วันนี้เวลา 10.30 น.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางมาที่ตำบลบ้านคลัง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมและให้กำลังประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีนายเรวัต ประสงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ให้การต้อนรับ มีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนรวมทั้งสิ้น 49,371 ครัวเรือน ซึ่งตนได้สั่งการให้ทีม One Home ซึ่งประกอบด้วยทุกหน่วยงานในจังหวัดในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ทั่วถึง
โดยในวันนี้ รมว.พม.ได้เป็นประธานในการมอบเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และเงินสงเคราะห์เด็ก จำนวน 480 ราย, มอบ (ป้าย) ซ่อมบ้านผู้สูงอายุ 10 หลัง, บ้านคนพิการ 5 หลัง, อุปกรณ์คนพิการ 10 ชุด, ทุนประกอบอาชีพคนพิการ 10 ราย รวมทั้งมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง และยาสามัญประจำบ้านให้แก่ประชาชนในตำบลบ้านคลังด้วย
นางสมพร สุขสมกิจ อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.บ้านคลัง อาชีพรับจ้าง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทางหน่วยงานราชการเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว ปีนี้น้ำมาเร็ว แต่ก็เตรียมขนของหนีน้ำก่อน จึงไม่ได้รับความเสียหายมากนัก แต่ตอนนี้น้ำท่วมสูงระดับอก บางครอบครัวต้องขนข้าวของ ขนสัตว์เลี้ยง วัวและม้ามาไว้ที่ริมถนน และต้องกางเต็นท์นอน
“ฉันก็ต้องขาดรายได้ เพราะมีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้าง ไม่สามารถลุยน้ำเข้า-ออกเพื่อไปทำงานได้ จึงอยากให้ทางราชการช่วยเหลือประชาชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่เฉพาะแต่ชาวนา เพราะในตำบลบ้านคลังมีคนทำนาไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะมีอาชีพรับจ้างทั่วไป นอกจากนี้ก็อยากจะให้ช่วยเหลือเรื่องเสื้อชูชีพให้เด็กๆ เพราะน้ำไหลแรง เด็กเล็กอาจพลัดตกน้ำได้” นางสมพรกล่าว
นายพงศ์พาณิช ตนุพันธ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านกุ่ม ในฐานะตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมาร่วมงานในวันนี้ กล่าวว่า หลังจากนี้ขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัด ซึ่งมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว จำนวน 167 ตำบล และกองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน 66 กองทุน จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนในการฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่น เรื่องการสนับสนุนด้านอาชีพ เมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูก ฯลฯ รวมทั้งการวางแผนรับมือกับปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพราะพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลายอำเภอเป็นพื้นที่รองรับน้ำ จึงไม่สามารถหลีกหนีปัญหาน้ำท่วมไปได้
“เราจะต้องปรับตัวให้อยู่กับน้ำให้ได้ ซึ่งหลังจากน้ำลดแล้วคงจะต้องมาคุยกันว่า พวกเราจะรับมือกับปัญหาน้ำท่วมอย่างไร ซึ่งแต่ละพื้นที่ แต่ละตำบล จะต้องมีการสำรวจข้อมูลครัวเรือน ข้อมูลกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น คนแก่ คนป่วยติดเตียง คนท้อง เด็กเล็ก เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมอีกจะได้ให้ความช่วยเหลือได้ทัน รวมทั้งเรื่องเรือ อุปกรณ์ชูชีพต่างๆ ต้องเตรียมให้พร้อม ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเป็นที่พัก ทำครัว เรื่องเหล่านี้เราจะต้องมาพูดคุยเพื่อวางแผนรับมือต่อไป” นายพงศ์พาณิชกล่าว
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





