playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 23107417 10210749956324425 1825048463 o

นครพนม/ ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดสัมมนาทิศทางการขับเคลื่อนงาน การจัดกลไกและแผนปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ Core Team ณ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นการทบทวนบทเรียนการทำงานจากการสังเคราะห์ของทีมติดตามประเมินผลรับรู้สถานการณ์การปฏิรูปประเทศไทยและสถานการณ์โลก ทบทวนเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และผลลัพธ์ ออกแบบกลไกการทำงาน รวมถึงออกแบบกรอบงบประมาณการสนับสนุนของภาคอีสานในปี 2561 และสรรหาคณะทำงานฯ ชุดต่างๆ   

นายถนอนสิน พลลาภ ศูนย์ประชาสังคมและการจัดการองค์กรเอกชนสาธารณะประโยชน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศปส.มข.) กล่าวถึง ผลการสังเคราะห์กระบวนการทำงานที่ผ่านมาของขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน โดยระบุถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องมี 7 ด้านใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ1) การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการสื่อสาร 2) กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 123) นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ 4) นโยบายอุตสาหกรรมเกษตร 5) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเขตเศรษฐกิจพิเศษและการค้าชายแดน 6) การเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทเป็นเมือง และ 7) สถานการณ์ทางสังคมในท้องถิ่น การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพเหล่านี้ล้วนเป็นสถานการณ์ที่ไม่ไกลตัว และใกล้กับการทำงานของขบวน เป็นเรื่องที่ต้องนำมาประเมิน ทบทวนเพื่อนำมาปรับกลยุทธ์การทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น 

ผลจากการศึกษาทบทวนการทำงานใน 6 ยุทธศาสตร์ พบว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพแกนนำและขบวนองค์กรชุมชนมีความก้าวหน้าค่อนข้างสูง มีคะแนน 3.3 รองลงมาคือการติดตามประเมินผลแบบเสริมพลัง คะแนน 3.0 ต่อมาคือการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ได้คะแนน 2.75 อันดับ 4 คือ การบริหารจัดการเครือข่ายและภาคีความร่วมมือบนพื้นฐานหุ้นส่วนการพัฒนา ได้คะแนน 2.5 อันดับ 5 คือ การพัฒนาระบบข้อมูลและการจัดการความรู้สู่นโยบาย มีคะแนนเฉลี่ย 2.13 และอันดับสุดท้ายได้แก่เรื่องการบริหารจัดการองค์กรสู่ธรรมาภิบาล มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด 1.75 คะแนน ซึ่งผลจากการประเมินในแต่ละด้านมีโจทย์ที่ขบวนองค์กรชุมชนและ พอช.ต้องนำขบคิดต่อ

ซึ่งในแต่ละด้านก็มีข้อเสนอแนะจากการระดมความคิดในเวทีสัมมนา ที่ต้องนำมาพัฒนาต่อทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้นำ การติดตามประเมินเสริมพลัง การพัฒนาพื้นที่รูปธรรมสถานการณ์ทั้งภายนอก และภายในยังไงก็แล้วแต่ บทบาทของ พอช.ต้องทำให้ข้างล่างเข้มแข็งรับมือกับสถานการณ์ให้ได้ อีสานหนึ่งเดียว รูปธรรมในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เป็นอย่างไร ถ้าเราเอาภาพรวมรูปธรรมในความหมายของพื้นที่ จากภาคสู่ปฏิบัติการในพื้นที่ ถอดบทเรียนออกมาใช้ในปี 61 โดยมีกลไกการกำกับทางยุทธศาสตร์ ซึ่งบทบาทของเจ้าหน้าที่ พอช. มีความจำเป็นต้องพัฒนาให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และสร้างพื้นที่รูปธรรมความสำเร็จ

 

23113036 10210749957924465 1203621159 o       

“สถานการณ์การปฏิรูปประเทศไทยกับการปรับตัวของขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน”

นายพลากร วงค์กองแก้ว คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม กล่าวถึงสถานการณ์สำคัญและการเชื่อมต่อการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ โดยระบุว่า เรื่องยุทธศาสตร์อยู่กับขบวนองค์กรชุมชน การกำหนดยุทธศาสตร์เป็นเรื่องของภาคประชาชน รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ในการกำหนดยุทธศศาสตร์นั้น ตนได้นำเอาคีย์เวิดร์สำคัญของภาคประชาชน ในหลายๆ ประเด็นเข้าไปบรรจุในร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วย

หากลองตอบคำถามว่าทำไมต้องทำยุทธศาสตร์ชาติ นั่นก็เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุด หากแก้ไม่หมดการปะทะกันบนท้องถนนก็จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนั้นช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยก็ติดอันดับโลก ทรัพยากรยังมีความกระจุกตัวบางคนมีที่ดิน 5 แสนไร่ แต่ก็มีคนไม่มีที่ดินเลย ผนวกกับสภาพทางเศรษฐกิจก็มีความเติบโตช้า บ้านเราไม่มีทางที่เศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นถึง 8-10% รวมถึงใน 5 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูป ปัญหาด้านแรงงานในอนาคต เราต้องพึ่งแรงงานจากเพื่อนบ้าน

นายพลากร กล่าวต่อว่า จากฐานการคิดวิเคราะห์เช่นนี้จึงนำไปสู่การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีกรอบแนวคิดนโยบายที่เกี่ยวข้อง อย่างการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ร่างยุทธศาสาตร์ 20 ปี รธน.ฉบับที่ 20 แผนพัฒนาฉบับที่ 12 ข้อตกลงปารีส ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศและความสามัคคีปรองดอง เป็นทิศทางการพัฒนาประเทศ สถานการณ์ปฏิรูปประเทศจะเปลี่ยนไป ยุทธศาสตร์ชาติเป็นใจกลางของการพัฒนาประเทศอีก 20 ปี ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องและเป็นตัวกำกับ ทั้งงบประมาณ นโยบาย แผนฯ 12 ก็อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

หากลองมองไปที่ประเทศอื่นๆ บูรไน ก็มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 30 ปี มาเลเซียก็กำหนดยุทธศาสตร์ชาติตั้งแต่ปี 2534 ทำให้หนีจากกับดักรายได้ปานกลาง หรือไต้หวันที่กำหนด 10 ปีทอง ที่ผ่านมาประเทศไทยติดอยู่กับการกลับไปกลับมาเป็นบันไดลิง เลือกตั้งได้รัฐบาลและก็เปลี่ยนรัฐบาล มีการรัฐประหารก็กลับมาเริ่มใหม่ รัฐบาลทหารชุดนี้กำลังจะทำกรอบเหมือนกับงูในอุโมงค์ ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องทำตามกรอบแนวทางนี้

ยุทธศาสตร์ชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่สมดุลด้วยการบูรณาการกระแสชุมชนภิวัฒน์กับกระแสโลกาภิวัฒน์ให้เข้ากันอย่างกลมกลืน เรื่องชุมชนภิวัฒน์ เป็นเรื่องที่ พอช.ทำตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้งองค์กร แนวการพัฒนาเชื่อมโยงต่อไปจะไล่ระดับมาจากชุมชน จังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด 6 ภาค ประเทศ กลุ่มประเทศ CLMVT อาเซียน และโลก

อย่างไรก็ตาม กรอบการพัฒนาที่สมดุลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ จะเน้นด้านความมั่นคงที่มุ่งพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคน การสร้างโอกาสความเสมอภาคเท่าเทียม การสร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะใช้แนวทางการปฏิรูประบบราชการ การถ่ายโอนอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นแบบมีเงื่อนไข ที่จะถ่ายโอนอำนาจพร้อมความรับผิดชอบ มีการกำหนดกรอบระยะเวลา สร้างความพร้อมให้กับท้องถิ่น ในการจัดทำยุทธศาสตร์ของขบวนก็องค์กรชุมชนก็ควรทำล้อไปตามการจัดงบประมาณภาครัฐที่แบ่งเป็น 6 ภาค 18 กลุ่มจังหวัด และ 77 จังหวัด

ประเทศไทยไม่อยู่อย่างโดดเดียว การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ต้องพัฒนาคู่ไปกับเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาคของโลก การเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ จะลดความเป็นรัฐชาติลดลง แต่เป็นการเชื่อมโยงในเชิงคัสเตอร์กับเพื่อนบ้าน เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษก็เป็นพื้นที่ที่เราเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน สาเหตุสำคัญที่จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เพราะความเหลื่อมล้ำ ถ้าปล่อยไว้อนาคตจะเป็นอย่างไร รวมถึงระบบทรัพยากรเสื่อมโทรม และการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดการแบบรวมศูนย์ ถ้าไปรวมกับบรรษัทข้ามชาติระดับโลกเราจะเหลืออะไร เป็นเหตุที่ต้องเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติโดยมี 6 เรื่อง ด้านความมั่นคง การพัฒนาการแข่งขัน การพัฒนาโอกาสความเท่าเทียม ทรัพยากร การบริหารจัดการภาครัฐ และเรื่องการพัฒนาคน ที่อิงกับแนวคิดกระแสชุมชนภิวัฒน์ กับกระแสโลกาภิวัฒน์นายพลากรกล่าวในตอนท้าย

นายบำรุง คะโยธาคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ณ ขณะนี้ อะไรกำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ 1) วิกฤตทางความคิดที่ว่าโกงไม่เป็นไรขอให้แบ่ง เป็นเรื่องน่าห่วงเพราะสังคมมองเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติ ถ้าปล่อยไว้คอร์รัปชั่นจะทำให้สิ้นชาติ ต้องหาทางแก้ไข 2) ข้อต่อของการเปลี่ยนแปลงในด้านเกษตร สถานการณ์ข้าวไทยปัจจุบันมีอนาคตมืดมน ผู้ผลิตข้าวในอาซียน บ้านเราใช้ต้นทุนสูง แต่คุณภาพข้าวผลผลิตแย่ เห็นด้วยกับนโยบายลดพื้นที่ปลูกข้าว แต่ไม่ใช่เปลี่ยนไปปลูกข้าวโพด ชาวนายุคที่เปลี่ยนจากควายมาเป็นรถไถ ตอนนั้นก็ยังเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต แต่ขณะนี้กำลังมีรถดำนาเข้ามา ชาวนาไม่มีปัญญาเป็นเจ้าของ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายนาแปลงใหญ่แต่ชาวนาก็ไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต อย่างฝรั่งเศษ รัฐเขาอุดหนุนเงินทุนไปที่สหกรณ์ สหกรณ์จัดการเรื่องต่างๆ  ชาวนาก็มาเช่าเครื่องมือจากสหกรณ์    

การเปลี่ยนช่วงนี้ สถานการณ์น่าเป็นห่วง 20 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นเปิดแรงงานเสรี การค้าเสรี ถ้าเปิดตลาดชาวนาญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร เราเปิดเออีซี ชาวนาสายนาวังจะไปอย่างไรเราไม่รู้จะไปอย่างไรเลย ตรงนี้เป็นเรื่องน่ากังวล ขณะนี้ พ.ร.บ.พันธุ์พืชฯ แม้มีการยืดเวลาออกไป 1 เดือนก็น่าห่วงใย เมื่อทหารหาเงินไปตั้งพรรคการเมือง นายทุนก็เข้ามาออกแบบประเทศไทย ถ้าเราไม่เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ ทำอย่างไรชาวบ้านจะเสียหายเจ็บตัวน้อยที่สุด เราเตรียมการรับมืออย่างไรถ้ายังมะงุมมะงาหราอยู่ก็เจ็บ

ภาคประชาชนก็อ่อนแอไม่มีพลังการต่อรอง ภาคประชาสังคมก็ไม่เป็นความหวัง งบประมาณโครงการที่ลงมาก็ถูกหักเปอร์เซ็นไล่ตั้งแต่อำเภอจนถึงตำบล คนทำงานต้องตื่นรู้ และนำข้อมูลไปสู่พี่น้องประชาชน อย่างนโยบายรับจำนำข้าว แม้ชาวนาจะขายข้าวได้ราคาดี แต่ก็ส่งผลทำให้ข้าวไทยคุณภาพต่ำลง ปัจจุบันข้าวเราคุณภาพแย่กว่าเวียตนาม ที่อดีตเคยตามหลังเรา ที่ญี่ปุ่นเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการตากข้าวด้วยแสงอาทิตย์ แทนการเข้าเครื่องอบ ซึ่งบ้านเรากำลังจะเป็นเหมือนญี่ปุ่นเมื่อก่อน การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจะนำไปสู่การสูญเสียที่ดินชาวไร่ชาวนา ภาคเกษตรจะใช้เครื่องจักรมากขึ้น และจะอยู่ในมือของคนมีเงิน ถ้าเราไม่ปรับตัวอนาคตคงลำบาก

นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวให้ความเห็นว่า ประเทศเรากำลังจะเดินไปสู่ประชาธิปไตย รัฐบาลมีการประกาศว่าจะมีวันเลือกตั้ง จริงหรือไม่ที่รัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ ยุทธศาสตร์ชาติแก้ไม่ได้ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้หมดถ้ามาจากมติประชาชน หากเราวิตกกังวลกับเรื่องราวข้างบนมากไป เราก็กำลังปีนบันไดลิง สถานการณ์ประเทศเราขึ้นอยู่กับว่าเราจะอิงกับจีน หรืออิงกับใคร จะเอาทุนของใคร และเจรจาที่โต๊ะไหนมากกว่า

หากลองดูกฏหมายลูก การเลือกตั้งจะไม่มีพรรคการเมืองเดียวจะจัดตั้งรัฐบาลได้ มีการวางไว้หมดแล้วต้องจัดตั้งรัฐบาลจากหลายพรรค ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ต่อไปการเลือกตั้งทุกคะแนนจะนำมารวมที่กรุงเทพฯ และคิดสัดส่วน สส.เขต สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทุกพรรคมีสิทธิ์ที่จะมี สส. หากพรรคไหนได้ สส.เกิน 15 คน ก็จะหมดสิทธิ์จะได้ปาร์ตี้ลิตส์ การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องรวมพรรค ซึ่งไม่มีเสถียรภาพ ส่วนกฏหมายลูกว่าด้วยการเลือก สว. สรรหา 150 ทดลองเลือก 50 ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขที่เลือกไม่ได้ เพราะคนสมัครจาก 20 สาขาวิชาชีพ เขาออกแบบให้เลือกไขว้ เป็นการฝังเงื่อนไขไว้ ต่อจากนี้ หากมีข้าราชการคนไหนหลุดไปเป็น สว.ได้ ถือว่าเก่งมากๆ เพราะเงื่อนไขต้องเป็นสมาชิกวิชาชีพอย่างน้อย 20 ปี 

หากดูสถานการณ์ข้างล่าง ประชาชนอยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลจะอยู่อีกนานเท่าไหร่ จะลงอย่างไร เมื่อเศรษฐกิจไปไม่ได้ จะไม่ให้ลูกหลานขายที่ได้อย่างไร เราอย่าไปกังวลกับเรื่องข้างบนให้มาก เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับการที่ชาวบ้านไม่มีเงินซื้อปลาทูกิน ขบวนผู้นำองค์กรชุมชน ต้องตกผลึกหล่อหลอมต้องทำงานกับชาวบ้านที่ซื้อปลาทูกินอย่างไร ที่เราประชุมไม่เกี่ยวกับการที่เหลนจำต้องขายที่นา เกษตรทำปุ๋ยในสนามกีฬา ขบวนผู้นำที่ต้องทำงานกับขบวนชาวบ้าน งานพัฒนาชาวบ้านกับงานพัฒนาผู้นำคนละเรื่องกัน การออกแบบการทำงานกับชาวบ้านเราจะทำอย่างไร

นายกษิดิ์เดชธนทัต กล่าวต่อว่า การมีอนุกรรมการมากจากหลากหลายดูเหมือนองค์ประกอบดี แต่หน่วยงานที่มาเป็นได้นำเอาภารกิจหน่วยงานที่เป็นองค์ประกอบมาด้วยหรือไม่ ระหว่างองค์กรกับองค์กร มาพูดถึงชาวบ้านด้วยกัน เรื่องนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ทำไมไม่เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องเดียวกันกับงานขบวนชาวบ้านทิศทางขบวนผู้นำ ต้องเป็นความเป็นจริงของหมู่บ้านที่เผชิญอยู่ งานที่ชาวบ้านประสบอยู่ปัจจุบัน เราต้องหยิบยกมาว่าเราทำอะไร หยิบประเด็นมาทำงาน ไม่ใช่หยิบปัญหา

งบประมาณอยู่ที่กระทรวงต่างๆ ทำไมเราไม่ออกแบบสภาองค์กรชุมชนให้คุยกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีงบลงในพื้นที่ ทรัพยากรมี แต่เรายังไม่ออกแบบการไปใช้ทรัพยากรนั้น ซึ่งจะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ อย่างกรมพัฒนาที่ดิน ที่มีการขุดบ่อให้ชาวบ้านสมทบ 2,500 บาท เมื่อขุดเสร็จแต่ยังมีปัญหาบ่อไม่มีน้ำ บ่อมีน้ำแต่ไม่ทำอะไร ทำไมเราไม่ออกแบบการจัดขบวนชาวบ้านที่จะเข้าไปจัดการทำเรื่องเกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง ทุกหน่วยงานเอาเรื่องนี้ไปปฏิบัติ

นายกษิดิ์เดชธนทัต เสนอกับแกนนำว่า เราต้องทำงานกับชาวบ้าน มีเรื่องอะไรบ้างที่ลงไปที่ชุมชน สิ่งที่เราทำทำนั้นดีอยู่แล้ว หลายเรื่องไม่ต้องลงเนื้อหากันแล้วอย่างงานจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน บทที่ พอช.ต้องทำคือปัจจุบันนี้ สภาองค์กรชุมชน ข้างบนรู้อย่างเดียวว่าเป็นกลไกของ พอช. ไม่ต่างจาก อสม. หมอดินอาสา ทำไมสภาองค์กรชุมชนไม่เป็นสาธารณะอย่างผู้ใหญ่บ้าน อย่างกำนัน ภาพรวมคือเราไม่ไปที่อื่น ภาพรวมเรามาคุยงบของ พอช. ก็กลายเป็นเรื่องของ พอช. แทนที่จะเป็นกลไกของขบวนชาวบ้าน ก็ไม่เป็นกลไกสาธารณะ บท พอช.ควรมีหน้าที่เป็นกลไกในการเชื่อมภารกิจของหน่วยงานกับทุกขบวนชาวบ้าน ว่าด้วยเรื่องเกษตร เราต้องสัมพันธ์กับเกษตร กับกรมที่ดิน เรื่องอะไรที่กระทรวง ทบวง กรม จะทำอะไร แล้วเราจะไปเชื่อมอย่างไร

บทของขบวนชาวบ้านที่เคลื่อนไหว ต่อรอง ต่อต้านก็ยังต้องมี เรื่องที่ไหลตามกระแส ก็ควรทำ ต้องมีการออกแบบหาคนมาพิจารณาเนื้องานของแต่ละกระทรวงที่ลงชุมชน การมีส่วนร่วมของประชาชน หัวใจสำคัญอยู่ที่พื้นที่งานนโยบาย งานประชาสังคม งานกับชาวบ้านทำทั้ง 3 ส่วน แต่ให้ความสำคัญ กับงานในส่วนที่ทำกับชาวบ้าน ใช้องค์กรไปเชื่อมกับองค์กร ใช้สภาองค์กรชุมชนไปคุยกับหน่วยงาน ใช้สวัสดิการทำงานกับชาวบ้านอย่างไร เป็นความหมายของการยกระดับการทำงานขององค์กรชุมชน ชาวบ้านเป็นเจ้าของรัฐในการบริหารจัดการ นายกษิดิ์เดชธนทัต กล่าวในตอนท้าย

อย่างไรก็ตาม ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้นำเสนอภาพรวมทิศทางการสนับสนุนของ พอช. ในปี 2561 ซึ่งได้มีการทบทวน ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย แนวทางการสนับสนุน กรอบและวิธีการงบประมาณ รวมถึงทบทวนกลไกการทำงาน คณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับภารกิจ ทั้งนี้ที่ประชุม มีมติให้ นายวิรัตน์ สุขกุล เป็นประธานคณะอนุกรรมการภาค และได้เสนอให้นายนิกร จันพรม เป็นคณะอนุกรรมการภาค ตัวแทนด้านสื่อสารมวลชน เพิ่มเติม

 

23107301 10210749958004467 49244709 o23112857 10210749958324475 1921369257 o23158005 10210749956404427 2085040957 o23107525 10210749957604457 280072632 o23131179 10210749957964466 573054981 o

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter