playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
Executive_Seminar1_resize.jpg


สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/  ระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคมนี้   ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กรุงเทพฯ  มีการสัมมนา ‘นโยบายและกลไกการขับเคลื่อนนโยบาย  คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน’  โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากคณะกรรมการสถาบันฯ และที่ปรึกษา  ผู้บริหารสถาบันฯ และเจ้าหน้าที่   คณะอนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชน  ผู้แทนภาคประชาสังคม  และผู้แทนหน่วยงานภาคี  เช่น  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กรมธนารักษ์  ธกส.  กองทุนสิ่งแวดล้อม  สถาบันป๋วย  อึ๊งภากรณ์  ฯลฯ  รวมทั้งหมดประมาณ  80 คน

 

Executive_Seminar2_resize.jpg

นายสมพร  ใช้บางยาง  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการสัมมนาครั้งนี้ว่า  เนื่องจากขณะนี้สถาบันฯ มีคณะกรรมการสถาบันฯ ชุดใหม่  ดังนั้นจึงต้องมีการทบทวนนโยบาย  และเสนอนโยบายการขับเคลื่อนงานของสถาบันฯ ในช่วง 3 ปีข้างหน้า  คือตั้งแต่ปี 2561-2563  รวมทั้งแผนงานในระยะยาว  เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลง  โดยจะต้องเน้นการทำงานเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ  เน้นการทำงานให้มีประสิทธิภาพ  มีจุดเด่น  ทั้งงานสภาองค์กรชุมชนฯ  งานสวัสดิการฯ   งานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  งานบ้านมั่นคง  ฯลฯ   ซึ่งจะมีผลต่อการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวง พม.ด้วย

“สภาองค์กรชุมชนจะต้องมีความเข้มแข็ง  นำไปสู่การจัดการตนเองได้  บ้านมั่นคงจะต้องเป็นบ้านที่มากกว่าคำว่า ‘บ้าน’  คือต้องทำงานเชิงคุณภาพ  และสิ่งที่ผมคิดว่าจะสามารถนำมาเชื่อมโยงการทำงานให้มีคุณภาพได้  คือการนำศาสตร์พระราชามาใช้”  นายสมพรกล่าว 
Executive_Seminar3_resize.jpg


ประธานสถาบันฯ ขยายความว่า  ‘ศาสตร์พระราชา’  คือการพัฒนา ‘คน’  ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา ต้องใช้ปัญญา  ควบคู่กับคุณธรรม  โดยเฉพาะผู้นำ  เพื่อสร้างคนให้เกิดคุณภาพ  และต้องใช้หลักการ ‘เข้าใจ  เข้าถึง พัฒนา’  และใช้ข้อมูลเป็นฐานนำไปสู่การการพัฒนาชุมชนฐานราก

นอกจากนี้จะต้องใช้หลักการ ‘การระเบิดจากข้างใน’  เพื่อให้ชุมชนได้เตรียมความพร้อม เป็นเกราะป้องกันชุมชนจากทุนและวัฒนธรรมจากภายนอก  และการใช้ ‘หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง’  คือ ความพอประมาณ   ความมีเหตุผล  โดยมีปัญญาและความรู้เป็นเงื่อนไขในการนำไปใช้อย่างผู้มีปัญญาควบคู่กับคุณธรรม จะทำให้ชุมชนมีภูมิคุ้มกัน   เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน  ซึ่งทางสหประชาชาติ (UN) ได้นำหลักการศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปใช้ 

 

Executive_Seminar4_resize.jpg

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวว่า  ร่างนโยบายคณะกรรมการสถาบันฯ  พ.ศ.2561-2563 มีที่มาจากหลายส่วน   เช่น  1. การศึกษาข้อมูล  รวบรวมวิเคราะห์ บริบทภายนอกที่เกี่ยวข้อง  เช่น  รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560  แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  แผนการพัฒนาที่ยั่งยืน   นโยบายรัฐบาล  แผนยุทธศาสตร์กระทรวง พม.  ฯลฯ  2.วิเคราะห์ข้อมูลบริบทภายใน  เช่น  พ.ร.ฎ.สถาบันฯ พ.ศ.2543  แผนยุทธศาสตร์ประเด็นงานพัฒนาต่างๆ  3.การทบทวนและประเมินสภาพแวดล้อม   ฯลฯ

ทั้งนี้สถาบันฯ มีวิสัยทัศน์  20 ปี (พ.ศ.2560-2579)  คือ  ‘ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย’  และวิสัยทัศน์ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564)  ‘ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งสู่การจัดการตนเอง’  โดยมียุทธศาสตร์คือ ‘องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก  พื้นที่เป็นตัวตั้ง’

ส่วนร่างนโยบายคณะกรรมการสถาบันฯ พ.ศ.2561-2563  มี    4 ด้านดังนี้  คือ    1.การเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น  สู่รูปธรรมการจัดการตนเองอย่างมีคุณภาพ  โดยสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับพื้นที่ปฏิบัติการ  เป็นพื้นที่รูปธรรมต้นแบบในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และขยายผลการพัฒนา  ซึ่งจะนำไปสู่พลังการเปลี่ยนแปลงของชุมชนท้องถิ่นที่กว้างขวาง  และเป็นการผลักดันเชิงนโยบาย  โดยใช้กลไกและประเด็นงานในพื้นที่เป็นรูปธรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  และเชื่อมโยงให้เกิดการบูรณาการการพัฒนาเชิงพื้นที่

2.การผนึกพลังเครือข่ายภาคีพัฒนาความร่วมมือในลักษณะพหุภาคีอย่างบูรณาการ  เป็นการจัดความสัมพันธ์การทำงานร่วมระหว่างขบวนองค์กรชุมชนและภาคีให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนาที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งและขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก  โดยมีพื้นที่รูปธรรมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการขับเคลื่อนงานระหว่างองค์กรชุมชน  ภาคประชาสังคม  และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง  ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่และผลักดันสู่ระดับนโยบายสาธารณะ  มีกลไกความร่วมมือของขบวนองค์กรชุมชนและภาคีที่เอื้อต่อการพัฒนา  โดยองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักภายใต้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น

3.การเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาแกนนำและขบวนองค์กรชุมชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  วางรากฐานการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง  โดยพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของคนทำงานในขบวนองค์กรชุมชนและผู้นำชุมชนท้องถิ่น  พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถของขบวนองค์กรชุมชน  ซึ่งเป็นกลไกและแกนสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ  มีคุณธรรม  จริยธรรม  ตามหลักธรรมาภิบาล และเท่าทันการเปลี่ยนแปลง  ตลอดจนเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับองค์กรและชุมชนท้องถิ่น

4.การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการองค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง  ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มีความทันสมัยและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลเพิ่มขึ้น  ฯลฯ

การสัมมนาในวันแรก (วันที่ 18 ธันวาคม) มีการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม  เพื่อให้แต่ละกลุ่มได้อภิปราย  เสนอความเห็น  เพิ่มเติม  หรือแก้ไขร่างนโยบายคณะกรรมการสถาบันฯ และกลไกการขับเคลื่อนงาน พ.ศ.2561-2564  ก่อนนำเสนอผลการประชุมให้ผู้แทนหน่วยงานภาคีได้ให้ข้อคิดเห็นต่อร่างนโยบายในวันที่ 19 ธันวาคมนี้

Executive_Seminar5_resize.jpg

Executive_Seminar6_resize.JPG

Executive_Seminar7_resize.jpg

Executive_Seminar8_resize.JPG

Executive_Seminar9_resize.jpg

Executive_Seminar10_resize.JPG

IMG_2910_resize.jpg

รายงานโดย งานสื่อสาร พอช.

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter