ถนนราชดำเนิน/ เครือข่ายสลัม 4 ภาคชี้ผลกระทบที่อยู่อาศัยคนจนทั้งในเมืองและชนบท ยื่น 5 เสนอ ให้รัฐบาลสนับสนุนที่ดินของรัฐนำมาแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนมือง เช่น ที่ดินสาธารณะ ที่ดินการรถไฟฯ ที่ดินการท่าเรือ นำมาแบ่งปันให้ชุมชนได้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยที่มั่นคงระยะยาว ให้สนับสนุนงบประมาณ และกระบวนการในการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยตามนโยบายโครงการบ้านมั่นคงที่ชุมชนมีส่วนร่วม ขณะที่ปลัดกระทรวง พม.และ ผอ.พอช.ออกมาพบผู้ชุมนุมพร้อมนัดหมายประชุมกับตัวแทนสลัม 4 ภาคเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป
สหประชาชาติได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ หรือ ‘World Habitat Day’ เริ่มขึ้นในปี 2532 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ตระหนักถึงสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และเพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัย แต่เนื่องจากในปีนี้ตรงกับช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงเลื่อนมาจัดกิจกรรมในเดือนพฤศจิกายน
โดยในวันนี้ (6 พฤศจิกายน 2560) เวลา 9.00 น. สมาชิกเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากทั่วประเทศประมาณ 500 คน ได้เดินทางมาที่หน้าที่ทำการสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยให้แก่นายอังตอนีอู กูแตรึช เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดยมีตัวแทนองค์การสหประชาชาติออกมารับข้อเสนอ
นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจชุมชนแออัดในประเทศไทย โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ในปี 2556 พบว่ามีชุมชนแออัดทั่วประเทศจำนวน 6,334 ชุมชน ประชากรรวม 1,630,477 ครัวเรือน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวน 728,639 ครัวเรือน
“ในช่วงที่ผ่านมา คนจนทั้งในเมืองและชนบทได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายทวงคืนผืนป่า ที่ผลักดันชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตป่าออกมา รวมทั้งการขีดแนวเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดต่างๆ ทำให้มีการปั่นราคาที่ดิน กว้านซื้อที่ดิน และเวนคืนที่ดิน ซึ่งนโยบายเหล่านี้ล้วนส่งผลให้หมู่บ้านในชนบทเกิดความล่มสลาย กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ต้องอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในตัวเมือง เช่นที่ตัวเมืองเชียงใหม่มีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เข้ามาอยู่ในชุมชนแออัดมากขึ้น” ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคยกตัวอย่าง
ในส่วนของชุมชนเมืองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เช่น โครงการพัฒนาระบบรางรถไฟ โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ เส้นทางสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา โครงการศิริราช-ตลิ่งชัน โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ฯลฯ ซึ่งจะมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 7,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาย่านเศรษฐกิจใหม่ ย่านพระราม 3 โครงการคลองเตยคอมเพล็กซ์ ฯลฯ ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้จะเกิดผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยและที่ทำมาหากินของคนจน
สำหรับข้อเสนอและแนวทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย เครือข่ายสลัม 4 ภาคได้ยื่นข้อเสนอต่อองค์การสหประชาชาติและรัฐบาลไทย ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องสนับสนุนที่ดินของรัฐนำมาแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนมือง เช่น ที่ดินสาธารณะ ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ดินของการท่าเรือ มาแบ่งปันให้ชุมชนได้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยที่มั่นคงระยะยาว 2.รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณ และกระบวนการในการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยตามนโยบายโครงการบ้านมั่นคงที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง
3.ตั้งกลไกการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามหน่วยงานที่กำกับดูแลรับนโยบาย เช่น กระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีรัฐมนตรีประจำกระทรวงเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาร่วมกับชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ 4.แก้ไข ยกเลิก งดเว้น กฎหมายต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย และวิถีความเป็นอยู่ของคนจนเมือง เช่น กฎหมายไล่รื้อจากคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 ปี พ.ศ.2502 ที่ตัดสิทธิ์การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของประชาชน และคำสั่งของ คสช.ฉบับต่างๆ ด้วย
และ 5.ผ่อนปรน งดเว้นกฎหมายต่างๆ ที่ส่งผลต่อการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ของคนจนเมืองในพื้นที่ขนาดเล็ก ตามนโยบายโครงการบ้านมั่นคงที่คนจนมีศักยภาพในการมีที่ดินขนาดเล็ก แต่ทำให้ผิดกฎหมายผังเมือง และกฎหมายควบคุมการปลูกสร้างอาคาร
ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นตัวแทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. พร้อมด้วยนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการ พอช.ได้เดินทางมาพบกับผู้ชุมนุมที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การสหประชาติ พร้อมทั้งรับข้อเสนอจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค โดยนายพุฒิพัฒน์กล่าวว่าจะนำข้อเสนอทั้งหมดไปให้รัฐมนตรีพิจารณาและกำหนดวันนัดหมายประชุมร่วมกับตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป
นายสิทธิชัย คำประสิทธิ์ ตัวแทนชุมชนท่านเลี่ยม เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ซึ่งมีชาวบ้านประมาณ 130 ครอบครัวปลูกบ้านบนที่ดินเช่าของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ขณะนี้ชาวชุมชนทั้งหมดกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากสถาบันฯ ได้ยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับชาวบ้านมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อจะนำที่ดินไปใช้ก่อสร้างสถานศึกษา โดยที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 37 ไร่ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้เจรจากับทางสถาบันฯ เพื่อขอแบ่งปันที่ดินโดยการเช่าที่ดินแปลงเดิมเนื้อที่ 7 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่ทางสถาบันฯ ได้ปฏิเสธ โดยยืนยันว่าจะเอาที่ดินทั้ง 37 ไร่ไปใช้ประโยชน์
“ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือ โดยขอให้ปลัดกระทรวง พม.เป็นคนกลางเจรจากับทางสถาบันฯ แล้ว แต่ไม่ได้ผล ผมจึงอยากขอให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือชาวบ้านด้วย เพราะพวกเราไม่มีที่ไป หากทางสถาบันฯ ไม่แบ่งปันที่ดินให้พวกเราเช่าเพียง 7 ไร่ พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน” ตัวแทนชาวชุมชนท่านเลี่ยมกล่าว
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





