
มหาสารคาม/ 1 สิงหาคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเวทีประชุมสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการสัมมนา ต่อเนื่องมาจากเมื่อวาน ณ ห้องประชุมโรงแรมตักสิลา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เพื่อสรุปบทเรียนการทำงาน และกำหนดแนวทางการทำงานในอนาคต
นายแก้ว สังข์ชู คณะกรรมการสถาบันฯ ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้ กล่าวให้ความคิดเห็นว่า ปัจจุบันเราอย่าหนีโลกความเป็นจริง และไม่จินตนาการเกินความเป็นจริง ปัจจุบันความเป็นชุมชนมีการเปลี่ยนแปลง และมีทั้งที่เป็นเรื่องโอกาสและข้อจำกัด โอกาสที่เกิดขึ้นในทางนโยบายต่างๆ หลายเรื่อง รัฐธรรมนูญ งบประมาณในอนาคต ที่ต้องขึ้นมาจากข้างล่าง ไม่ว่านโยบายไทยแลนด์ 4.0 แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 หลายอย่างนับเป็นโอกาสแต่องค์กรชุมชนจะต่อเชื่อมได้หรือไม่
ในสิ่งที่เป็นข้อจำกัดนั้น ยังมีกฏหมายหลายฉบับไม่มีการแก้ไข บางฉบับประกาศมาร้อยปี และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานอ้างกฏหมายตลอดเวลา ถ้าต้องการให้บ้านเมืองพัฒนาต้องมีการแก้ไขกฏหมาย การสนับสนุนงบประมาณจะให้กับองค์กรที่เป็นนิติบุคคล งบประมาณหลายเรื่องลงตรงสู่หมู่บ้าน แต่ลงไปที่องค์กรนิติบุคคล ไม่สามารถลงได้ที่องค์กรชุมชน ซึ่งไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที พี่น้องประสบภัย แต่กฏหมายไม่เอื้อ ไม่แก้ ไม่มีทางที่จะไปข้างหน้าได้ ต้องแก้ระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาชุมชน
อีสานอดีตมีการส่งเสริมการปลูกปอ ต่อมาข้าวหอมมะลิ ต่อไปจะเป็นอ้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นของเกษตรกรรายย่อย วันนี้ทุกหน่วย ดำเนินการไปตามแผน ตามยุทธศาสตร์ที่รัฐกำหนด ทุกจังหวัด กลุ่มจังหวัดมีแผนยุทธศาสตร์กันทั้งนั้น เราไม่สามารถปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้ แต่เราสามารถศึกษาให้ละเอียดถ่องแท้ หรือเราจะทำไปตามที่เขาวางไว้
ในกลุ่มจังหวัด เมื่อก่อนมี 18 ต่อมาเหลือ 6 และเราจะเขาถึงได้อย่างไร ทำไมภาคธุรกิจจึงตั้งสภาอุตสาหกรรม เพราะเขารวมตัวกันเพื่อต่อรองกับรัฐ เพื่อผลกำไรในเชิงธุรกิจ เป็นบริบทที่เราต้องเรียนรู้ เขามียุทธศาสตร์ มีกลยุทธ์ มีแผนงาน แต่เรามีแผนยุทธศาสตร์ที่รวมตัวกันได้ไหม อย่างสภาอุตสาหกรรมเขาสามารถรวมตัวกันได้ มี 100 ปี พอช. ก็ยังไปไม่ถึง หากเราขบวนองค์กรชุมชนยังรวมตัวกันไม่ได้ เราต้องรวมตัวให้เข้มแข็ง เหตุการณ์ที่เกิดในอำนาจเจริญ ก็จะสามารถต่อสู้เพื่อต่อรองได้
ที่เราวางยุทธศาสตร์ ต้องไปสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น ถ้าวัฒนธรรมเราถูกยึดถูกเปลี่ยน เราจะสร้างความเป็นปึกแผ่นไม่ได้ อีสานก็เสียงแคน ใต้ก็หนังตะลุง เมื่อคนทุกข์ได้ยินก็มีความสุขใจ แม้ชั่วครู่ชั่วยาม ถ้าเราวางยุทธศาสตร์ที่ดีต้องไปแก้ปัญหาชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ สอดคล้องวัฒนธรรมกับชุมชนท้องถิ่น เรายังวางยุทธศาสตร์ตัวเองไม่ลงตัว ยุทธศาสตร์ที่กินได้ทำไง ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนข้างล่าง และเคลื่อนตัวจากข้างล่าง จึงจะไปได้ ขบวนองค์กรชุมชนต้องมียุทธศาสตร์ขององค์กรชุมชนเอง ไม่ใช่ยุทธศาสตร์อันเดียวกับ พอช.
เมื่อมียุทธศาสตร์ แล้วก็เชื่อมความสัมพันธ์กับหน่วยงานภาคี หาเพื่อนร่วมทาง เราต้องแบ่งให้ชัดเห็นรอยต่อกับยุทธศาสตร์ของ พอช. ถ้าเราไม่สัมพันธ์กับใครไปไม่ได้ ตอบโจทย์แผน 20 ปี แผนพัฒนาฉบับที่ 12 อย่างไร สัมพันธ์กับท้องถิ่น ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ชาติ อย่างไร กรรมการสถาบันฯ กล่าวในตอนท้าย
ด้านนายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า เรื่องที่เราคุยกัน สถานการณ์ข้างหน้าที่ชุมชนกำลังประสบมีความซับซ้อน มีผลกระทบที่กว้างขวาง ถ้าเราปรับตัวไม่ได้เราจะเป็นผู้ถูกกระทำจากความหวังดีของรัฐบาล และภาคธุรกิจที่กำลังมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ แต่สิ่งเหล่านั้นมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างกว้างขวาง
ที่ผ่านมาขบวนชุมชนเคยเผชิญ สถานการณ์หนัก เบาบ้าง ยังคงรักษาความเป็นชุมชนอยู่ได้ ที่เราอยู่ได้ เพราะอะไร การดำรงตนอยู่ได้มาจากพื้นฐานความเข้มแข็งของชุมชน ที่มีข้อมูลรู้เท่าทันปรับตัว แต่สถานการณ์ข้างหน้าจะมีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา ในความเข้มแข็งของชุมชน อยากให้มีมุมมองที่มากกว่าขบวนองค์กรชุมชน และ พอช. ซึ่งข้อเท็จจริง พี่น้องก็ไม่ได้ร่วมงานกับเพียงแค่ พอช. แต่ พอช.เป็นพันธมิตร ภาคีที่ใกล้ชิด
ในขณะเดียวกัน เรามีวงหารือในเรื่องดังกล่าวมากมาย เรื่องสำคัญก็คือ การมีข้อมูลที่เราวิเคราะห์ตัวเองของชุมชน เรารู้จักตัวเองดีแล้วหรือยัง สามารถบอกให้คนอื่นได้รับรู้ของคนในวงกว้างในตำบลแล้วหรือยัง แผนพัฒนาเรามีแล้วหรือยัง การขับเคลื่อนขององค์กรชุมชน มีข้อมูล มีแผนพัฒนา และมีมิติความสัมพันธ์ คำถามที่ต้องถามตัวเอง เรามีความสัมพันธ์กับภาคี หน่วยงาน บนพื้นฐานความเท่าเทียม เป็นการยอมรับซึ่งกันและกัน และมีอำนาจในการต่อรองเจรจากันได้
การที่จะผ่าฟันสถานการณ์ได้ ต้องมีข้อมูล และรู้เท่าทัน รู้เขารู้เรา เป็นสถานการณ์ที่เราต้องเตรียมการ ทิศทางข้างหน้ากระแสการกระจายอำนาจเป็นกระแสสากล ที่เป็นพื้นที่ภูมินิเวศมากกว่าจังหวัด รวมทั้งการสามารถอธิบายทิศทางการพัฒนาให้ชุมชนดำรงตนอยู่ได้ ถ้าเรายอมจำนนกับระบบเกษตรอุตสาหกรรมที่รุกราน ที่ชุมชนอยู่ได้เพราะไม่จำนน และความสามารถในการกำหนดวิถีวัฒนธรรมที่ไม่ถูกเอาเปรียบมากเกินเป็นหลักการสำคัญ ที่ชุมชนจะตั้งหลักรับสถานการณ์ได้
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. เสนอว่า 1) เสนอเรื่องการพัฒนาคน ถ้าเรามีคนที่มีคุณภาพ รู้เท่าทันสถานการณ์จะคลี่คลาย บรรเทาความรุนแรงลงได้ แต่พี่น้องต้องเสนอ พอช. ให้เรื่องนี้ไม่เพียงแค่ตัวหนังไม่เพียงแค่วาทกรรม ในงบประมาณรายปี ต้องมีการจัดสรรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ชัดเจน 2) การส่งเสริมสนับสนุนให้ชบวนองค์กรชุมชนมีแผนพัฒนาในพื้นที่ จะมีการทำลองทำจากภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่ เสนอเป็นแผนงานเดียว
3) เรื่องการประสานความร่วมมือกับภาคีต่างๆ บทบาทของเจ้าหน้าที่ พอช. อาจต้องเปลี่ยนไป เรารู้วัฒนธรรมของระบบราชการ เข้าใจวัฒนธรรมของขบวนองค์กรชุมชน และพยายามเข้าใจองค์กรภาคธุรกิจ ในอนาคตข้างหน้า เจ้าหน้าที่จะต้องทำบทบาทการประสานเชื่อมโยงภาคี 4) ต้องพัฒนาระบบไอทีขององค์กรให้ทันสมัย ฟรีไวไฟ สื่อสารข้อมูลได้อย่ารวดเร็ว และ 5) พอช.มีเงินกองทุนพัฒนาชนบท กองทุนพัฒนาเมือง เสนอขอใช้เงินกองทุน พอช. เอาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อขบวนองค์กชุมชน ในฐานะองค์กรพันธมิตรที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับขบวนองค์กรชุมชนมายาวนาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าว
นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข แกนนำขบวนองค์กรชมุชนจังหวัดอำนาจเจริญ แลกเปลี่ยนเพิ่มเติมในวง ระบุว่า 1) จุดด้อยคือเรื่องภาพลักษณ์ของขบวนองค์กรชุมชนกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นภาพลักษณ์ที่ติดอยู่กับสถาบัน คล้ายกับ อสม.กับสาธารณสุข เป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุง 2) เรื่องงบประมาณกับเป้าหมาย ไม่ไปในทางเดียวกัน ควรมีการออกแบบการจัดการบริหารงบประมาณ เป็นการเคลื่อนที่มากกว่างานฝาก บ้านพอเพียง เศรษฐกิจและทุนฯ ที่ไม่ใช่งานยุทธศาสตร์ของขบวนองค์กรชุมชน และ 3) การวางเป้าหมายไม่ทันต่อสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงของระบบทุน และราชการไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นการรุกของโรงงานน้ำตาล คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมของคนอีสาน ไม่เพียงแค่เรื่องมลภาวะที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น ถึงเวลาที่ต้องรักษาแก่นของความเป็นอีสาน ที่ต้องปกปักษ์ไว้ให้ลูกหลาน
ต่อจากนั้นมีการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย จากการใช้เครื่องมือผังใยแมงมุม Spider diagram วีระ นิจไตรรัตน์ ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณะประโยชน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศปส.มข.) กล่าวว่า มีความท้าทายขบวนองค์กรชุมชน อยู่ 6 ด้าน คือ 1) ยุทธศาสตร์ขบวนองค์กรชุมชนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาหรือไม่ 2) ขบวนองค์กรชุมชนมีวิสัยทัศน์มียุทธศาสตร์ร่วมหรือยัง 3) การพัฒนาแบบมิติเมืองเป็นทิศทางสำคัญ 4) การประสานความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน กับหุ้นส่วนการพัฒนาทำได้หรือยัง 5) กลไกในการขับเคลื่อนพร้อมหรือไม่ และ 6) ระบบสนับสนุนรองรับการนำไปสู่การสร้างคนหรือไม่
การใช้ไดอะแกรมเพื่อการประเมินผลการทำงาน ได้พิสูจน์การมีส่วนร่วมของขบวนองค์กรชุมชนจากสิ่งที่เห็นจากการร่วมกันคิด เห็นด้วยกับตัวเลขที่ออกมา ซึ่งตัวเลขไม่ได้มีความหมาย แต่เป็นตัวเลขเป็นตัวบอกว่าเราจะต้องทำต่อไป การจะนำเอาไปใช้ คปส. มีความยินดีที่จะช่วยประมวลผล และจัดส่งให้กับแกนนำขบวนได้ไปใช้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีการสรุปผลการดำเนินงานของคณะทำงานชุดต่างๆ ทั้งคณะทำงานพัฒนาศักยภาพผู้นำ คณะทำงานติดตามประเมินเสริมพลัง คณะทำงานส่งเสริมธรรมาภิบาล และคณะทำงานบ้านมั่นคง ที่ผ่านการทบทวนสรุปบทเรียนการทำงาน เพื่อกำหนดแนวทางในการทำงานต่อไป











