
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ ประธานสมาคมคนไร้บ้าน พร้อมกับตัวแทนกลุ่มคนไร้บ้าน ได้เข้าพบพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม ฯ เพื่อแสดงความขอบคุณที่ทางกระทรวง พม. ได้ผลักดันการดำเนินการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะคนไร้บ้านให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
จากการสำรวจข้อมูลของเครือข่ายคนไร้บ้านพบว่า ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีคนไร้บ้านไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ส่วนในต่างจังหวัดคาดว่าจะมีคนไร้บ้านประมาณ 10,000 คน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ คนไร้บ้านเหล่านี้มีความเป็นมาแตกต่างกัน เช่น ทะเลาะกับครอบครัว เจ็บป่วยไม่มีคนดูแล ชอบชีวิตอิสระ ไม่มีงานทำ ไม่มีอาชีพ จึงต้องออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อน อาศัยอยู่ตามสถานที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ริมถนน สถานที่รกร้าง ฯลฯ มีรายได้จากการเก็บขวดน้ำ ขวดพลาสติก กระดาษ โลหะ เอาไปขายตามร้านรับซื้อขยะรีไซเคิล หรือทำงานรับจ้างทั่วไป หากไม่มีรายได้ก็จะอาศัยอาหารจากวัด สถานสงเคราะห์ หรือตามงานบุญต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) ได้สนับสนุนให้คนไร้บ้านในกรุงเทพฯ รวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือกัน จนนำไปสู่การผลักดันให้ทางราชการสนับสนุนการสร้างศูนย์พักพิงขึ้นมาที่บริเวณที่หยุดรถไฟจรัลสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย แล้วเสร็จในปี 2551 ปัจจุบันใช้ชื่อว่า 'ศูนย์คนไร้บ้าน (สุวิทย์ วัดหนู)' รองรับคนไร้บ้านได้ 70 คน โดยมีหลายหน่วยงานให้การสนับสนุน เช่นกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ยังมีศูนย์พักพิงคนไร้บ้านบริเวณถนนพุทธมลฑลสาย 2 รองรับคนไร้บ้านได้ 20 ครัวเรือน ส่วนต่างจังหวัดกำลังก่อสร้างที่เชียงใหม่ และขอนแก่น เพื่อให้คนไร้บ้านมีที่พักพิง มีการฝึกอาชีพ ทำเกษตรกรรม ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เพื่อให้มีงานทำ มีรายได้ และกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว หรืออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวว่า ปัญหาคนไร้บ้านในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่จะย้ายถิ่นฐานมาจากต่างจังหวัด มาอาศัยอยู่ตามสวนสาธารณะ ใต้สะพานลอย ตลาดสด อาคารร้าง และสถานีเดินรถต่างๆ ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวง พม.ได้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักพิงคนไร้บ้านขึ้นมาบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งเป็นที่ดินเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยปลูกสร้างที่พัก มีแปลงปลูกผักสวนครัว บ่อเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ฯลฯ ขณะนี้มีคนไร้บ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว 20 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังสนับสนุนการปรับปรุงศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน (สุวิทย์ วัดหนู) บริเวณที่หยุดรถไฟตลิ่งชัน สามารถรองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ 70 คน เพื่อให้คนไร้บ้านมีที่พักเป็นหลักแหล่ง เมื่อมีงานทำหรือมีรายได้ก็จะสามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นภาระของสังคม
“ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะประชาชนที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาตร์ที่อยู่อาศัย 20 ปี โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2579 ประชาชนไทยทุกครัวเรือนจะต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนกลุ่มคนไร้บ้านนั้น รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้จำนวน 118 ล้านบาทเศษ เพื่อสร้างศูนย์พัฒนาศํกยภาพคนไร้บ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ตามแผนงานจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อให้คนไร้บ้านได้มีที่พักพิง ไม่ต้องเร่ร่อน รวมทั้งจะมีการฝึกอาชีพ ทำเกษตรกรรม เพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านมีวิชาชีพติดตัว มีงานทำ และมีรายได้ เพื่อกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้ต่อไป” รมว.พม.กล่าว
นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ ประธานสมาคมคนไร้บ้าน กล่าวว่า ศูนย์พักพิงคนไร้บ้านที่จัดตั้งขึ้นมา โดยการสนับสนุนของกระทรวง พม. ถือเป็นสถานที่ตั้งหลักชีวิตของคนไร้บ้าน เพราะทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่อาศัย ไม่ต้องร่อนเร่ไปไหน และสามารถประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ เช่น เก็บขยะรีไซเคิลขาย เป็นกรรมกร หรือทำงานรับจ้างต่างๆ เมื่อมีรายได้ก็จะนำมาฝากที่กลุ่มออมทรัพย์ของคนไร้บ้านเพื่อเป็นทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
“ในฐานะตัวแทนของกลุ่มคนไร้บ้าน ผมขอขอบคุณที่รัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้การสนับสนุนคนไร้บ้านให้มีที่อยู่อาศัย แม้จะเป็นที่พักชั่วคราว แต่เมื่อเราตั้งหลักได้ เราก็พร้อมที่จะพัฒนาชีวิตให้มีความมั่นคง ไม่ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนอีก ลูกหลานก็จะได้มีที่เรียน มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง” นายสุชินกล่าว
ส่วนในระยะต่อไป กระทรวง พม. จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเรื่องการขึ้นทะเบียนคนจน เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านในระยะยาวต่อไป.





