ตามที่ ‘กลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง’ นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางสังคม ในฐานะประธานกลุ่มสิทธิชุมชนฯ ได้ส่งทีมงานลงไปชี้แจงกับชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อในหลายพื้นที่ที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของ กทม. โดยบอกชาวบ้านว่าไม่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนฯ เพราะทางกลุ่มสิทธิชุมชนฯ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยค่ารื้อย้ายรายละ 200,000 -300,000 บาท รวมทั้งจะยื่นร้องต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลที่ดินริมคลองได้ยื่นฟ้องแกนนำชาวบ้านที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลองนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน เวลา 14.30 น. ที่ชุมชนลาดพร้าว 45 ริมคลองลาดพร้าว เขตห้วยขวาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับชาวชุมชนลาดพร้าว 45 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทน คสช. และผู้แทนเขตห้วยขวาง จัดประชุมชี้แจงนโยบายการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ โดยเฉพาะกรณีการจ่ายเงินค่าชดเชยการรื้อย้ายบ้านออกจากพื้นที่ริมคลอง โดยมีตัวแทนชาวชุมชนเข้าร่วมรับฟังประมาณ 60 คน
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะจ่ายเงินค่าชดเชยในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลองแต่อย่างใด โดยในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ คลองลาดพร้าว) ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาและสรุปได้ว่า การจ่ายเงินไม่มีกฎหมายรองรับ เนื่องจากเป็นการรุกล้ำและบุกรุกพื้นที่ริมคลองสาธารณะ ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนและบนตลิ่งซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุดูแลอยู่
“กรณีมีกระแสข่าวเกิดขึ้นในชุมชนริมคลองว่ารัฐบาลจะจ่ายชดเชยให้ชาวบ้านรายละ 200,000-300,000 บาทนั้น จึงเป็นข่าวลือและไม่เป็นความจริง ส่วนข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า เมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อน นายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะประธานกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง ได้เข้าพบพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องของกลุ่มฯ แต่รัฐมนตรียังไม่ได้พิจารณารายละเอียดของข้อเรียกร้อง หลังจากนั้นจึงมีกระแสข่าวเกิดขึ้นในกลุ่มชาวบ้านและเครือข่ายของนายศรีสุวรรณว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย” นายสมชาติชี้แจง
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลในกรณีดังกล่าว พลเอกประวิตร รองนายกฯ ได้เห็นชอบตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.เสนอ โดยระบุว่าหากมีการจ่ายเงินชดเชยการรื้อย้ายจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต อีกทั้งจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2,000 ล้านบาท เนื่องจากมีครัวเรือนที่บุกรุกที่ดินราชพัสดุในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อตามแนวก่อสร้างเขื่อนประมาณ 7,000 ครัวเรือน
นอกจากนี้การจ่ายเงินช่วยเหลือไม่ได้ยืนยันว่ากลุ่มต่อต้านและกลุ่มคัดค้านจะยอมรับ และไม่ได้ทำให้การดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนฯ และบ้านมั่นคงจะดำเนินการได้เร็วขึ้น เนื่องจากยังมีความแตกต่างของข้อเรียกร้องในแต่ละราย รวมทั้งการจ่ายเงินจะต้องมีกฎหมายพิเศษรองรับ ทำให้เกิดความยากและต้องใช้เวลาในการปฏิบัติการ ดังนั้นจึงต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติเดิม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้กับโครงการ
สำหรับมาตรการในการดำเนินการกับกลุ่มที่ต่อต้านโครงการนั้น รายงานจากกรมธนารักษ์แจ้งว่า ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับแกนนำที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนบนที่ดินริมตลิ่งที่กรมธนารักษ์ดูแลอยู่จำนวน 36 รายจาก 33 ชุมชน ส่วนกรณีผู้ที่ไม่ยอมรื้อย้ายที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนฯ กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบการสร้างเขื่อนฯ จะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการ นอกจากนี้กลุ่มคัดค้านที่เสียประโยชน์ เช่น เจ้าของหอพัก บ้านเช่า เจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการทางภาษีมาดำเนินการต่อไป

ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วม ความยาวทั้งหมด (ทั้ง 2 ฝั่ง) ประมาณ 31 กิโลเมตร ขณะนี้บริษัทริเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งประมูลงานได้ได้ตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐานรากพนังเขื่อนไปแล้วประมาณ 10,000 ต้น จากเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น ตามแผนงานบริษัทจะต้องตอกเสาเข็มให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อก่อสร้างพนังเขื่อน ฯลฯ ให้แล้วเสร็จทั้งโครงการภายในช่วงกลางปี 2562
ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีเป้าหมายจะสนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อเพื่อให้ชาวชุมชนที่สามารถอาศัยอยู่ในที่ดินที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ สร้างบ้านและสร้างชุมชนใหม่ตามโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง รวมทั้งจัดหาที่ดินสร้างชุมชนใหม่ หรือเข้าอยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ รวม 52 ชุมชน จำนวน 7,081 ครัวเรือน ภายในสิ้นปี 2561 โดยขณะนี้สร้างบ้านเสร็จแล้ว 12 ชุมชน รวม 846 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างเขื่อนฯ และสร้างบ้านประชารัฐฯ ไม่เป็นไปตามแผนงานเนื่องจากยังติดปัญหากลุ่มคัดค้านและผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ
สำหรับกลุ่มสิทธิชุมชนคนริมคลอง ก่อตั้งในปี 2558 โดยนายสิระ เจนจาคะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครักษ์สันติ (ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค) และอดีตสมาชิกสภาปฎิรูปประเทศไทย เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม มีสมาชิกเป็นชาวชุมชนริมคลองในเขตหลักสี่ ดอนเมือง บางเขน และสายไหม มีเป้าหมายคัดค้านการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของ กทม. โดยเคลื่อนไหวร่วมกับนายศรีสุวรรณ จรรยา ฟ้องร้องหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เพื่อไม่ให้โครงนี้เดินหน้าไปได้ ต่อมาในช่วงกลางปี 2560 นายสิระลาออกจากการเป็นประธานกลุ่มฯ โดยนายศรีสุวรรณได้มารับช่วงต่อ และพยายามขยายสมาชิกออกไป โดยเชิญชวนชาวบ้านริมคลองเข้ามาร่วมกลุ่มเพื่อคัดค้านการรื้อย้ายและบอกว่าสมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มจะได้เงินชดเชยกับรัฐบาล
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





