playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG_0141_resize.JPG

ระหว่างวันที่ 15 – 16 ตุลาคม 2560   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเรื่อง ‘ทิศทางการขับเคลื่อนงานและการจัดกลไกสนับสนุนงาน พอช.’   ที่ห้องประชุมไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กรุงเทพฯ  โดยมีผู้แทนคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ผู้แทนคณะอนุกรรมการภาคทั้ง 5   ภาค  ผู้บริหาร พอช.  ผู้อำนวยการภาค  และเจ้าหน้าที่ พอช.  เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 130   คน
IMG_0088_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กล่าวว่า  แนวคิดการสัมมนาครั้งนี้  เริ่มจากจังหวะก้าวการทำงานในปี 2561  เมื่อจะขับเคลื่อนงานไปข้างหน้า   จึงต้องคิดถึงกลไก การทำงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์  ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปประเทศ  โดยมีคณะปฏิรูป 11 ด้าน  ดังนั้นกลไกขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจะมีการขับเคลื่อนอย่างไร  จากนั้นจึงมาออกแบบกลไกคณะอนุกรรมการภาคและระดับชาติ  เพื่อขับเคลื่อนผลักดันงาน ซึ่งกลไกดังกล่าวจะไม่เน้นการบริหารจัดการ  อาจจะเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจให้ขับเคลื่อนรวดเร็วกระทัดรัด  ไม่เน้นการประชุมมากเกินไป    และจะขับเคลื่อนจัดอย่างไรให้สอดคล้อง  ไม่ใช่จัดตามกลไกกรอบงบประมาณ 

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดงานสัมมนาครั้งนี้   เพื่อ 1.เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ประเทศ  2. เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนที่เป็นประเด็นสำคัญ ๆ นอกเหนือจากงานที่ พอช.สนับสนุน  และ 3. เพื่อจัดกลไกการขับเคลื่อนงานทั้งระดับภาคและระดับชาติ  ทั้งนี้อนุกรรมการระดับชาติจะนำเสนอผลการสัมมนาต่อคณะกรรมการสถาบันวันที่ 19 ตุลาคม 2560 นี้  เพื่อให้ทันกับการสนับสนุนงบประมาณด้วยเช่นกัน

“จากแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสถาบันฯ พ.ศ.2560-2564  และวิสัยทัศน์ 20 ปี คือ ‘ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย’ ส่วนวิสัยทัศน์ระยะ 5 ปี คือ  ‘ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งสู่การจัดการตนเอง’  ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว ยังเน้นเรื่ององค์กรชุมชนเป็นแกนหลักและพื้นที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง หมายความว่าการขับเคลื่อนงาน 5 ปีข้างหน้า จะทำให้พลังขององค์กรชุมชนเข้มแข็งขึ้นมาได้อย่างไร  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาองค์กรชุมชน ที่ดิน ที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย  จะทำอย่างไรให้พื้นที่เป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง  เป็นโจทย์ใหญ่และหวังว่าจะเปลี่ยนจากเชิงปริมาณเป็นคุณภาพมากขึ้น”  นายสมชาติกล่าว

ทั้งนี้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา  คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่ พอช.ในปี 2561 จำนวน 1,668 ล้านบาทเศษ  โดยแยกเป็นงบประมาณ  1.แผนยุทธศาสตร์ :  เสริมสร้างสวัสดิการสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต  จำนวน 1,534 ล้านบาทเศษ (สนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน,แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  บ้านมั่นคง  ชุมชนริมคลอง  บ้านพอเพียง  คนไร้บ้าน ฯลฯ รวม 25,559 ครัวเรือน )  2.แผนงานพื้นฐาน :  ภารกิจพื้นฐานเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์  จำนวน  97 ล้านบาทเศษ (สภาองค์กรชุมชนตำบล 1,870 ตำบล) และ 3.แผนงานบูรณาการ :  การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง  จำนวน 37 ล้านบาทเศษ (ยกระดับพื้นที่ต้นแบบเศรษฐกิจชุมชน 500 ตำบล)

IMG_0098_resize.JPG

นายอัมพร  แก้วหนู  สำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชน  กล่าวถึงเป้าหมายงานในปี 2561  ได้แก่

1.บ้านมั่นคงเมืองและชนบท  6,700 ครัวเรือน  2.บ้านมั่นคงริมคลอง   2,500 ครัวเรือน  3.บ้านพอเพียงชนบท 15,000 หลัง   4.เศรษฐกิจชุมชน 500 ตำบล  โดยจะเน้นเรื่อง cluster   5.สวัสดิการชุมชน 500 ตำบล  350,000 คน6.สภาองค์กรชุมชนตั้งใหม่ 750 ตำบล

                ส่วนสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อขบวนองค์กรในปี 2561-2562 ได้แก่  1.เงินอุดหนุนคนจน ประมาณ 46,000 ล้านบาท  เมื่อได้รับเงินอุดหนุนคนจน  ทำอย่างไรจะลดภาระของกองทุนสวัสดิการได้หรือไม่  2. พ.ร.บ.การเงินฐานราก  จะนำไปสู่การปฏิรูประบบการเงินชุมชนทั้งหมด  3.แนวคิดการควบรวมองค์กรปกครองท้องถิ่น  4. การสร้างรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง  ซึ่งจะมีผลกระทบต่อชุมชนค่อนข้างมาก  5.นโยบายการทวงคืนผืนป่า ความเดือดร้อนของพี่น้องยังมีอยู่ 

6.การจัดสรรที่ดิน สปก. ปีที่แล้วมีการทำงานบ้านมั่นคงชนบท   จะดำเนินการอย่างไรให้แก้ปัญหาและการจัดการที่ดินได้  ซึ่งในบางพื้นที่ต้องวางแผนเรื่องเศรษฐกิจของชุมชนไปพร้อมกันด้วย  และ 7.คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งผู้นำขบวนองค์กรชุมชนไปอยู่ในคณะกรรมนั้นด้วย  และพอช.ไปร่วมป็นผู้ช่วยเลขาในคณะกรรมการ  ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ  เมื่อรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้วจะเสนอแผนการปฏิรูปต่อไป 



ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เสนอความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ  เช่น  ควรใช้สภาองค์กรเป็นกลไกในการขับเคลื่อน   และควรหารือร่วมกันทุกเรื่องรวมถึงงานประเด็นร้อนในพื้นที่,  การยกระดับการทำงานในพื้นที่เรื่องดิน  น้ำ ป่า  คนชายขอบ ให้เข้าไปอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ได้อย่างไร ?  พอช.ต้องทำงานตามนโยบายของกระทรวงฯ  ควรมีคณะทำงานเพื่อทำงานเฉพาะเรื่อง เช่น งานประเด็นร้อนในพื้นที่,  การดำเนินงานเรื่องภัยพิบัติ  ต้องทำไปพร้อมกับงานประเด็นอื่นจะสามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆของชุมชน

ขบวนองค์กรชุมชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างไร ?,  ควรดำเนินงานเรื่องเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มข้น  ขบวนชุมชนจะสามารถคิดพัฒนางานต่างๆ ได้เมื่อเศรษฐกิจในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ก่อน,

จุดอ่อนของภาคประชาชนยังไม่ได้ประสานการทำงานร่วมกัน  เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นยังเป็นลักษณะต่างคนต่างทำในพื้นที่  บทบาทของกลไกควรไปสร้างความรู้ให้ขบวนองค์กรชุมชน ได้รับรู้สถานการณ์ตามวิถีวัฒนธรรมของขบวนองค์กรชุมชน

เรื่อง พ.ร.บ.ป่าไม้   พ.ร.บ.อุทยาน  ในระดับพื้นที่มีคนทำงานอยู่  แต่ยังขาดหน่วยงานที่เชื่อมต่อระหว่างระดับพื้นที่กับระดับนโยบาย    บทบาทของ พอช.อาจเป็นหน่วยงานที่เชื่อมโยงระดับพื้นที่และระดับนโยบายได้, เรื่อง พ.ร.บ.การเงินฐานราก  ต้องการให้มีสถาบันการจัดการกองทุนชุมชน เพราะมีกลไกการทำงานอยู่ในระดับหมู่บ้าน  ฯลฯ

IMG_0161_resize.JPG

IMG_0109_resize.JPG

IMG_0073_resize.JPG

IMG_0118_resize.JPG

IMG_0130_resize.JPG

IMG_0120_resize.JPG

IMG_0153_resize.JPG

IMG_0121_resize.JPG

IMG_0152_resize.JPG

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช และสมจิตร จันทร์เพ็ญ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter