สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ วันนี้ (8 ธันวาคม 2560) เวลา 13.00 น. พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ได้ตรวจเยี่ยมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมทั้งมอบนโยบายในการบริหารงาน โดยมีนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ รวมทั้งตัวแทนเครือข่ายชาวชุมชนจากโครงการบ้านมั่นคง ชุมชนริมคลอง สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน คนไร้บ้าน ฯลฯ ประมาณ 100 คนให้การต้อนรับ
ทั้งนี้พลเอกอนันตพรได้เดินชมนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานต่างๆ ของสถาบันฯ และเครือข่ายองค์กรชุมชน และซักถามด้วยความสนใจ หลังจากนั้นจึงรับฟังการบรรยายสรุปจากทางสถาบันฯ ที่ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวถึงภารกิจของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ว่า พอช.มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรชุมชนทั่วประเทศเกิดความเข้มเข้ม มีหลักการทำงานที่สำคัญคือ สนับสนุนให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดและวางแผนการพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ร่วมกับภาคีพัฒนาต่างๆ
“บทบาทของ พอช.คือ สนับสนุนการจัดกระบวนการพัฒนาองค์กรชุมชนในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เป็นกลไกในการเชื่อมโยงองค์กรชุมชน และภาคีพัฒนาต่างๆ ในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา มาทำงานแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นร่วมกัน เพื่อทำให้ชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งยังเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำต่างๆ ในสังคม ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดเอาไว้” นายสมชาติกล่าว
ผอ.พอช.กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจหลักของสถาบันฯ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เช่น โครงการบ้านมั่นคง เป็นการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา พอช.ดำเนินการไปแล้ว 74 จังหวัด จำนวน 2,367 ชุมชน รวม 39,864 ครัวเรือน ส่วนในปี 2561 มีเป้าหมาย 6,710 ครัวเรือนทั่วประเทศ และโครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งเป็นการสนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่ทรุดโทรมในชนบท มีเป้าหมายในปี 2561 จำนวน 15,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จำนวน 151 ครัวเรือน
โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ริมคลองและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ที่ผ่านมา ดำเนินการไปแล้ว 13 ชุมชน สนับสนุนการสร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 915 หลัง จากเป้าหมายทั้งหมด 52 ชุมชน รวม 7,081 ครัวเรือน ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินการรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่
โครงการสวัสดิการชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกิดกองทุนสวัสดิการในระดับตำบล ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ปัจจุบันมีกองทุนฯ ทั่วประเทศ จำนวน 5,914 กองทุนฯ สมาชิกรวม 5.55 ล้านคน มีเงินสวัสดิการรวมกัน 12,973 ล้านบาท
การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน มีการสนับสนุนพื้นที่รูปธรรม การจัดทำระบบข้อมูล ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับภาคพัฒนาทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และธุรกิจเอกชน เช่น โครงการประชารัฐ โดยในปี 2561 มีเป้าหมายยกระดับพื้นที่ต้นแบบเศรษฐกิจชุมชน 500 ตำบล
สภาองค์กรชุมชน โดยสถาบันฯ มีอำนาจหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งและพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุม พ.ศ.2551 เพื่อสนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงภาคีพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่มาทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้ ที่ผ่านมามีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 6,586 ตำบล และมีเป้าหมายในปี 2562 จัดตั้งสภาฯ ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ รวม 7,825 ตำบล
ผอ.พอช.กล่าวในตอนท้ายว่า การดำเนินงานของสถาบันฯใน ปี 2561 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 1,668 ล้านบาทเศษ โดยแยกเป็นงบประมาณ 1.แผนยุทธศาสตร์ : เสริมสร้างสวัสดิการสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต จำนวน 1,534 ล้านบาทเศษ (สนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน,แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย บ้านมั่นคง ชุมชนริมคลอง บ้านพอเพียง คนไร้บ้าน ฯลฯ รวม 25,559 ครัวเรือน ) 2.แผนงานพื้นฐาน : ภารกิจพื้นฐานเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ จำนวน 97 ล้านบาทเศษ (สภาองค์กรชุมชนตำบล 1,870 ตำบล) และ 3.แผนงานบูรณาการ : การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง จำนวน 37 ล้านบาทเศษ (ยกระดับพื้นที่ต้นแบบเศรษฐกิจชุมชน 500 ตำบล) ฯลฯ
ด้าน พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ให้ความสนใจต่อการดำเนินโครงการของสถาบันฯ โดยซักถามถึงความคืบหน้าในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ปทุมธานีโมเดล เจ้าพระยาเครือข่ายการดำเนินงานทั่วประเทศของสถาบัน โครงการประชารัฐ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเสนอตัวเลขและข้อมูลผลการดำเนินของสถาบันฯ เพื่อนำไปประกอบการเสนอของบประมาณจากรัฐบาล นอกจากนี้ รมว.พม.ยังเสนอความเห็นว่าหากประชาชนสามารถนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาซื้อสินค้าที่ชุมชนผลิตได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าจากชุมชน ซึ่งตนพร้อมที่จะสนับสนุน แต่ต้องทำเป็นโมเดลขึ้นมา เพื่อนำไปเสนอต่อรัฐบาล
“ส่วนเรื่องปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาชุมชนริมคลองที่ทำให้โครงการล่าช้า รวมทั้งปัญหาการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมจะมอบหมายให้ทีมงานช่วยประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป” รมว.พม.กล่าว
ทั้งนี้หลังจากเสร็จจากการรับฟังบรรยายในห้องประชุมแล้ว พลเอกอนันตพรได้เดินตรวจเยี่ยมสำนักงานต่างๆ ในสถาบันฯ และทักทายกับเจ้าหน้าที่ด้วยความเป็นกันเอง รวมทั้งยังได้อุดหนุนสินค้าที่สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง นำมาจำหน่ายด้วย






