.4 ต้องส่งเรื่องอนุมัติที่กรม ส่วน รม. 1-3 ขออนุมัติที่จังหวัด ทำไมจึงมีการออกใบอนุญาติได้ เก้าอี้ 3 ขา ต้องมีความยุติธรรม 

จริงอยู่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ 100 % ระบบที่ป้องกันรักษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ระบบมี ทฤษฎีมี แต่การปฏิบัติไม่มี น้ำพอง โซนอุตสาหกรรม มีโรงงานหนึ่งใช้ถ่านหิน ก่อฝุ่น โดยทฤษฎีจะมีเครื่องจับฝุ่น การวัดค่า ต่ำกว่ามาตลอด วันหนึ่งไฟดับฝุ่นจึงออกมามากกว่าปกติ ระบบที่พยายามปกป้องมี แต่โรงงานต้องมีธรรมาภิบาลหรือไม่ เพราะการลงทุนเพื่อปกป้องเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนอย่างมาก เวลามีอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่ ถ้าเราไม่เห็นด้วย เราห้ามได้ไหม มันเป็นนโยบาย ทำได้อย่างไร เมื่อยังไม่ได้รับอนุญาติแต่บริษัมมีการกว้านซื้อที่ไว้แล้ว มั่นใจได้อย่างไรว่าการขออนุญาติตั้งโรงงานจะผ่าน

กรณีการจะทำอุตสาหกรรมโปแตสในจังหวัดขอนแก่น ผลดีเท่าผลส้ม ผลเสียเทาส้มโอ ตนเองและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นไม่เห็นด้วย จนเป็นเหตุที่มาทำให้ตนถูกปลดจากคณะกรรมาธิการ และจากตำแหน่ง องค์กรภาคเอกชน เป็นแรงหนึ่งที่ร่วมสนับสนุนองค์กรชุมชนได้ ไม่ใช่ว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมอย่างเดียว แต่ต้องดูผลได้ผลเสียต่อชุมชนสังคมด้วย

ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เปรยถามว่า “ประเทศไทยต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ประชาชนไม่มีความสุข เราจะพัฒนาไปทำไม” การศึกษา หนี้สินยังไม่ได้รับการแก้ไข เราจะพัฒนาไปทำไมรัฐบาลใช้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ใช้การแจกเงิน ตามตำราเศรษฐกิจภาวะเงินฝืด ชาวบ้านไม่มีกำลังไม่มีเงิน  วิธีแก้ของรัฐบาล โยนเงินลงไปข้างล่าง มี 100 บาท จะก่อให้เกิดการหมุน โยนลงไป 6 หมื่นล้านจะไปหมุนในตลาด ตามตำราใช่ แต่ประเทศไทยแก้ไม่ได้ กางตำราบริหารไม่ได้ เงินที่ลงมา นาย ก. ได้รับเงิน ติดค้างค่ามอเตอร์ไซค์ จ่ายดอกเบี้ยนอกระบบ เงินที่โยนลงไป ไปแล้วหายเลย เรามีหนี้ครัวเรือนเยอะมาก ชาวบ้านต้องไปส่งหนี้สิน ส่งดอกปัญหาเฉพาะหน้าก่อน

“นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นนโยบายที่ดี แต่ยังเป็นนามธรรม รูปธรรมอยู่ตรงไหน และวางแผนปกป้องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง” อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นสรุปในตอนท้าย

นายมนตรี ดีมานพ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 และมาสู่แผนการพัฒนาภายในภาคอีสาน เราอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา เป้าหมายสถานะทางด้านเศรษฐกิจ สิ้นแผนที่ 13 คนจะมีรายได้ในระดับสูง มีแนวโน้นว่าเรายังไม่อาจก้าวไปได้ เราต้องมีการปรับตัว ใช้การผลิตที่ใช้เทคโนโลยี เพิ่มความสามารถในการแข่งขันเรา ซึ่งยังอยู่ในระดับท้าย แม้ภาคเอกชนยังพอสู้ได้ แต่เรายังมีจุดอ่อนในภาคราชการที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่

ส่วนการจัดการภาครัฐยังมีปัญหาการคอรัปชั่น และการศึกษาที่ทำให้คนมีขีดความสามารถต่ำ ยังมีปัญหาในเชิงคุณภาพในแต่ละพื้นที่ มีความแตกต่างในเมืองและพื้นที่ห่างไกล รวททั้งการเตรียมคนก้าวสู่อนาคต ในภาคอีสาน เรายังต้องการแรงงานทักษะฝีมือ ซึ่งที่ภาคอีสานยังขาดอยู่มาก และไม่ได้หมายความว่าเมื่อจบการศึกษาแล้วคนจะอยู่ในพื้นที่



ในมิติสังคม เรากำลังไปสู่โครงสร้างสังคมผู้สูงอายุที่จะมีปัญหา กำลังแรงงานมีแนวโน้มที่จะลดลง ในเรื่องของโอกาสทางการศึกษายังมีปัญหาคุณภาพ และกลุ่มคนยากจนในภาคอีสานยังมีสัดส่วนคนจนมาก ที่วัดจากความสามารถในการจ่าย ที่เป็นการอธิบายในทางวิชาการ การแก้ปัญหาความยากจน ยังจำเป็นต้องเป็นการแก้ในเชิงโครงสร้าง

ในทางสิ่งแวดล้อม จำนวนป่าลดลงเรื่อยๆ ไม่สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าได้ แม้รัฐจะพยายามเพิ่มพื้นที่ ยังมีข้อจำกัดปัญหาในข้อกฏหมาย และขยะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เรื่องความมั่นคง สถาบันต่างๆ ยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคง ที่มาจากปัจจัยภายนอก และสถานะการบริหารจัดการภาครัฐ ยังมีปัญหาคอรัปชั่น กฏระเบียบ แม้อัตราโครงสร้างกำลังคนจะลดลง การเอาคนออก เอาเทคโนโลยีเข้ามา ตรงนี้เป็นประเด็นที่กระทบกับการพัฒนาในภาพรวม

ยังมีปัญหาที่ต้องรับผิดชอบกับประชาคมโลก ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ที่มี 17 เป้าหมายครอบคลุมทุกมิติ ความยากจน สิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียม ความมั่นคงทางอาหาร เรื่องการศึกษา รัฐต้องจัดน้ำที่สะอาด เรื่องพลังงานที่ทุกคนเข้าถึง เรื่องการรักษาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เรื่องของเมือง เป็นเงื่อนที่ที่การพัฒนาในแต่ละประเทศต้องคำนึงถึง เป็นกรอบใหญ่ที่จะเข้ามากระทบประเทศ

ในระยะยาวรัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการร่าง และรับฟังความคิดเห็น อยู่ระหว่างการจัดทำกฏหมาย และยกร่างยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งยังมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนปัจจุบันกำลังกำหนดให้คนในอนาคต ที่จะมุ่งให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่จะมีการกำหนดเป้าหมายระยะ 5 ปี 10 ปี 20 ปี เป้าหมายในเชิงปริมาณยังไม่มีการกำหนด เราต้องการอะไร อย่างไร เศรษฐกิจ การศึกษา อุตสาหกรรม จะเป็นแบบไหนอย่างไร

รัฐบาลกำหนดไว้ 6 แนวทาง ความมั่นคง การเพิ่มขีดความสามาถในการแข่งขัน การพัฒนาคน ความเท่าเทียมทางสังคม การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการภาครัฐ เป็นกรอบที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ อาจมากกว่า หรือน้อยกว่านี้ จากการรับฟังที่ผ่านมา ยังเพียงมุ่งไปในทิศทาง 6 ข้อนี้ ในส่วนวิธีการยังไม่มีการลงรายละเอียด เช่นเรื่องการศึกษา คนดี คนเก่ง มีคุณธรรม ดูแลสังคมได้ เป็นกรอบ 20 ปีที่จะทำ

ทุกวันนี้มีการถ่ายทอดมาแล้ว อย่างแผนฯ 12 ก็มีการล้อจากกรอบยุทธศาสตร์ชาติ อย่างเรื่องยุทธศาสตร์ 1) การพัฒนาคน ที่เราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย 2) ในมิติการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่จะมีการดูแลอาชีพ ดูแลให้ได้รับโอกาส 3) ในมิติเศรษฐกิจ เราอยู่ในช่วงที่จะปรับตัวใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมในการพัฒนาอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมการบริการ 4) การเติบโตแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5) การเสริมความมั่นคงแห่งชาติ 6) การบริหารจัดการภาครัฐ 7) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ 8) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม 9) การพัฒนาภาค เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ที่ 10 ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา 

4.0 เป็นการเปลี่ยนผ่านการผลิตสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ที่ใช้ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยี ยกระดับกระบวนการผลิต ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริการ ในพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ภาคเกษตรกรรม เป็นพื้นที่ผลิตอาหารของประเทศ คนเยอะแต่มีรายได้ในระดับต่ำ แต่มีศักยภาพการค้าชายแดน การท่องเที่ยว ในอนาคตเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวทางการพัฒนา ในบทบาทของ พอช. จะเชื่อมโยงกับระบบนี้อย่างไรที่เชื่อมโยงจาก ตำบล อำเภอ สู่จังหวัด

นายพลากร วงค์กองแก้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์พื้นที่เรามีจริงหรือไม่ พื้นที่เป็นตัวตั้งที่มีงานประเด็นต่างๆ เป็นแท่งๆ วันนี้ยุทธศาสตร์ตำบล หลายหน่วยงานยังไม่สามารถต่อพื้นที่ไม่ได้ในแบบของ พอช. นโยบาย 4.0 ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบพื้นที่ข้างล่างได้ยังเป็นปัญหาของรัฐบาล เราจะต่อเชื่อมยุทธศาสตร์ขบวนอย่างไรกับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์ก็สำคัญ กลไกก็สำคัญ ขณะนี้การแก้ปัญหามีแต่มองมาที่องค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมที่หลายฝ่ายต้องการให้ออกมาช่วยทำ

ปัจจุบันมีสถานการณ์แนวโน้มที่สำคัญที่จะกระทบต่อขบวนองค์กรชุมชน ตอนนี้เราอยู่ในวงจรพี่ใหญ่คนใหม่ของโลก คือประเทศจีน ที่กำลังสร้างเส้นทางสายใหม่ของการพัฒนา ที่ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วโลกจะอยู่ในบริเวณแถบนี้ ที่ผลักดันให้ประเทศไทยมีความสำคัญ เป็นสะพานเศรษฐกิจการเชื่อมต่อในภูมิภาคอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ทำให้เราต้องมาสู่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นการพัฒนาใหม่ในภูมิภาคของโลก เป็นศูนย์กลางการค้าของโลก ซึ่งเป็นเบื้องหลังพื้นฐานของไทยแลนด์ 4.0 เราต้องมองให้เห็นคิดให้ทะลุ

อย่างไรก็ตามภาคเกษตรกรรมจะมีความสำคัญในพื้นที่ภาคอีสาน และ GDP ภาคเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ข้าว มันสำปะหลัง ยาง ต้องปรับตัว ภาคเกษตรกรรมยังเป็นแหล่งงานใหญ่ การกระตุ้นเศรษฐกิจต้องกระตุ้นภาคเกษตร อีกทั้งใน 16 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงวัย ภาคประชาสังคม ขบนองค์กรชุมชน พอช.จะจัดการอย่างไร

เรื่องใหญ่อีกเรื่องคือเรื่องการถือครองที่ดิน คนส่วนใหญ่มีที่ดินรวมกันไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ แต่นโยบายกลับไปไล่ให้คนยากจนออกจากป่า ประเด็น เกษตร ที่ดิน สังคมสูงวัย เป็นสิ่งที่หยิบยกมากล่าวถึงซึ่งยังมีเรื่องอื่นๆ ข้อเสนอในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12  กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs เกิดกระบวนการที่อยากปฏิรูป และต้องการข้อเสนอใหม่ๆ ที่จะขยับลงข้างล่าง รัฐบาลต้องการเห็นเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม นายพลากร ได้เสนอเรื่อง “กองทุนส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชนและสังคม” ซึ่งคล้ายกับกองทุนส่งเสริมสุขภาพ เป็นโมเดลใหม่ที่จะใช้การบูรณาการกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนหมู่บ้าน โดยเสนอให้รัฐบาลร่วมสมทบตามจำนวนประชากร 10 บาท ต่อคน เท่ากับ 650 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเสนอในวงที่มีรองนายกรัฐมนตรี ถ้าสำเร็จเราจะมีกองทุนอีกชุดหนึ่งที่จะเข้ามาทำงาน ที่บูรณาการหน่วยงานที่ทำงานด้านสังคม ถ้าเกิดขึ้นได้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นเรื่องของการตั้งยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้ยุทธศาสตร์พื้นที่มีความหมาย

นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. นำเสนอ “ความก้าวหน้าการดำเนินงานโดยภาพรวม โอกาส และอุปสรรค ในการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน” โดยกล่าวว่า สถานการณ์ ณ ขณะนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนของเรา ยุทธศาสตร์อีสานหนึ่งเดียว เป็นสิ่งที่ชี้ทิศไปสร้างให้เกิดภาพที่ทำให้มองเห็นร่วมกัน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในการเพิ่มขีดความสามารถความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน เมื่อไปมองสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เราต้องเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ที่จะไปตอบโจทย์กับสถานการณ์ ที่ใช้เครื่องมือต่างๆ ทั้งสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชนในการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น

เราใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้ความเข้มแข็งตำบล จังหวัด เพื่อทะลุทะลวงปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้น โดยเจ้าของปัญหาพร้อมภาคีการพัฒนาเป็นแกนหลัก ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคอีสานแนวนี้ก่อให้เกิดการทะลุทะลวงได้ขนาดไหน ในการสร้างพื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก  

ที่ผ่านมามาเชื่อมโยงกลไกภาคประชาสังคมแบบเสริมพลัง ปีนี้เราพัฒนาความร่วมมือได้ค่อนข้างดี เพิ่มพลังภาคีในภาคมาร่วมทำงานมากขึ้นเป็นทิศทางสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มศักยภาพขบวน ทุกวันนี้เราสามารถบอกได้ว่าพื้นที่รูปธรรม ตำบลพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ตำบลแผนพัฒนา  เราบอกได้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ในเชิงคุณภาพยังไม่สามารถบอกได้ 1) เราพุ่งเป้าไปที่ตำบลจัดการตนเอง ใช้สภาองค์กรชุมชนในการบูรณาการ 2) ขบวนองค์กรชุมชนเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดแผนการพัฒนาตำบล และหวังผลที่ระดับจังหวัด ที่จัดความสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดด้วย ส่วนประเด็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาคน พัฒนาแกนนำ มีความชัดเจนมากขึ้น 3) ข้อมูล ความรู้ ยังมีความอ่อนที่ระบบข้อมูลตั้งลูกขึ้นมาจากตำบล

ผู้อำนวยการภาค กล่าวต่อว่า พื้นที่การทำงานในภาคอีสาน 20 จังหวัด 233 อำเภอ 2,947 ตำบล 31,213 หมู่บ้าน สภาองค์กรชุมชนตำบล 2,034 ตำบล คิดเป็นร้อยละ 70 % ของพื้นที่ มีเครือข่ายเชิงปริมาณค่อนข้างกว้างขวาง ตรึงพื้นที่ทั่วทั้งภาค มิติของพื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้พื้นที่ตำบล สร้างความเป็นเครือข่ายในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด และมีการจัดกลไกที่ระดับอำเภอ เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการทำงานที่เป็นจริงมากกว่าจังหวัด ปีที่ผ่านมามีการใช้กลไกอำเภอเชื่อมโยงเครือข่ายตำบลขึ้นมา อย่างในการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลที่นายอำเภอมาร่วมหนุนเสริม

ตำบลเป็นพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญ ใช้แผนพัฒนาตำบลในการโยงกับท้องถิ่น เทศบาล หน่วยงานราชการ ใช้เครื่องมือแผนในการเชื่อมโยงต่อยอด ปี 2561 ภาคจะเริ่มต้นทำตั้งแต่เดือนตุลาคม ตั้งเป้าให้สัมพันธ์กับท้องถิ่น วิธีการงบประมาณของ พอช. ก็ตั้งให้สอดรับ เราจะทำเรื่องการปฏิรูป เราต้องพัฒนาคนในระดับพื้นที่ ทำเรื่องข้อมูล ความรู้ งานวิจัย และเชื่อมกับ สกว.ในการทำวิจัยท้องถิ่น และนักวิชาการ ที่ขยายในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการภาค ได้กล่าวถึงแนวทางการทำงานระหว่างขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. กับทิศทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในอนาคต ปี 2561 โดยจะมีทิศทางในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1) เรื่องการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ 2) สร้างระบบเศรษฐกิจฐานราก การเงินฐานรากของพื้นที่ 3) สร้างคน ชุมชน ขบวนองค์กรชุมชน 4) สร้างระบบการบริหารระดับท้องถิ่นใหม่ และ 5) สร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชน ประชาสังคม หน่วยงานในพื้นที่ โดยจะผนึกกำลัง ภาคี  สร้างพื้นที่กลาง จัดความสัมพันธ์ใหม่ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราตั้งลูกได้ในพื้นที่ตำบล จังหวัด ภูมินิเวศ จะสามารถปรับทิศการพัฒนาที่กำหนดจากข้างล่างอย่างแท้จริง  

รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณะประโยชน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศปส.มข.) กล่าวว่า มีประเด็นที่ชวนคุย 6 เรื่อง 1) ไทยแลนด์ 4.0 หรือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีความหมาย มีผลอย่างไรกับยุทธศาสตร์ภาคประชาชน หรือยุทธศาสตร์เราสอดคล้องหรือไม่อย่างไร 2) ยุทธศาสตร์นี้มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจให้ขบวนพี่น้องเข้าใจร่วมกันหรือไม่ เข้าใจในทิศทางเดียวกันหรือไม่ มีจุดร่วมกันอย่างไร 3) คำถามเรื่องบ้านมั่นคง ต่อไปสนามต่อสู่เรื่องการพัฒนา จะเคลื่อนมาในภาคเมือง มีการกำหนดผังเมืองคลุมทั้งจังหวัด รัฐบาลจะใช้ภาคเมืองเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ การต่อสู้ในเรื่องการพัฒนา การแย่งชิงทรัพยากร คำถามในเรื่องที่อยู่อาศัยจะอย่างไร

4) การเคลื่อนนโยบายต้องใช้ 3 ขา รัฐ ธุรกิจ และประชาชน จะมีความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างไร หรือความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคมกันเองอย่างไร การเตรียมพร้อมเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ เข้าร่วมรับผิดชอบ รัฐ เป็นอย่างไร ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ การแบ่งสรรอำนาจ รัฐกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน แต่ข้างหน้ามีความไม่แน่นอนอย่างมาก เราอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน เรากำลังเข้าไปสู่หลุมดำ มีความไม่แน่นอนสูง และรัฐมีอาการประหลาดอย่างหนึ่งของการเอาอำนาจไว้ศูนย์กลางข้างหน้าจะเล็กลง อีก 30 ปี อังกฤษจะไม่มีรัฐ แต่อาการตอนนี้รัฐจะกลับมาใหญ่อีกครั้งในกรณีประเทศไทย ภาคราชการจะกลับมายิ่งใหญ่ ใหญ่กว่าผีเสื้อสมุด ส่วนภาคธุรกิจ ก็จะมีการทิ้งแรงงาน เพราะใช้เทคโนโลยี ใช้หุ่นยนต์ในการผลิตเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่น่ากังวลรัฐกับเอกชนจะเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งในหลักการรัฐต้องเป็นกลาง ส่วนภาคประชาชน ถามว่า เราเห็นหรือเข้าใจ เราเห็นกันหมดหรือยัง ในภาคประชาสังคมความหมายมีขอบเขตกว้างขวาง เรายังต้องทำความเข้าใจ ทำอย่างไรจึงจะสามารถทำงานร่วมกันมากขึ้น

5) เรามีกลไก มีการจัดการที่ดีพอมีประสิทธิภาพหรือไม่ ในการปรับแต่งกลไกอำนาจรัฐเป็นส่วนหนึ่งที่เรามีส่วนร่วม แต่เมื่อมีการประกาศรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเราจะทำอะไรเราก็ติดกฏหมาย เราจะใช้ประโยชน์อย่างไร และ 6) เรามีคนที่มีทักษธความสามารถมีแรงจูงใจเพียงพอหรือยัง การพัฒนาผู้นำมีเพียงพอหรือยัง ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแรกจะมีการเขย่ามหาวิทยาลัยก่อน เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป อาจารย์จะถูกท้าทายความรู้จากนักศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาผู้นำเราจะพัฒนาอย่างไร    

รศ.ดร.บัวพันธ์ เสนอว่า ต้องมีการยกระดับภาคเกษตรกรรม อย่างแรกต้องทำให้ภาคเกษตรมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เปลี่ยนความคิดตรงนี้ สังคมและรัฐต้องอุดหนุนภาคเกษตร เกษตรจะอยู่ได้หรือไม่ได้ รัฐบาลต้องอุดหนุน อย่างที่ประเทศญี่ปุ่น อเมริกา ที่รัฐบาลเอาเงินไปอุดหนุน ข้าวของเกษตรกรเราถูกกดราคา เมื่อส่งออกไปต่างประเทศราคาจึงแพง ต่อไปอาหารปลอดสารจะมีราคาแพง เราต้องช่วยกันสนับสนุนเกษตรกร ไม่ใช่สนับสนุนอย่างเอาบุญ แต่เป็นการสนับสนุนตามสิ่งที่ควรจะเป็น และไม่มีทางที่ภาคประชาสังคมจะอยู่ได้ด้วยตนเอง ต้องมีความร่วมมือกับรัฐและเอกชน แต่ต้องดำรงความเป็นอิสระ และทำงานร่วมกับภาครัฐและธุรกิจ แต่ต้องระมัดระวัง อย่าไปเป็นสิ่งเดียวกันกับรัฐและธุรกิจ 

ในยุทธศาสตร์การพัฒนาของภาครัฐ เน้นที่ 1) ความมั่นคง 2) ขีดความสามารถในการแข่งขัน มีการกล่าวถึงเกษตรอินทรีย์ หมายถึงตลาดข้าวตลาดพืชผลทางการเกษตร ที่เพื่อนบ้านก็มีความสามารถในการผลิต เกษตรอินทรีย์จะเป็นสินค้าพีเมี่ยม การพัฒนาการแข่งขัน ต้องมีการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้วย 3) การพัฒนาศักยภาพคน 4) ความเสมอภาคเท่าเทียม 5) สิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลการบริหารภาครัฐ ซึ่งเกี่ยวกับ พอช. ถ้าภาคประชาสังคมไม่เข้มแข็ง ภาครัฐไม่มีทางปรับ การปรับได้ต้องมีการถ่วงดุล เพราะธุรกิจกับรุฐแต่งงานกัน รศ.ดร.บัวพันธ์ กล่าวในตอนท้าย

อย่างไรก็ตาม การสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันแรก ที่ประชุมได้ร่วมกันประเมิน 6 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางสำคัญให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ และกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ อีสานหนึ่งเดียวและจังหวัดจัดการตนเองโดยใช้เครื่องมือ Spider Diagram เป็นเครื่องมือในการประเมิน

 

20517477 10210112001775960 72617503 o20535977 10210112001735959 575849937 o20536153 10210112001055942 1027892120 o20536215 10210112000975940 44291244 o20542748 10210112001215946 2053609930 o20542774 10210112001335949 1715804542 o20590543 10210112001455952 561321913 o20597580 10210112001095943 1390303626 o20615058 10210112001415951 500346728 o

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter