ชัยนาท/ปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘การยกระดับพื้นที่รูปธรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภาคกลางและตะวันตก’ โดยตัวแทนชุมชนที่ร่วมสัมมนาเตรียมนำประสบการณ์ ความรู้ที่ได้รับกลับไปเสนอแนวทางการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และยกระดับการท่องเที่ยวฯ ให้ดีขึ้น ขณะที่ สนง.พัฒนาเศรษฐกิจฯ พอช.เตรียมประสานสมาคมท่องเที่ยวไทยอย่างรับผิดชอบและบริษัทประชารัฐฯ ให้สนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การยกระดับพื้นที่รูปธรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภาคกลางและตะวันตก ที่โรงแรมชัยนาทธานี มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 270 คน ประกอบด้วย ผู้แทนตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคกลาง-ตะวันตก 16 จังหวัด 62 ตำบล ผู้แทนผู้ประกอบการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน คณะอนุกรรมการและคณะทำงานภาคกลางและตะวันตก บริษัทประชารัฐรักษามัคคี หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน
โดยในวันที่ 7 กันยายน ผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมดได้ลงพื้นที่รูปธรรมที่ตำบลกุดจอก ต.หนองมะโมง และตำบลเนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท ซึ่งทั้งสองตำบลมีเอกลักษณ์ คือเป็นชุมชนเชื้อสายของคนลาวที่โดนกวาดต้อนครอบครัวจากอาณาจักรลาวเข้ามายังสยามตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เพื่อดูฐานการเรียนรู้ต่างๆ เช่น วัฒนธรรมลาวครั่ง วัฒนธรรมลาวเวียง การทอผ้าพื้นเมือง สินค้าชุมชน ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน รับประทานอาหารชุมชน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีเสวนาการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ส่วนวันสุดท้าย (8 กันยายน) ตัวแทนตำบลที่เข้าร่วมสัมมนาได้จัดบูธเพื่อนำเสนอสินค้าและแนะนำการท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวน 20 บูธ เช่น ตำบลกุดจอก ตำบลเนินขาม จ.ชัยนาท ตำบลคลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร, ตำบลบางแม่หม้าย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยมีวิทยากรจากสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และ ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้จัดการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมให้คำแนะนำและให้ข้อคิดเห็นในการปรับปรุงสินค้าและการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้มีจุดเด่น มีความน่าสนใจ
นางกมล ปฐมพร จาก ต.หนองกบ อ.หนองแซง จ.สระบุรี กล่าวว่า การมาสัมมนาครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและความเป็นมาของชุมชนทั้งสองพื้นที่ คือตำบลกุดจอก และตำบลเนินขาม เห็นคนทุกระดับที่ร่วมมือกันในการหนุนเสริมเพื่อทำกิจกรรม การใช้วัฒนธรรมในการรวมคน รวมกลุ่ม เช่น ตำบลกุดจอกยังมีการทอผ้าใช้เอง จุดเด่นของตำบลกุดจอกคือการสร้างรายได้ด้วยการใช้วิถีชีวิต การหยิบเอาผลผลิตในชุมชนขึ้นมาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การพับใบเตย การสานหมวก และการใช้สีธรรมชาติในการทอผ้า
ส่วนตำบลเนินมะขามเป็นภาพใหญ่ มีการหนุนเสริมกันในพื้นที่ มีศูนย์ทอผ้าที่เป็นจุดรวมของคนในพื้นที่ การรวมตัวรวมกลุ่มของคนทุกระดับอย่างชัดเจน เรื่องการแต่งกายของชาวลาวเวียง สามารถยกระดับและพัฒนาสินค้าเพื่อการตลาด สร้างรายได้ เช่น การทอซิ่นลายช่อใบมะขาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์มีที่นี่เพียงแห่งเดียว (จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว) ในขณะเดียวกันพื้นที่ตำบลเนินขามก็ยังมีการใช้วัฒนธรรมในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม มีอาหารพื้นบ้านเอาไว้ต้อนรับผู้มาเยือน
“จะเอาประสบการณ์สิ่งที่ได้เห็น ได้เรียนรู้ ทั้งตำบลกุดจอกและตำบลเนินขามไปขายไอเดีย หยิบเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนไปคุยในเวทีการประชุมของสภาองค์กรชุมชน และชักชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับท้องถิ่น กลุ่มเครือข่าย และหน่วยงานราชการมาพูดคุยกัน เพื่อวางแผนและกำหนดทิศทางในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อไป” ตัวแทนจากตำบลหนองกบ จ.สระบุรีกล่าว
นางอโณณิชา รุ่มรวย จากชุมชนไทยทรงดำ ต.หนองปลง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี กล่าวถึงสิ่งที่ได้เห็นจากการเรียนรู้ในตำบลกุดจอกและตำบลเนินขามว่า ที่ตำบลเนินขามเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ชัดเจน มีการทำงานร่วมกันของคนในตำบล มีการหนุนเสริมในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากความร่วมมือของคนทุกระดับในพื้นที่ ทั้งเด็กนักเรียน ชาวบ้าน หน่วยงานราชการ และองค์กรท้องถิ่น
“คิดว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับไปชวนกลุ่มพี่น้องในชุมชนมาพูดคุยหารือเรื่องการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยจะหยิบเอาวิถีวัฒนธรรมในพื้นที่มาสื่อสารประชาสัมพันธ์และยกระดับให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิต การทอผ้า การทำอาหาร วัฒนธรรมประเพณีของพี่น้องในชุมชนไทยทรงดำมากยิ่งขึ้น การมาสัมมนาครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสและเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับมุมมองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม” ตัวแทนชาวไทยทรงดำ ต.หนองปลง จ.เพชรบุรี กล่าว
นอกจากนี้ตัวแทนชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เช่น ตำบลบางแม่หม้าย จ.สุพรรณ ตำบลแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี ชุมชนบ้านทุ่งประดู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ กล่าวว่าจะนำประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับจากการสัมมนาในครั้งนี้ เช่น การชูจุดเด่นของชุมชน ทั้งเรื่องวัฒนธรรม อาหาร อาชีพ ธรรมชาติ วิถีชีวิต สินค้าชุมชน ฯลฯ กลับไปทบทวนและปรับปรุงการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้ดีขึ้น
ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้จัดการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดภาคกลางและตะวันตกจะต้องมีการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดเข้าด้วยกัน เช่น จังหวัดชัยนาทจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่อยุธยาเดินทางมาที่ชัยนาทด้วย หรืออุทัยธานีก็ต้องเชื่อมโยงไปยังนครสวรรค์ เพื่อให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่นักท่องเที่ยวไปกระจุกตัวอยู่ที่อยุธยาเพียงแห่งเดียว ต้องเชื่อมโยงเส้นทางเข้าหากัน เพราะหากชุมชนจะขายพื้นที่ใดเพียงพื้นที่เดียวก็อาจจะไม่มีจุดเด่นเพียงพอ
“10-20 ปีที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานที่ลงมาชวนพี่น้องทำเรื่องการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน แต่การจัดการดังกล่าวก็ยังไม่ถึงที่สุด บางพื้นที่ทำให้พี่น้องต้องเจ็บปวด เพราะบางหน่วยงานมาส่งเสริมแล้วก็จากไป ซึ่งต่อไปจะต้องมีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้สมบูรณ์แบบ และต้องเชื่อมโยงกับชุมชนต่างๆ เพื่อจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวหรือ Routing ขึ้นมา รวมทั้งจัดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาด้วย” ดร.อนุรักษ์กล่าว
ดร.อนุรักษ์กล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากเสร็จสิ้นการสัมมนาในครั้งนี้แล้ว สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน พอช. จะสนับสนุนให้ชาวบ้านขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อไป โดยจะมีการประสานงานกับสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวเสนอโปรแกรมการท่องเที่ยวของตนเองเข้ามา แล้วสมาคมฯ จะประสานไปยังเอเย่นต์ทัวร์หรือกรุ๊ปทัวร์ที่สนใจต่อไป นอกจากนี้จะประสานกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีในแต่ละจังหวัดเพื่อให้สนับสนุนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วย





