วันนี้ (16 ตุลาคม 2560) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเรื่อง ‘ทิศทางการขับเคลื่อนงานและการจัดกลไกสนับสนุนงาน พอช.’ เป็นวันสุดท้าย โดยมีผู้แทนคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ผู้แทนคณะอนุกรรมการภาคทั้ง 5 ภาค ผู้บริหาร พอช. ผู้อำนวยการภาค และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 130 คน
ในการสัมมนาครั้งนี้มีการเสนอร่างทิศทางการขับเคลื่อนงานและการจัดกลไกสนับสนุนงาน พอช. โดยเสนอชื่อคณะกรรมการหรือกลไกที่จะขับเคลื่อนนี้ว่า ‘คณะอนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชนระดับชาติ’ มีบทบาทหน้าที่ดังนี้ 1.เชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนระดับชาติ 2.ผลักดันนโยบายสาธารณะเพี่อสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น 3.การเชื่อมโยงและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีระดับชาติ 4.ให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดกรอบการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและการบริหารงานสถาบันฯ ในภาพรวม
ส่วนองค์ประกอบ มีดังนี้ 1.ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนตามประเด็นงาน ประเด็นละ 1 คน (ภาคละ 5 คน) 2.ผู้ทรงคุณวุฒิ / ผู้นำอาวุโส 3 คน 3.ผู้แทนประชาสังคม / นักวิชาการ 3 คน และ 4.ผู้แทนหน่วยงานภาคี
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เสนอข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เช่น ควรปรับชื่อกลไกให้มีความชัดเจน เพื่อปรับบทบาทหน้าที่ให้มีความชัดเจนไปพร้อมกันด้วย, องค์ประกอบของกลไกควรมีความหลากหลายตามประเด็นงานพัฒนาที่มีการขับเคลื่อนในพื้นที่ เช่น ประเด็นทรัพยากร ฯลฯ คำนึงถึงสัดส่วนหญิง-ชาย และให้คนรุ่นใหม่เข้าไปมีส่วนร่วม
บทบาทหน้าที่ ทำหน้าที่เชื่อมประสานหน่วยงานเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกรณีเกิดปัญหาเร่งด่วน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ สามารถตอบสนองต่อการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ นำไปสู่การคลี่คลายปัญหาในพื้นที่
กลไกการดำเนินงาน แบ่งเป็น ระดับภาค ควรมีทีมยุทธศาสตร์ภาค เพื่อเชื่อมประสานการทำงานกับส่วนกลาง ระดับชาติ เสนอ 2 รูปแบบ คือ 1.ให้มีกลไกตามประเด็นงานของแต่ละประเด็น 2.ให้มีกลไกเชื่อมโยงกับส่วนกลาง
นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการจัดเวทีหารือระดับภาค เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทน สัดส่วน องค์ประกอบ ตลอดจนการกำหนดบทบาทหน้าที่, เสนอให้เป็นเวทีกลาง ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยไม่ต้องมีคำสั่งแต่ตั้งเป็นทางการ ฯลฯ
นายจินดา บุญจันทร์ กรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องได้ข้อสรุปเรื่องทิศทางการขับเคลื่อนงานและการจัดกลไกสนับสนุนงาน พอช.ที่ชัดเจน เพราะยังมีเวลาที่จะพูดคุยเรื่องนี้อีก โดยหลังจากการสัมมนาในครั้งนี้แล้ว คณะอนุกรรมการทั้ง 5 ภาค และคณะกรรมการสถาบันฯ จะกลับไปพูดคุยเรื่องทิศทางการขับเคลื่อนงานและการจัดกลไกสนับสนุนงาน พอช.ในระดับภาคต่อไป
นอกจากนี้ในการสัมมนาครั้งนี้ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้บรรยายในหัวข้อ ‘ทิศทางปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปสังคม สู่ตำบลเข้มแข็ง’ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปเร็วมาก ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องปรับตัว จึงมี ‘ไทยแลนด์ 4.0’ ขึ้นมา และมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะเดียวกันขบวนองค์กรชุมชนต้องมีความก้าวหน้า ไม่ย่ำอยู่กับที่ และในส่วนของผู้นำขบวนองค์กรชุมชนซึ่งถือว่าเป็นนักยุทธศาสตร์ก็จะต้องมองให้เห็นโลก มองให้เห็นประเทศ เพื่อนำไปกำหนดจังหวะย่างก้าวของขบวนองค์กรชุมชนต่อไป
ในตอนท้ายของการบรรยาย ตัวแทน ‘เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ’ หรือ คทช. ได้ยื่นหนังสือต่อ นพ.อำพล ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม เพื่อนำไปเสนอและผลักดันในระดับนโยบายต่อไป โดยมีข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศไทยด้านสังคม คือ 1.ให้มีตัวแทนของเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ฯ (คทช.) เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนและเสนอความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศไทยด้านสังคม ในด้านการจัดการที่ดินทุกระดับ 2.ให้มีตัวแทนเครือข่ายฯ เข้าร่วมในขบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่ทำกินที่อยู่อาศัยในระดับจังหวัดตามนโยบายคณะกรรมการที่ดินชาติ (คทช.จังหวัดตามพื้นที่ที่มีคณะทำงานเครือข่ายอยู่) 3.ให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรแบบมีส่วนร่วม ดิน น้ำ ป่า โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





