
วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ เครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีจัดเวที เสวนาเพื่อหาแนวทางสร้างความร่วมมือในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นประธานในการพูดคุยและมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๒๐๐ คน
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเครือข่ายได้กำหนดประเด็นสำคัญที่ขับเคลื่อนในเชิงพื้นที่ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ตลาดชุมชน การท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งทุกประเด็นมีความจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างยิ่ง ขับเคลื่อนโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง และสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน โดยกำหนดเป้าหมายในการที่จะสร้างความสุขสุขที่ยั่งยืนในท้องถิ่นร่วมกันโดยใช้การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนของกลุ่มต่างๆในตำบล
แต่อย่างไรก็ตามในการทำงานพัฒนาโดยองค์รวม เพื่อมุ่งสู่ความสุข เป็นเมืองที่น่าอยู่ นั้นทุกภาคส่วนได้ยึดหลัก การบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งในส่วนราชการ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ยึดหลักความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน และจะต้องร่วมกันดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เป็นแกนกลางในการประสานเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ขบวนภาคประชาชน ระดับหมู่บ้าน ตำบล ท้องถิ่น หรือยุทธศาสตร์ระดับกลุ่มอาเซียน ในทุกระดับร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนในทุกกลุ่ม และทุกๆด้าน เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานดังนี้
1. เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ร้อยเอ็ดโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ให้เกิดการจัดการเศรษฐกิจฐานรากได้โดยชุมชนเป็นกลไกในการดำเนินการ และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
2. เพื่อหาแนวทางสร้างกลไกกลางของจังหวัดให้เกิดการจัดการข้อมูลเกษตรอินทรีย์ทุกด้าน ให้เกิดระบบการจัดการมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มาตรฐาน GI ของจังหวัดร้อยเอ็ด
3. เพิ่อออกแบบ กำหนดการ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฎิบัติการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS.organic) จังหวัดร้อยเอ็ด
นายสมภพ ลุนาบุตร แกนนำกลุ่มข้าวเพชรทุ่งและเจ้าของสวนอินทผลัม ได้กล่าวรายงานการทำงานในพื้นที่และที่มาของการปลูกอินทผาลัมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ นายสมภพ กล่าวว่า ตนและครอบครัวอยากหาพืชทดแทนข้าวเท่านั้น เพราะเห็นข้าวราคาตก จึงเรียนรู้และลงมือปลูกจนได้รับผลผลิตในปีที่๔แล้ว และสามารถทำรายได้ให้ครอบครัวปีละหลายแสนบาทจากพื้นที่แค่ ๓ไร่ เท่านั้น และได้ขยายสมาชิกผู้ปลูก อีกประมาณ ๒๕ ไร่ ส่วนเรื่องการพัฒนาเรื่องข้าวก็ได้นำพากลุ่มเข้าสู่กระบนการพัฒนาและได้รับรองมาตรฐาน จีไอ (GI) ของต่างประเทศได้
นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวในที่ประชุมว่า ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาพบปะพี่น้องผู้แทนองค์กรชุมชน และผู้ร่วมงานทุกท่าน การลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ” ในวันนี้กระผมต้องขอแสดงยินดีและชื่นชมต่อความร่วมมือและทิศทางของพี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พี่น้องชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในด้านทั้งการมีรายได้ที่มั่นคง
ซึ่งชุมชนที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเรื่องต่างๆ ได้เอง ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ การร่วมแรง ร่วมใจกันของพี่น้องทุกท่าน ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศที่เข้มแข็ง รวมทั้งการส่งเสริมการทำงานในรูปแบบ “ประชารัฐ” คือ ประชาชนร่วมกับรัฐบาล ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ และรองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ได้มอบหมายภารกิจนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเราเติบโตและเข้มแข็งจากฐานรากจริงๆ ทั้งนี้เวทีนี้ไม่ใช่เวทีการเจรจาต่อรอง แต่เป็นเวทีแห่งความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งจะร่วมมือกันขับเคลื่อนให้ครบห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด และสิ่งที่น่าสนใจคืออินทผาลัมมันมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร และมีผลผลิตที่อร่อยมาก นี่คือการใช้ทุนของตัวเองอย่างคุ้มค่าจริงๆเพราะอินทผาลัม จะเชื่อมโยงทุกอย่างมาพื้นที่และเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจริงๆ
นายสว่าง สุขแสง ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดร้อยเอ็ดและผู้ประสานงานเครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เสนอในที่ประชุมเรื่องปัญหาของการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในร้อยเอ็ดว่า ที่ผ่านมาเราไม่มีข้อมูลที่จะจัดการเรื่องนี้โดยตรง ต่างหน่วยงานต่างทำของตัวเอง และกลุ่มองค์กรชุมชนก็เข้าไม่ถึงการบริการของหน่วยงานภาครัฐ ยกตัวอย่างเรื่องมาตรฐาน GI ในเขตทุ่งกุลาฯยังไม่มีการตรวจรับรองมาตรฐานมากมายนัก และชาวบ้านยังไม่เข้าใจเลย ในวันนี้จึงได้เรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการและหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง มาหารือแนวทางเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ร่วมกันอย่างจริงจัง โดยผมเสนอให้มีการจัดตั้งกลไกกลางของจังหวัดเพื่อมีหน้าที่สนับสนุนเรื่องมาตรฐานของจังหวัดทั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์และมาตรฐาน GI ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ตามกระบวนการที่เสนอตามภาพนี้
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีข้อเสนอในวงเสวนาว่า ตามที่ท่านเสนอมานั้นขอให้จัดทำเนื้อหา กระบวนการทั้งหมดแล้วเสนอไปที่การประชุมของ คสป.ของจังหวัดเรา เพราะใน คสป.จะเป็นวงใหญ่และเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากนั้นก็ดำเนินการให้เกิดผลตามที่หารือกันนี้
Cr: สว่าง สุขแสง











